Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  คิดว่าการเรียนต่อโดยตรงมางดนตรีมีโอกาสทางอาชีพกว้างไหมครับ  
 
ถ้าตัดเรื่องใจรักออกไป แล้วมองโลกความเป็นจริง

คิดว่าการเรียนต่อโดยตรงมางดนตรีมีโอกาสทางอาชีพกว้างไหมครับ

กำลังชั่งใจอยู่ครับ ขอคำปรึกษาด้วยน่ะครับ


   สมาชิกแบบพิเศษ   santos28711      18 มิ.ย. 58   เวลา 21:25:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 49.228.168.136
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
อย่าครับผม ไปทางอื่นดีกว่า เชื่อผม บ้านเราเล่นดนตรี ไม่รวยครับ

เห็นมาเยอะ ผ่านมาเยอะ คนที่เล่นดนตรี เก่งบ้าน มีฐานะ ครับ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีกิน

ดูคำตอบท่านอื่น.......และก็อย่าเชื่อ มาก คิดถึงความน่าจำเป็น ว่าเป้นไปได้ไหม....




   anan-58      18 มิ.ย. 58   เวลา 21:51:00    IP = 171.6.142.79
 


  คำตอบที่ 2  
 
ความเห็นผมนะครับ คิดว่าไปต่อยากครับถ้าไม่มีพรสวรรค์ ดูพวกที่เค้าเก่งๆสิครับ อายุไม่ถึง 20 ก็โชว์ความสามารถกันแล้ว อีกอย่างดนตรีของเมืองนอกเค้าพัฒนาไปไกลกว่าเราเยอะ แต่ถ้าคุณมีพรสวรรค์จริงๆ ละก็เดินหน้าลุยเลยครับ

   Aehh2000      18 มิ.ย. 58   เวลา 22:06:00    IP = 27.145.172.155
 


  คำตอบที่ 3  
 
ตั้งใจ โกอินเตอร์

   sitth      18 มิ.ย. 58   เวลา 22:31:00    IP = 110.171.60.122
 


  คำตอบที่ 4  
 
ถ้าตัดเรื่องใจรักออกไป แล้วมองเรื่องการได้งาน หรือตกงานเป็นที่ตั้ง

ก็อย่าไปเรียนมันเลยครับ ดนตง ดนตรี

   sakai  18 มิ.ย. 58   เวลา 22:38:00    IP = 113.53.152.158
 


  คำตอบที่ 5  
 
..... ลองอ่านดูครับ ....
อ.หนึ่ง
http://www.guitarthai.com/interview/interviewdetail.asp?paraID=50
อ.แจ็ค
http://thakunareeguitarist.blogspot.com/2012/08/blog-post.html


..... อันนี้เป็นความคิดของผมนะ ...... ไม่ต้องเชื่อ
ถ้าจะมาทางนี้จริงๆต้องมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท ให้มากกว่าคนอื่นถึงจะเป็นหนึ่งขึ้นมาได้
ชีวิตคนมันสั้น ทำแล้วมีความสุข .. ทำเลยอย่ารอ
แล้วไม่ว่าข้างหน้าผิดหวัง /สมหวังยังไง จะได้ไม่มานั่งคิดเสียดายเวลาที่ผ่านมา
เพราะอย่างน้อยก็ได้ทำแล้ว

หรือ ... ยังไม่มั่นใจตัวเอง ... ก็ไปทางอื่นให้เป็นหลักก่อน
แล้วมาเรียนดนตรีแบบจริงจัง เสริมเอาก็ได้



   ไม้จิ้มฟัน      18 มิ.ย. 58   เวลา 22:49:00    IP = 110.171.214.79
 


  คำตอบที่ 6  
 
จริงครับทุกอย่างอยู่ที่เป้าหมายในชีวิตก่อน ดนตรีเป็นได้ทุกอย่างเป็นอาชีพเป็นงานอดิเรก หรือจะเป็นระดับเทพ เราเป็นไปได้แค่ไหนอยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อม ไปเรียนผมว่าได้แนวทางนะถ้ารักสายดนตรีไปเรียนไปเสียหลาย แต่ถ้าอนาคตยังไม่รู้จะประกอบอาชีพอะไร (ฐานะทางบ้านบีบคั้น ควรจะเรียนสายที่ทำงานได้เงินมากกว่า) ส่วนใหญ่ผมเห็นคนที่จบดนตรีก็เป็นครูสอนดนตรี ก็เล่นดนตรี มีผลงานเพลง แต่ก็ต้องคิดว่าทุกอย่างที่ผ่านมาดนตรีคือหลักของชีวิตหรือเป็นงานอดิเรกครับ ถ้าหลักลุยเลยไปให้ถึงสิ่งที่คิดไว้ ถ้ามันเป็นแค่งานอดิเรก ทำเมื่อไรก็ได้เลือกเรียนที่ทำรายได้ก่อนแล้วดนตรีคืองานอดิเรกเสริมรายได้หลักก็โอเคนะเผลอๆได้มากกว่า (ได้มากกว่าแน่นอน)

   suradet      19 มิ.ย. 58   เวลา 1:43:00    IP = 182.52.212.71
 


  คำตอบที่ 7  
 
ผมสนับสนุนและพาลูกไปเรียนดนตรีครับ... อนาคตไม่ได้หวังกับทิศทางนี้นักแต่ความรู้และการเล่นดนตรีมีประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคตมาก...

   gula101      19 มิ.ย. 58   เวลา 4:18:00    IP = 180.183.68.62
 


  คำตอบที่ 8  
 
ผมก็เคยคิดครับเรียนดนตรีจะไปทำอะไรกิน เป็นครูไงครับอย่างน้อยก็พอมองเห็นอนาคต

   jacktaksinai  19 มิ.ย. 58   เวลา 8:52:00    IP = 49.230.112.13
 


  คำตอบที่ 9  
 
ดูต้นทุนชีวิตตัวเองก่อนครับ ไอ้การสนุกกับสิ่งที่ทำและเดินตามฝันไปเรื่อยๆ มันก็ดีอยู่

แต่อย่าลืมมองดูคนรอบข้างด้วย เรามีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรรออยู่ในอนาคตหรือไม่

สมมติบ้านมีหนี้ 40 ล้าน จะมาเดินตามฝันมีความสุขอยู่คนเดียว มันก็คงไม่ใช่เรื่อง - -a

หรือมีแม่สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว การไปเรียนดนตรีต่อต่างประเทศ ก็คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่ละคนมีต้นทุนชีวิตและปัจจัยพื้นฐานไม่เท่ากัน ดังนั้น พิจารณาในจุดนี้ให้ดี ใจเย็นๆ


การเรียนตรงสายงานที่ต้องการจะทำ เป็นส่วนหนึ่งของการได้รับโอกาสที่ดีในวันข้างหน้า

แต่โอกาสทางอาชีพในโลกความเป็นจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ตรงที่ว่า เราเคยเรียนจบอะไรมา

ยังมีปัจจัยอย่างอื่นอีกมากทั้งจากตัวเราเอง เช่น บุคลิกภาพ ทัศนคติ ประสบการณ์ชีวิต

ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ฯลฯ รวมทั้งปัจจัยที่มาจากบุคคลรอบข้าง

เช่น ครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง บุคคลที่มีคอนเน็คชั่นรู้จักคนเยอะ ฯลฯ

ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพทั้งนั้น แค่ว่ามีผลมากหรือน้อย

โดยเฉพาะบ้านเรา หลายๆที่ยังนิยมระบบอุปถัมป์และเส้นสายกันอยู่ ต่อให้คนเก่ง คนดี

มีความสามารถ แต่ถ้ายืนไม่ถูกที่ ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีคอนเน็คชั่นอะไรกับใคร โอกาสตกงาน

ก็สูงพอๆกับคนทำงานในอาชีพอื่นๆทั่วๆไปนั่นล่ะครับ ไม่ได้แตกต่างกันเลย -*-


ธุรกิจอุตสาหกรรมดนตรีกว้างมากนะครับ แล้วสมัยนี้มีอินเตอร์เน็ตยิ่งทำให้ช่องทางต่างๆ

เปิดกว้างมากขึ้นไปอีก (แต่ก็มาพร้อมกับการแข่งขันที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย) คำถามคือ

คุณมองเห็นภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมดนตรีแล้วหรือยัง แล้วอยากเข้าไปอยู่ตรงจุดไหน

ของระบบ ถ้ามองเห็น นั่นล่ะคือโอกาสทางอาชีพที่เปิดกว้าง รอให้คุณเดินเข้าไปคว้ามัน


อาชีพของคนดนตรีมีตั้งมากมาย อยากเป็นอะไรล่ะครับ นักดนตรีอาชีพ ครูสอนดนตรี

ศิลปิน มือปืนห้องอัด โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง นักวิจารณ์ พ่อค้าขายเครื่องดนตรี ดีเจ

เล่นแบ็กอัพให้ค่ายเพลง ซาวน์เอ็นฯ เจ้าของค่ายเพลง ฯลฯ นี่ยังมีอีกหลายอาชีพมากๆ

แต่ทุกอาชีพเปรียบได้กับปิรามิด ตรงจุดเริ่มต้นทุกคนอาจสตาร์ทพร้อมกันตรงฐานกว้างๆ

จากนั้นจึงค่อยๆพัฒนาตัวเองแข่งขันกัน เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดบนยอดแหลมๆของปิรามิด

จากฐานข้างล่างที่มีคนเป็นหมื่นเป็นแสน กว่าจะขึ้นไปถึงยอดได้ อาจเหลืออยู่ไม่ถึงร้อย

เพราะความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักจะถูกเก็บไว้ให้คนที่มีเป้าหมายชัดเจน มองเห็นโอกาสได้

ขยันมุ่งมั่นทำงาน(โคตะระ)หนัก และอยู่ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ เท่านั้น ใจรักเป็นแค่พื้นฐาน

รักในสิ่งที่ทำ และต้องทำได้ดีกว่าที่เคยทำได้เมื่อวานด้วย ยุคนี้ต้องแบบนี้ถึงจะอยู่รอด

คิดว่าพอจะสู้ไหวไหมล่ะครับ วัยรุ่น หุหุ -0- \m/


แถมอีกนิด อยากจะเรียนดนตรี แล้วรู้หรือยังว่าเขาเรียนกันยังไง มีข้อมูลตรงนี้หรือยังครับ

ถ้ายัง ลองหาข้อมูลตรงนี้ดูก่อน ถามจากคนรู้จัก หรือถามจากพี่ๆน้องๆในบอร์ดนี้ก็ได้ครับ

เพราะบางที การเรียนดนตรี มันอาจไม่ได้สนุกเหมือน การเล่นดนตรี นะครับ ฝากไว้แค่นี้

โชคดี บุญรักษา

   สมาชิกแบบพิเศษ      Regnarts      19 มิ.ย. 58   เวลา 8:57:00    IP = 58.8.178.189
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
คต.9 ตรงและชัดเจนมากๆ ครับ

   G-sound  19 มิ.ย. 58   เวลา 12:11:00    IP = 49.228.148.24
 


  คำตอบที่ 11  
 
คำตอบที่9ค่อนข้างครอบคลุมนะ
เสริมว่าจะอาชีพอะไรรู้จักวางแผน
เก็บเงิน ไม่สุร่ยสุร่าย รู้จักลงทุน
ไปได้ครับ ทุกอาชีพ
ถ้าเล่นดนตรีอย่างเดียว
แก่มากๆมันจะไหวไหม
มันก็ต้องดูว่าจะทำอะไรอีกครับ
มันมีลู่ทางสเมอแต่บางทีเราจะมองเห็น
หรือเปล่า

   bbling      19 มิ.ย. 58   เวลา 20:48:00    IP = 14.207.165.90
 


  คำตอบที่ 12  
 
ผมเล่าประสพการณ์ชีวิตของผมให้ฟังก็แล้วกันครับ

ผมเรียน ม.1 - ม.6 เรียนสายดนตรีมาตลอด 6 ปี

เป็นนักดนตรีวงโยธวาฑิต วงดนตรีสากล และวงดนตรีไทยของโรงเรียน

การเรียนก็ระดับปานกลาง ไม่ถือว่าเก่งมาก แต่ก็เกรดเฉลี่ยเพียงพอที่จะสอบเพื่อเรียนต่อด้านนี้ได้

ตอนใกล้จะจบ ม.6 พ่อมักจะพูดกรอกหูเสมอว่าไม่อยากให้เรียนต่อด้านดนตรี

เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เทคโนโลยีดนตรีเข้ามาแทนที่นักดนตรีได้เยอะ...ฯลฯ

จบออกมาจะทำอะไรกิน ?

ผมก็เลยต้องเบนเข็มชีวิตไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในสาขาอื่นที่พอจะหากินได้ และไม่น่าตกงาน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เลิกเล่นดนตรี แถมยังตั้งวงเพื่อเล่นงาน JOB เล็ก ๆ ก็มีความสุขได้

พอเรียนจบ ผมก็สามารถหางานได้ภายใน 2 เดือน

ซึ่งแตกต่างจากเพื่อนที่ได้โควต้าจากการเป็นนักดนตรีวงโยธวาฑิต(ประกวดได้ที่ 2 ของประเทศ) มหาวิทยาลัยจึงให้โควต้าเรียนดนตรีโดยไม่ต้องสอบ

แต่เมื่อเรียนจบ มีเพื่อนได้งานแค่ 1 คน จากทั้งหมด 5 คน

บางครั้งผมก็นึกขอบคุณคุณพ่อผมเหมือนกันที่ทำให้ผมได้คิด

ดนตรีไม่ใช่สิ่งไม่ดี ทุกวันนี้ผมก็ยังเล่นดนตรี ยังรับ JOB งานเล็ก ๆ บ้าง

ขออภัยนะครับที่ไม่ได้ตอบคำถามเจ้าของกระทู้

ผมแค่อยากเล่าประสพการณ์ชีวิตของผมให้ฟังเท่านั้น

ขอบคุณครับ

   G.T.Hero      20 มิ.ย. 58   เวลา 6:23:00    IP = 61.90.57.26
 


  คำตอบที่ 13  
 
เอาตามความเป็นจริง ก็คิดว่ายังไม่กว้างขวาง โอกาสตกงานจึงมีมากกว่าครับ
แต่จะยึดเป็นอาชีพหลักเลี้ยงตัว ก็ได้อยู่ครัช อยู่ที่ความตั้งใจพยายาม หาลู่ทางและโอกาส




   GminorBb      20 มิ.ย. 58   เวลา 9:50:00    IP = 1.20.162.228
 


  คำตอบที่ 14  
 
ท่าน Regnarts ตอบโดนใจ และเป็นความจริง

นั่นก็คือสิ่งที่ผมคิด และไม่ยึดดนตรีเป็นอาชีพหลัก.....

ช่วงอายุของอาชีพนักดนตรี ค่อนข้างสั่นมาก .....(ไม่ใช่ตายเร็วนะครับ)

อาชีพอื่นเกษียณ 60 ปี ดนตรีทุกท่านคิดว่ากี่ปี....



   okokguitar      20 มิ.ย. 58   เวลา 10:20:00    IP = 113.53.66.69
 


  คำตอบที่ 15  
 
ผมเคยเป็นแบบคุณเมื่อ10กว่าปีก่อน ด้วยอายุตอนนั้น ความคิดตอนนั้น ประสบการณ์ตอนนั้น ผมเลือกเรียนวิศวะ เอาแบบที่ผมไม่ชอบแต่น่าจะมีงานทำ เงินที่ดี
ผ่านไปหลายปี ผมไม่ได้ทำงานที่เรียนมา ความคิดผมเปลี่ยนไป ประสบการณ์มากขึ้น
มองอะไรมากขึ้น
ทุกอย่างไม่มีผิดไม่มีถูกครับ ไม่ต้องคิดถึงอะไรที่ยืดยาวมากหรอก แค่คาดเดาไว้ เตรียมไว้ว่าทำแบบนี้แล้วจะไปต่อยังไง
ทุกอย่างไม่สวยหรูนะครับ ถ้าฐานะปานกลาง ผมอยากให้คุณไปเจออุปสรรคก่อน ความลำบาก ความไม่ชอบก่อน แล้วสิ่งที่ชอบ ทางออก หรือชีวิตคุณจะปรากฏชัดขึ้นเองครับ
แล้ววันนั้นคุณจะดีดตัวเองไปทำในสิ่งที่ชอบครับ

เราไม่จำเป็น ต้องเป็นในสิ่งที่เราเรียนมาหรอกครับ

สิ่งที่คุณทำได้ในตอนนี้คือคิด หาคำตอบให้ตัวเองในเวลาปัจจุบันนี้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      tar_bypath      20 มิ.ย. 58   เวลา 12:15:00    IP = 182.53.142.60
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
ชีวิตท่าน ฐานะท่าน ผมว่าท่านรู้อยู่แล้วครับ เพียงแต่มองให้ออกครับ เป็นกำลังใจให้


   Gunohzzluminox      22 มิ.ย. 58   เวลา 11:00:00    IP = 110.77.232.208
 


  คำตอบที่ 17  
 
ผมจบ คบ.ดนตรี ผมว่ามีอนาคตครับ
เพื่อนที่เรียนด้วยกันเกือบทั้งหมดก็สอบบรรจุรับราชการได้
แม้ว่าตอนเรียนมันจะดูไม่เข้าท่าก็ตาม นึกสงสารนักเรียนอยู่เหมือนกัน 555
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ต่างคนก็ทำได้
ส่วนที่เหลือดันไปเป็นตำรวจบ้าง บ้านรวยหน่อยก็ไปเล่นการเมืองท้องถิ่น
ส่วนผมอยู่ที่โบสถ์คริสต์ ไปเรียนเพื่อจะเอาความรู้มาพัฒนางาน...
ไม่ได้คิดเรื่องงานข้างนอกอยู่แล้วครับ

*** ถ้าคิดถึงความมั่นคงในอนาคต ถ้าไม่ได้เรียนสาย คบ.
ก็ต้องอยู่ที่ความสามารถของตัวเองเป็นหลักแล้วล่ะครับ
ว่าจะสามารถสู้หรือแข่งขันกับคนอื่นๆเขาได้หรือเปล่า

   aod mkc      22 มิ.ย. 58   เวลา 23:53:00    IP = 183.88.28.50
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket