(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ตำนานจระเข้กินคนจากทั่วโลก  
 
เมื่อวาน เข้าไปค้นข้อมูลมาตอบคำถามลูกชายเรื่องจระเข้กินคนได้ความรู้และบางเรื่องสยองมาก เลยเอามาลงให้อ่านกันครับเผื่อมีคนชอบแบบสยองๆ อิอิ
............................................................................................................
จ้าววังโนราห์ จระเข้สุดโหดแห่งคลองอีปัน


คลองอีปันซึ่งเป็นคลองธรรมชาติแยกจากแม่น้ำตาปีในจังหวัดสุราษฎธานี นั้น เป็นคลองที่กล่าวกันว่าในอดีตชุกชุมด้วยจระเข้ใหญ่น้อยมากมาย และหนึ่งในนั้นที่ถือว่าเป็นตำนานเล่าขานของสองฝั่งคลองอีปันก็ คือสถานที่ ที่เรียกกันว่า “วังโนราห์”

เหตุที่ได้ชื่อนี้มีเรื่องเล่าว่า ณ ค่ำคืนหนึ่งคณะมโนราห์กลับจากการไปแสดงในยามดึกจำต้องล่องเรือสำปั้นใหญ่ ผ่านเข้าสู่เวิ้งน้ำกว้างของคลองอีปัน ทันใดนั้นเองก็ปรากฏจระเข้ใหญ่อันซ่อนเร้นกายอยู่ในวังน้ำจู่โจมหมุนเรือจน คว่ำและขย้ำฉีกกินเหล่ามโนราห์เคราะห์ร้ายจนหมดทั้งลำเรืออย่างสยองขวัญ สถานที่แห่งนั้นจึงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกระแสโลหิตอันไหลหลั่งเต็มท้องธาร ณ ที่แห่งนั้นจึงได้รับการเรียกขานกันว่า“วังโนราห์” และเรียกขานขนานนามจ้าวผู้ครอบครองวังน้ำแห่งนั้นว่า “จ้าววังโนราห์”

จากวันนั้นถึงวันนี้นับเป็นกาลเวลาล่วงเลยผ่านไปไม่นานนักก็ปรากฏเหยื่อเคราะห์ร้ายอีก 2 รายซ้อน ๆ กัน ทั้งคู่เป็นชายชาวบ้านน้ำและเป็นคู่หูคู่เกลอกันมายาวนาน วันหนึ่งทั้ง 2 ออกไปตัดหวายตามปกติเพื่อนำมาจุลเจือครอบครัวบริเวณทางตอนเหนือของคลองแล้ว ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ชาวบ้านแถบละแวกดังกล่าวพร้องผู้ใหญ่บ้านต่างระดมลูกบ้านออกตามหาแต่ก็ไม่ เจอ เพียงแต่ปรากฏพบแต่ลำเรือของเกลอทั้ง 2 ที่ถูกคว่ำจนจมและแตกละเอียดดั่งโดนแรงมหาศาลของพญาสัตว์เข้าขย้ำเล่นงาน จนชาวบ้านต่างลงความเห็นว่า ชายทั้ง 2 โดนจ้าววังโนราห์คาบไปกินเสียแล้ว

อีกไม่กี่วันต่อมาก็ปรากฏหญิงสาวชาวน้ำพายเรือกำลังจะกลับบ้านแต่เมื่อผ่าน วังโนราห์แล้วก็หายตัวไปเฉยๆ ชาวบ้านพบเพียงเรือพายที่คว่ำพร้อมกับมีรอยแตกจากการขบกัดด้วย แรงมหาศาล......เสร็จไปอีกหนึ่ง หลังจากได้ลิ้มรสชาติเนื้อมนุษย์มาหลายๆครั้ง จระเข้ร้ายเริ่มรู้สึกติดใจจึงเริ่มออกอาละวาดอีกคราวนี้เหยื่อของมันเป็น ชายชราผู้มีอาชีพหาของป่าถูกคว่ำเรือ และลากไปกินอีกราย

ท่ามกลางความหวาดกลัวของชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านจึงทำการว่าจ้างหมอปราบจระเข้ฝีมือฉกาจมาจากแหล่งต่าง ๆ แต่ก็ดู เหมือนว่าจ้าววังโนราห์จะรู้ทัน.........มันกบดานเงียบเหมือนนกรู้ จนชาวบ้านต่างเล่าลือกันว่ามันเป็น “จระเข้ผีสิง”

แต่จะอย่างไรก็ตามแต่ด้วยความสามารถของ “โอม ชุมทอง” พรานจระเข้หนุ่มฝีมือดีที่เข้ามาล่าจ้าววังจนมันต้องเป็นฝ่ายหนีหัวซุกหัวซุนบ้างและถูกเผด็จศึกลงได้ในไม่ช้า ความสงบสุขของที่นี่จึงหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งเป็นเหลือเพียงตำนานเล่าขาน ถึงความโหดร้ายอำมหิตของจระเข้ร้ายที่ชื่อ “จ้าววังโนราห์” เอาไว้เล่าให้ลูกหลานฟัง


   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:47:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
โลลอง จระเข้ยักษ์จากฟิลิปินส์


กินเนสบุ๊กประกาศให้การรับรอง เจ้า โลล็อง จระเข้น้ำจืดขนาดความยาว 6.17 เมตร เป็นจระเข้ที่ถูกจับได้จากธรรมชาติ ที่มีขนาดร่างกายใหญ่โตที่สุดในโลกแล้ว

สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า สถาบันบันทึกสถิติโลก กินเนส ประกาศให้การรับรองโลล็อง จระเข้น้ำจืดขนาดยักษ์ของฟิลิปปินส์ เป็นจระเข้ที่ถูกจับได้ที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกตัวใหม่ จากขนาดความยาวของลำตัว 6.17 เมตร (20.24 ฟุต) น้ำหนักกว่า 1 ตัน โดยเจ้าของสถิติก่อนหน้านี้คือ แคสเซียส จระเข้น้ำจืดของออสเตรเลีย ซึ่งมีขนาดความยาวลำตัว 17 ฟุต

โลล็อง ถูกชาวบ้านและลูกจ้างฟาร์มจระเข้ท้องถิ่น จับได้เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว จากบึงใหญ่ในเมืองบูนาวาน จังหวัดอากูซาน เดล ซูร์ ทางใต้ของฟิลิปปินส์ หลังการตามล่าจระเข้ที่เชื่อว่าสังหารชาวบ้านหลายรายก่อนหน้านั้น โลล็องถูกเลี้ยงไว้ในบ่อเลี้ยง ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ในเมืองบูนาวานนับตั้งแต่นั้น ข่าวการประกาศรับรองสถิติโลกของกินเนส สร้างความดีใจแก่ประชาชน 37,000 คนของเมืองบูนาวานเป็นอย่างยิ่ง และมีการจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองอย่างเอิกเกริก โดยมี นายเอ็ดวิน ค็อกซ์ อีลอร์เด นายกเทศมนตรีเป็นแม่งาน.

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เจ้าโลลอง จระเข้น้ำเต็มขนาดยักษ์ของฟิลิปปินส์ตายแล้ว ที่ฟาร์มเลี้ยงในเมืองบูนาวาน ของจังหวัดอากูซานเดลซูร์ ทางภาคใต้ของประเทศฟิลิปปินส์

โดย นายเอ็ดวิน ค็อก อีลอร์เด นายกเทศมนตรีเมืองบูนาวาน เปิดเผยว่า สัตวแพทย์รีบรุดไปยังฟาร์มเลี้ยงดูแลในเมืองบูนาวาน ซึ่งจัดภูมิทัศน์ที่อยู่อาศัยเป็นพิเศษสำหรับเจ้าโลลอง ขนาดน้ำหนัก 1 ตัน หลังได้รับแจ้งว่า พบมันมีอาการท้องบวมมากจนหงายท้อง ภายในคอกเลี้ยงของฟาร์ม ก่อนจะประกาศว่า มันตายแล้ว ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา และกำลังดำเนินการตรวจพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:49:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
ไอ้ด่าง-บางมุด..ตำนานของจระเข้ไทยที่ดุร้ายที่สุด!! และหลากหลายเรื่องราวที่น่าสนใจของมันเรารวมไว้ให้คุณที่นี่แล้ว!!


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หลังจากที่นำเสนอเนื้อหาสาระความรู้เกี่ยวกับทางธรรมของพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี กันอย่างเต็มอิ่มบัดนี้ขอเข้าโหมดปกติธรรมดาที่ไม่ธรรมดาที่ YingeXtreme อยากนำเสนอให้ได้อ่านกันนะคะ ช่วงนี้มีภารกิจการงานเข้ามาค่อนข้างมากอาจจะหายหน้าไปจาก Blog ไปบ้างแต่สัญญาค่ะว่าหากมีเวลาจะไม่ลืมการ Update Blog เรื่องราวต่างๆที่น่าสนใจให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแน่นอน เมื่อเดือนที่แล้ว(ธันวาคม) ได้มีโอกาส Search เรื่องราวในกระแสเกี่ยวกับจระเข้เขาใหญ่ซึ่งเป็นข่าวที่ค่อนข้างดังมาก โดยส่วนตัวแล้วอยากรู้อะไรที่มากกว่านั้น! เช่นว่าประเทศไทยของเราเคยมีจระเข้กินคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดหรือเปล่านะ? และก็มีจริงๆ ค่ะ ตัวที่นำมาเสนอให้เพื่อนๆได้อ่านกันมีชื่อว่า "ไอ้ด่างคลองบางมุด" รายละเอียดเป็นเช่นไร? เพื่อนๆ ลองติดตามอ่านกันดูนะคะ....หากย้อนกลับไป ๔๐ ปีที่แล้วสมัยที่เมืองไทยยังใช้เส้นทางน้ำเป็นทางสายหลัก และบางแห่งก็มีจระเข้ชุกชุมตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ชาวบ้านทั่วไปมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับน้ำ แต่จู่ๆกลับเกิดข่าวสะเทือนขวัญพาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยเริ่มออกอาละวาดตั้งแต่ต้นเดือนกันยา คลองบางมุด บ้านหนองไก่ปิ้ง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่ากันว่า จระเข้ยักษ์มีขนาดความยาวนับแต่หัวจรดท้ายคะเนด้วยสายตาราว ๒ วาเศษหรือประมาณ ๔ เมตรกว่าทีเดียว เฉพาะส่วนหัวก็ยาวร่วม ๒ ศอกเศษหรือเกือบหนึ่งเมตรแล้วส่วนลำตัวของมันมีขนาดใหญ่กว่าถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตรเสียอีก จระเข้ยักษ์ที่หลังสวนเป็นพันธุ์ "ไอ้เคี่ยม" หรือ "พันธุ์ทองหลาง" อยู่ได้ทั้งในน้ำกร่อยและในน้ำเค็มส่วนเท้า เหมือนตีนเป็ดแผ่เป็นพังผืดเต็มระหว่างเล็บของมันเพื่อให้ว่ายน้ำได้รวดเร็วออกไปทะเล ได้ในเวลาไม่นาน จระเข้น้ำเค็มหรือ"ไอ้เคี่ยม"เป็นพันธุ์ที่ดุร้ายมากชอบกินเนื้อคนหากได้กินคนแล้วก็จะออกหากินอยู่เรื่อย ๆ เหมือนกับเสือกินคน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:49:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
และจาก คำบอกเล่าของชาวบ้าน จระเข้ตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก และดุร้ายถึงขั้นไล่กัดผู้คนที่เดินริมตลิ่ง และไล่กัดเรือที่สัญจรไปมา จนชาวบ้านไม่กล้าพายเรือหรือเดินเลาะริมตลิ่ง ต่อมาในกลางเดือนกันยายน เย็นวันหนึ่ง นายอุดม ชาวบ้าน ต.นาขา ลงอาบน้ำในคลอง ถูกจระเข้ยักษ์คาบไปกินต่อหน้าต่อตา ต่อหน้าชาวบ้านนับสิบ รุ่งเช้าพบศพนายอุดมลอยขึ้นมา ปรากฏว่าถูกกินเฉพาะส่วนท้อง ๒ - ๓ วันต่อมา นายอิน ชาวเขมรบ้านเดิมอยู่ จ.ตราด มาตั้งรกรากที่คลองบางมุด ได้นำเรือเล็กไปตัดจากเพื่อนำมามุงหลังคาบ้าน ขณะยืนตัดกิ่งจากอยู่ในเรือ จระเข้ยักษ์ ได้พุ่งตัวขึ้นมาบนเรือคาบขานายอินตกลงไปในน้ำ นายอินดิ้นและเกาะแคมเรือร้องให้ภรรยาซึ่งอยู่บนฝั่งช่วย เธอพยายามกระพุ่มน้ำและส่งเสียงไล่ แต่ไม่เป็นผล จระเข้ยักษ์ได้คาบนายอินจมหายลงไปใต้ท้องน้ำต่อหน้าต่อตา รุ่งขึ้นศพนายอินลอยขึ้นมา ก็พบว่าถูกกินเฉพาะส่วนท้องเช่นเดียวกับนายอุดม ข่าว จระเข้ยักษ์ อาละวาดกินคนไปแล้ว ๒ ศพแพร่กระจายไปทั่ว ชุมพร ส.ต.อ.บุญโชติ และครูสมพงษ์ซึ่งเป็นเพื่อนกับนายอินผู้ตาย ถึงกับลาราชการเพื่อออกล่าจระเข้ล้างแค้นแทนเพื่อนโดยร่วมกับนายแดง เจ้าของโรงสีปืนและดินระเบิด โดยใช้เรือ ๒ ลำ กลางเดือนตุลาคณะล่าจระเข้ยังออกควานหาตัวแต่ไม่มีวี่แวว กระทั่งบ่ายจึงใช้ระเบิดกระป๋องนมจุดโยนลงไปในน้ำถึง ๑๔ กระป๋อง ระเบิดติดต่อกันจนถึงกระป๋องสุดท้ายจระเข้ยักษ์ก็โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหัน พุ่งเข้าใส่เรือลำหนึ่ง พร้อมกับอ้าปากกว้างงับแคมเรือจนขาดทะลุ นายแดงเจ้าของโรงสีซึ่งทำหน้าที่คัดท้ายเรือเสียหลักตกน้ำ จระเข้ยักษ์ว่ายรี่เข้าไปจะคาบนายแดง ตำรวจชุดติดตามล่าจึงพากันระดมยิงใส่ลำตัวจระเข้ยักษ์ด้วยปืนเล็กยาวแบบ .๘๓ และปืนพก จระเข้ยักษ์ จึงผละจากนายแดงจมหายไปทันที นายแดงจึงรอดหวุดหวิด หลังจากถูกคณะไล่ล่าใช้ระเปิดกระป๋องนมและระดมยิงจนจระเข้ยักษ์อาละวาดฟาด หัวฟาดหาง ทำให้ชาวบ้านเห็นชัดว่า จระเข้ยักษ์ตัวนี้มีสีดำทั้งส่วนลำตัวและส่วนหัว ยกเว้นที่คอเท่านั้นที่มีสีขาวคาดอยู่รอบลำคอ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ไอ้ด่าง"

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:50:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
จากนั้น จระเข้ยักษ์ เงียบหายไประยะหนึ่งกระทั่งวันที่ ๒๕ ตุลาคม สายตรวจ สภอ.หลังสวน ๒ นายออกตรวจพื้นที่โดยใช้เรือหางยาวแล่นไปตามคลองบางมุด ขณะนั้นเป็นเวลาเย็นและฝนตกพรำ ฉับพลันน้ำในคลองก็ปั่นป่วนและเกิดกระแสคลื่นลูกใหญ่ ด้วยความสงสัยจึงเหลียวดูรอบกาย และต้องตัวเย็นวาบเมื่อพบกับตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมาอย่างอาฆาตมาดร้าย เห็นเข้าก็รู้ว่ามันคือจระเข้ และมันกำลังว่ายตามเรืออยู่ ด้วยความตกใจทั้งสองจึงรีบเร่งเครื่องหนีทันทีโดยไม่สนใจว่าจระเข้ยักษ์จะ จมหายไปตอนไหน จากการที่ จระเข้ยักษ์ อาละวาดไล่กัดกินคนจนประชาชนชาว คลองบางมุด นับพันครอบครัวต่างพากันเดือดร้อนจึงมีคำสั่งให้ตำรวจพลร่มหน่วย "เสือดำ" ๒ นายแห่งค่ายนเรศวร หัวหินเข้าร่วมกับราษฎรคลองบางมุดทำการออกล่าจระเข้ยักษ์ โดยสมทบกับคณะล่าของ ส.ต.อ.บุญโชติ โดยตีวงตั้งแต่ปากอ่าวตะโกจุดหนึ่ง กับจากคลองบางมุดเข้าหากัน ปลายเดือนตุลาคม นักล่าทั้ง ๒ คณะได้นำเรือชุดละลำหายออกจากปลายคลองบางมุดตั้งแต่เช้าเพื่อค้นหา จระเข้ยักษ์ โดยเรือของ "เสือดำ" พายล่วงหน้าไปก่อน ๑ คุ้งน้ำ จากนั้นนักล่าชุดส.ต.อ.บุญโชติจึงออกติดตามไป การค้นหายังดำเนินต่อไปกระทั่งบ่ายก็ยังไม่พบ จนเวลาเย็น ขณะที่เรือของตำรวจเสือดำ ผ่านถึงหมู่บ้านบางหมี กับบ้านทับซัน จนลับคุ้งน้ำไปแล้ว ไอ้ด่างก็ลอยตัวขึ้นเหนือผิวน้ำ กลางคลองบางมุดจนเห็นชัดถนัดตา พอดีกับเรือ ส.ต.อ.บุญโชติและครูสมพงษ์ตามมา โดยมีนายหยึดเป็นคนแจวท้าย พอเห็น ไอ้ด่าง เท่านั้นครูสมพงษ์เร่งให้นายหยึดรีบแจวเรือเข้าไปเพื่อได้ระยะยิงหวังผลแต่ นายหยึดกลัวจนตัวสั่นค้างอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง ไอ้ด่าง จมลงไป พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย รุ่งขึ้นนายสุคนธ์ บ้านอยู่ปากอ่าวตะโก พายเรือขนานคู่กับเพื่อนบ้านซึ่งพายมาคนละลำ ทั้งสองคุยกันและหัวเราะเสียงดังเพื่อความเพลิดเพลิน ทันใดนั้น ไอ้ด่างก็โผล่ขึ้นมาในช่องกลางระหว่างเรือทั้งสองลำ โดยให้เห็นแค่ส่วนหัวและกลางหลัง คนขับเรือทั้งสองจึงรีบพายจ้ำหนีขึ้นฝั่งอย่างไม่คิดชีวิต ข่าวไอ้ด่างลอยตัวครั้งที่สองเช้าวันนั้น ครูสมพงษ์รู้เรื่องเข้าจึงขอแรงชาวบ้านนั่งห้างดักยิง ไอ้ด่าง โดยครูสมพงษ์กุมปืนไรเฟิล .๓๗๕ นั่งห้างอยู่ที่ต้นโกงกาง แล้วให้คนนำสุนัขไปผูกแพล่อ แต่ก็ไม่มีวี่แววไอ้ด่าง พร้อมๆกับนักล่าทั้ง ๒ ชุดที่นำเรือออกล่าถึง ๔๘ ชั่วโมง ปรากฏมีนักล่าชุดที่ ๓ เป็นแขกชื่อนายหะหมัด อายุ ๖๕ ปี ผมขาวโพลนทั้งศรีษะ มาจาก ต. เขาสง ท่าชนะ โดยใช้วิธีบุกเดี่ยวลงเรือเล็กออกล่าด้วยตนเองโดยใช้หอกเล่มเดียวซึ่งอ้าง ว่าเคยฆ่าจระเข้มาแล้ว ๑๕ ตัวด้วยหอกเล่มนี้ ขณะนี้นายหะหมัดยังคงลงเรือเล็กออกควานหาไอ้ด่างในคลองบางมุดทุกวัน เนื่องมาจากการติดตามค้นหาล่า จระเข้ยักษ์ ของตำรวจพลร่มหน่วย "เสือดำ" คณะส.ต.อ.บุญโชติอภิสนธิสมบัติ กับบังหะหมัด ซึ่งนักล่า ๓ คณะออกติดตามค้นหา "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ - ๓๑ ตุลาคม กับวันที่ ๑ กันยายน ต้องประสบความล้มเหลว เมื่อเวลาผ่านไปชื่อเสียงของ"ไอ้ด่าง"ก็เลื่องลือไปทั่วทั้งประเทศ ความโด่งดังของมันถึงขนาดมีคณะถ่ายทำภาพยนต์ไล่ตามพรานจระเข้เพื่อถ่ายทำเป็นภาพยนตร์สารคดีไปทุกระยะเตรียมส่งฉายทั่วโลก โทรทัศน์ช่อง ๔ บางขุนพรหมที่ปัจจุบันเป็นช่อง ๙ อสมท. ก็ทำสารคดี " สองฟากทางรถไฟ " แพร่ภาพเรื่องของ "ไอ้ด่าง"ออกฉายไปทั่วประเทศ และจากความล้มเหลวในการล่า "ไอ้ด่าง" หลายสิบครั้งจนครั้งล่าสุดความมุ่งมั่นในการล่าของ ๓ คณะติดตาม จระเข้ยักษ์ ได้เรียกขวัญชาวบ้านที่หวาดกลัวกลับคืนมาและร่วมมือกันวางแผนประกาศขีดเส้น ตายไอ้ด่าง ในการนี้กำนันตำบลปากตะโก กำนันตำบลบางน้ำขวาง และผู้ใหญ่บ้านคลองบางมุด ได้ร่วมมือประสานงานกับชาวบ้าน ๒๐๐ คน และระดมเรือที่จะใช้เป็นพาหนะปราบจระเข้ประมาณ ๑๐๐ ลำเศษ โดยได้ทำพิธีบวงสรวงกรมหลวงชุมพรขอไอ้ด่าง โดยมีจุดนัดพบคือหน้าโรงถ่านของนายจรัญ ปรกติ คหบดีใหญ่แห่งปากอ่าวตะโก อ.สวีโดยมีแผนการล่คือให้ผูกเรือเล็กเป็นแพ แพละ ๕-๖ ลำแยกย้ายไปเริ่มต้นจากในบาง ( คลองซอย ) ที่เป็นต้นน้ำ แล้วใช้ไม้ กระทุ้งลงไปถึงพื้นน้ำ ไล่ไปทุกระยะจนถึงคลองใหญ่ ในคลองใหญ่จะมีกองเรืออีกขบวนหนึ่งใช้ไม้กระทุ้งไล่มาจาก ๓ คลองคือ คลองบางมุด คลองน้ำขาว และคลองบางด้าน จากนั้นยังมีกองเรือขบวนหลังไล่ตามใช้ไม้กระทุ้งจระเข้ที่กบดานอยู่ ให้หนีมุ่งออกไปยังปากคลองตะโก ที่บริเวณปากคลองกว้าง ๒๐ วานั้น ได้ขึงอวนขนาดใหญ่ปิดกั้นขวางทั้งคลอง และก่อนจะถึงกำแพงอวน มีการวางเบ็ดราวขึงจากหน้าดินสลับเป็นชั้นขึ้นมาถึงผิวน้ำ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:50:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
จระเข้ทุกตัวจะหนีการขับไล่ มารวมกันที่นี่และไม่มีทางรอดไปได้ ส่วนระยะทางจากปลายคลองถึงปากคลองตะโกที่เป็นเขตกวาดล้างมีความยาวประมาณ ๙ กิโลเมตร เรือทุกลำได้แยกย้ายออกกระทุ้งตั้งแต่ก้นคลองออกมาตามแผนการที่วางไว้ เรือที่ผูกเป็นแพได้ใช้ไม้กระทุ้งลงไปถึงก้นคลอง จนพลบค่ำไม่ปรากฏว่าพบจระเข้แม้แต่ตัวเดียว ทั้งๆที่คลองตะโกกับคลองบางมุดเป็นแหล่งที่มีจระเข้ชุกชุมมากที่สุด ทำให้แผนการกวาดล้างต้องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ส่วนสาเหตุของการล้มเหลวน่าจะเกิดจากการออกกวาดล้างอย่างหนักก่อนหน้านี้ จากคณะล่าหลายกลุ่ม ประกอบกับช่วงนี้ระดับน้ำขึ้นสูง และน้ำเหนือไหลบ่าทำให้น้ำเชี่ยวกราก จระเข้น้อยใหญ่ถูกกวนจึงย้ายถิ่นหนีไปอยู่ที่อื่น จากเหตุดังกล่าวทำให้พักการออกล่าจระเข้ยักษ์ไว้ชั่วคราว จนกว่าน้ำจะลดสู่ระดับปกติ เพราะเชื่อว่าเมื่อระดับน้ำลดจระเข้จะหวนสู่ถิ่นเดิม แต่พรานใหญ่จาก อ.โคกโพธิ์ จ. ปัตตานี นำโดยนายประยูร คณาณุรักษ์ พร้อมกับคณะถ่ายภาพยนตร์ของไทย ที.วี ได้เดินทางไปบันทึกภาพ รวมทั้งบังหะหมัดผู้บุกเดี่ยวด้วย สภาพคลองบางมุดในสมัยนั้น สองข้างทางมีป่าโกงกางสลับด้วยป่าจากเป็นระยะ ตอนบนของคลองแคบ แต่น้ำลึกไม่ต่ำกว่า ๓ วา ( ๖ เมตร ) บางแห่งเช่นทางโค้ง จะมีวังน้ำลึกซึ่งมีจระเข้อาศัยอยู่เป็นแห่งๆ นายยวย ภู่ไทย ต่อมาเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลและสงวนพันธุ์จระเข้ที่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เผยว่าสาเหตุที่การล่าในวันดี ? เดย์ล้มเหลวเพราะผู้ล่าไม่เข้าใจลักษณะนิสัยจระเข้ซึ่งจะขึ้นผึ่งแดดบน ฝั่งในเวลากลางวัน แต่คณะล่าควานหาตัวเฉพาะในน้ำ มิได้ครอบคลุมถึงบนฝั่งในป่าจาก ขณะเดียวกัน นายมง สุวรรณสินธ์ หรือชาวบ้านเรียกลุงมง ผู้เฒ่าวัย ๖๐ เศษ ซึ่งมีที่พักริมคลองจากกึ่งกลางจุดเกิดเหตุครั้งแรกและครั้งที่สอง เผยว่าจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อในการพิชิตจระเข้ยักษ์ตัวนี้ หลังจากการตามล่าล้มเหลวมาตลอด ลุงมงได้กล่าวอีกว่าสมัยก่อนบริเวณแถบคลองบางมุดอุดมไปด้วยจระเข้ แทบทุกปีต้องมีชาวบ้านตกเป็นเหยื่อ ต่อมามีพวกญวนจากสุราษฎร์ มาจับเอาไปแล่ขาย ทำให้จำนวนลดลง พรานใหญ่ผู้ลุกคลีกับจระเข้ที่หลังสวนตั้งแต่อายุ ๑๓ ท่ามกลางมรสุม และพายุดีเปรสชั่นในอ่าวไทยที่โหมทั้งฝนและลม ทำให้น้ำท่วมในเขตชุมพรและภาคใต้ขณะนี้ข่าวร้ายได้ เกิดขึ้นในคลองบางมุด อำเภอสวน ดินแดนจระเข้ยักษ์อีกครั้ง "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ได้อาละวาดลอยขึ้นมากันกินคนอีกในคลองเขาปีบ เขตติดต่อระหว่างอำเภอหลังสวนกับอำเภอสวี เมื่อตอนเช้าวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนเวลา ๘ น.เศษ จระเข้ยักษ์ได้ลอยตัวขึ้นมาในคลองเขาปีบแล้วคาบนายช้วน พิมาน ชาวบ้านในคลองเขาปีบดำหายไปในคลองเขาปีบ โดยชาวบ้านเพื้อเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเป็นไอ้ด่างแน่นอน การอาละวาดครั้งใหม่ของ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ที่ย้ายแหล่งใหม่จากคลองบางมุดครั้งนี้ คาดว่าจระเข้ยักษ์ตัวนี้ได้หหลบหลีกการกวาดล้างครั้งใหญ่ของวันดี-เดย์ ตลอดวันที่ ๖ เดือนนี้รอดไปได้ แล้วเข้าไปอยู่ในคลองเขาปีบซึ่งเป็นคลองแยกไปจากคลองบางมุด และคลองตะโก โดยการกวาดล้างวันนั้นไปไม่ถึงคลองเขาปีบ ทำให้ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ได้แหล่งใหม่ในคลองเขาปีบอันสงบเงียบเป็นที่ซุ่มซ่อนกบดานอยู่ ตั้งแต่วันที่ ๖ เป็นต้นมา จากการเปิดเผยของชาวบ้านปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน มีจระเข้ขนาดใหญ่ตัวหนึ่งลอยตัวขึ้นกลางคลองและบางทีก็ขึ้นฝั่งบนตลิ่ง ท้ำให้คลองเขาปีบที่เคยสงเงียบเพราะเป็นคลองไม่สู้กว้างใหญ่นักต้องเป็นเขต อันตราย ยิ่งกว่านั้นจระเข้ใหญ่ตัวนี้ยังอาละวาดไล่หนุนกัดเรือพาย ที่ผ่านเข้าไปในคลองเขาปีบ และไล่งับพายจนชาวบ้านไม่กล้านำเรือผ่านคลองเขาปีบอีกเลย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:50:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
ต่อมาวันที่ ๑๗ กระบือของชาวบ้านลงไปแช่ในคลองถูกจระเข้ยักษ์ตัวเดียวกันนี้ ใช้หางฟาดถูกตัวและกัดที่ขาหลังข้างซ้าย โดยจระเข้ยักษ์พยายามจะลากกระบือตัวนั้นลงไปในน้ำเสียงร้องของกระบือประกอบ กับการปักหลักดื้อของมันทำให้เจ้าของและชาวบ้านมาช่วยใช้ปืนระดมยิงลงไปใน น้ำสกัดไว้ จนจระเข้ยักษ์ต้องปล่อยเหยื่อตัวมหึมาไว้พร้อมกับดำน้ำหนีไปซ่อนในบริเวณ วังน้ำ ในตอนเช้าวันนั้น เวลาประมาณ ๔ น.เศษ นายช้วน พิมาน บ้านอยู่ริมคลองเขาปีบ ต.ทุ่งตะไคร้ บ้านหัวท่า ได้ออกจากบ้านไปตัดกล้วยมาเลี้ยงหมู และเพื่อไปซื้อเนื้อควายที่ถูกไอ้ด่างกัดเมื่อวันที่ ๑๗ มาทำอาหารด้วย ในขากลับนั้น นายช้วนแบกต้นกล้วยเดินข้ามคลองเขาปีบตรงบริเวณนั้นกว้างเพียง ๒ วาเท่านั้น อีกมือหนึ่งของนายช้วนหิ้วเนื้อควายมาด้วย ขณะที่นายช้วนซึ่งแบกต้นกล้วยเดินท่องน้ำที่กำลังขึ้นท่วมสะพานลึกถึงเข่า เดินมาถึงกลางคลองพอดี จระเข้ยักษ์ซึ่งซุ่มตัวอยู่ในร่องน้ำบ่าจากริมคลองก็พุ่งตัวราวกับลูกธนู เข้าใช้ปากอันกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเขี้ยวอันน่าสะพรึงกลัวกัดเข้าตรงเข่านายช้วนแล้วลากลงใต้น้ำทันที นายช้วนได้ร้องขอความช่วยเหลือดังทั่วบริเวณ ๒ ฝากคลองทำให้ชาวบ้านและญาติพี่น้องออกมาช่วยเหลือ แต่ไอ้ด่างนำนายช้วนเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปขัดไว้ใต้รากไม้ริมตลิ่งเสีย แล้วสักครู่หนึ่งไอ้ด่างจึงลอยตัวขึ้นมาอีก ทำให้ชาวบ้านออกติดตามจับความเคลื่อนไหวของมันได้ ทุกระยะจนกระทั่ง "ไอ้ด่าง" ดำน้ำลงไปกบดานอยู่ในแอ่งน้ำลึกถึง ๒ ช่วงตัวคนซึ่งเป็น "วัง" ของมัน ญาติของนายช้วนได้เดินทางเข้าตัวจังหวัดชุมพร โดยนำข่าวไปบอกกับ ส.อ.ห้วง พิมานกับ ส.อ.จำนง พิมานญาติของนายช้วนซึ่งเป็นทหารประจำค่ายทหารบกชุมพร พอได้รับข่าวร้ายเท่านั้น ส.อ.ห้วง พิมาน กับ ส.อ.จำนง พิมาน ได้รายงานผู้บังคับบัญชาขอลาและขออนุมัติติดตามล่าจระเข้ยักษ์โดยใช้อาวุธ ซึ่งผู้บังคับบัญชามีคำสั่งอนุญาต ในการออกเดินทางครั้งนี้นอกจาก ส.อ.ห้วง พิมาน กับ ส.อ. จำนง พิมานแล้ว ได้มีผู้ร่วมเดินทางไปปราบจระเข้ยักษ์อีก ๔ คน คืน ร.ท.ลิขิต จันทโรทัย ร.ท.มาโนช เขียนยาคำ ส.อ.ละออ นาคจิตติขณะที่คณะล่าจระเข้ไปถึงได้พบว่า ชาวบ้านประมาณ ๑๐๐ กว่าคน พร้อมด้วยอาวุธปืน และฉมวกกำลังค้นหาจระเข้ยักษ์กับศพนายช้วน ตีแนวขนานทั้ง ๒ ซึ่งในที่สุดได้ค้นพบศพนายช้วนอยู่ใต้รากไม้ริมตลิ่งถูกไอ้ด่างจระเข้ยักษ์ ลากไปขัดไว้ และไม่มีทางที่จะดึงออกมาได้ ต้องให้นักประดาน้ำดำลงไปใช้เชือกผูกศพแล้วใช้คนกว่า ๒๐ คนดึงอยู่พักใหญ่จึงลากศพนายช้วนมาได้ ปรากฏว่าศพนายช้วนไม่มีส่วนใดเหลือเป็นชิ้นดีให้เห็นเลยเพราะถูกจระเข้กัด กินด้วยความหิวกระหายกับถูกรากไม้ครูดจนจำแทบไม่ได้ ทุกคนได้แต่สังเวชและอนาถใจไปตาม ๆ กัน และส.อ.ช่วน แปลงรอด โดยไปถึงเมื่อเวลา ๑๒ น.เศษ ฝั่งคลองเขาปีบอย่างชุลมุน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:51:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
จากแหล่งที่พบศพของนายช้วนนั้นเอง คณะนักล่ากับชาวบ้านจึงรู้ว่า เป็นบริเวณแอ่งน้ำลึกหรือวังจระเข้เก่าที่ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ใช้เป็นที่หลบซ่อนและกบดานอยู่ในวัง พอรู้แหล่งซ่อนของจระเข้ยักษ์ คณะนักล่าแห่งค่ายทหารบกชุมพรได้ให้ชาวบ้านทุกคนหลบซุ้มอยู่บนตลิ่งแล้วใช้ ระเบิดซี .๓ หย่อนลงไปในบริเวณวังจระเข้ยักษ์เป็นนัดแรก เสียงระเบิดดังก้องสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับน้ำพุ่งเป็นลำขึ้นสูงเทียมยอดตาล กลางลำน้ำ พอสิ้นเสียงระเบิดและสงบลงแล้วไม่ปรากฏว่ามีสิ่งหนึ่งสิ่งได้ลอยขึ้นมาเลย จากนั้นอีก ๑๐ นาที ส.อ.ห้วงได้ตัดสินใจทิ้งระเบิดซี.๓ นั้นที่ ๒ ตามลงไปในวังน้ำลึกนั้นอีก เสียงระเบิดครั้งที่ ๒ นี้เองทำให้ทุกคนเห็นพรายน้ำผุดขึ้นแล้ววิ่งพุ่งเป็นทางจากจุดระเบิดเหนือ วังไปตามลำคลองด้านเหนืออย่างรวดเร็ว นั่น! "ไอ้ด่าง" หนีไปแล้ว? เสียงคนร้องบอก ทำให้คนนับร้อยและคณะล่าจระเข้วิ่งไล่ตามทั้งสองฝั่งคลองไปอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งทุกคนเหนื่อยหอบ และได้พบว่าพรายน้ำผุดเป็นทางนั้นไปหยุดที่ริมตลิ่งที่มีน้ำลึกแค่เอว แต่ก่อนที่ใครจะทำอะไรต่อไป ส.อ.ห้วงได้สั่งให้ทุกคนหนีขึ้นตลิ่งก่อนแล้ว ส.อ.ห้วงได้ปีนขึ้นต้นตาตุ่มริมคลอง พร้อมเหวี่ยงระเบิดซี .๓ นัดที่ ๓ ลงไปในน้ำตรงบริเวณที่พรายน้ำวิ่งมาหยุดตรงนั้น การระเบิดครั้งที่ ๓ นี้ได้ผล เพราะแรงระเบิดตกถูกเป้าหมาย เป็นผลให้ส่วนหางของจระเข้โผล่ขึ้นก่อนลอยกระเพื่อมตามกระแสน้ำ บอกให้รู้ถึงการสิ้นอิทธิฤทธิ์ของ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์แล้ว ทันใดนั้น ส.อ. จำนงได้ใช้ฉมวกพุ่งลงไปกลางส่วนหลังของไอ้ด่าง ซึ่งทำให้มันดิ้นพลิกขึ้นมาให้เห็นทั้งตัวแต่มันไม่สามารถจะอาละวาดต่อไป ได้อีกแล้ว เพราะกระดูกสันหลังของมันหักด้วยอำนาจของแรงระเบิดซี .๓ ชาวบ้านจึงช่วยกับเอาเชือกมัดพันธนาการตัว "ไอ้ด่าง" และลากจระเข้จอมเพชฌฆาตแห่งลำน้ำขึ้นมาบนตลิ่ง ซึ่งไอ้ด่างอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มที่ จากนั้นคณะล่าจระเข้ได้ใช้เชือกลากจระเข้ยักษ์จากคลองเขาปีบมุ่งไปยังตลาด อำเภอสวี แต่ระหว่างที่ลากมาในคลองนั้น "ไอ้ด่าง" ก็พลิกท้องบอกถึงการจบชีวิตปิดฉากอันโหดเหี้ยมของมันเสียก่อน มีผู้เชื่อว่าจระเข้ที่เคยปรากฏเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเป็นตัวเดียวกับไอ้ด่าง เกี่ยวกับประวัติความดุร้ายของ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์กินคนละแวกคลองบางมุดและคลองเขาปีบมี นายอุดม ,นายอิน , นายเต็ก, นางรัด ,ด.ช.เลือน ทองมาก และนายช้วน พิมานเป็นศพที่ ๖ โดยจระเข้ยักษ์ที่อาละวาดตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ - ๒๕๐๐ ที่คลองเขาปีบโดยถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ ๕ คนคือสิบเอกห้วง พิมาน นายเฉียน พิมาน และนายสาย พวงมาลัย นายจวง และนายนิกูล เสียชีวิต ๑ รายคือนายจ๊ง

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:51:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
จากการวัดจากซากของไอ้ด่าง มีความยาวจากหัวถึงหาง ๔.๒๕ เมตร รอบตัว ๑.๗๕ เมตร เล็กกว่าถังน้ำมัน ๒๐๐ ลิตร ๗ นิ้ว จากหัวถึงคอ ๒๕ นิ้ว อ้าปากกว้าง ๒๐ นิ้ว การชำแหละไอ้ด่างเพื่อทำสต๊าฟฟ์ไว้ เมื่อผ่าลงไปในท้องก็พบกระดูกในท้องไอ้ด่างมากมาย และยืนยันได้ว่ากินคนแน่ ปรากฎว่าหลังจากการผ่าชำแหละซากแล้ว ได้พบแผลเห็นได้อย่างชัดเจนในซาก "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ดังนี้ ขาหน้าด้านขวาถูกกระสุนปืนลูกโดดฝั่งในด้านซ้ายของลำตัว เนื้อเละไปทั้งแถบ คอด้านขวาเป็นรูเน่า ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์พบจุดจบ ส่วนสันหลังบริเวณกว้างยาว ๑ ศอก ยุ่ยเป็นรอยไหม้ซี่โครงหักหลายซี่ เพราะถูกแรงระเบิดซ้ำซากหลายครั้งอย่างไม่ปราณี โดยเฉพาะเมื่อผ่าแหวะส่วนกระเพาะของจระเข้ยักษ์แล้ว ทำให้นายบุญถึง และเจ้าหน้าที่ ๑๐ กว่าคนต้องตะลึงเมื่อพบว่า นอกจากเศษอิฐ เศษหินแล้ว ยังพบหัวกระโหลกมนุษย์ถึง ๒ หัวยังอยู่ในสภาพมีเศษผมติดกับหนังศรีษะอยู่ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนของมนุษย์ในกระเพาะจระเข้ตัวนี้อีกมีกระดูกส่วนขา กับสะบ้าจากเข่าคน กับมีตะขอเหล็กขนาดใหญ่อีก ๑ ตัว ด้วย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:52:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
จากการพบส่วนกระโหลกศรีษะของมนุษย์ถึง ๒ หัวในท้องจระเข้ยักษ์ตัวนี้ ซึ่งเป็นการพิสูจน์อย่างแน่ชัดว่าจระเข้ตัวนี้เป็น "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์แห่งคลองบางมุดแน่ สำหรับส่วนกระโหลก ๒ ชิ้นนี้ แสดงว่า "ไอ้ด่าง" จระเข้ยักษ์ได้กินคนมาแล้ว ๒ คน นอกจากการกัดกินคนอื่น ๆ ซึ่งไอ้ด่างเลือกกินเฉพาะส่วนท้องเท่านั้น จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า จระเข้ยักษ์ตัวนี้ต้องกินคนมาก่อนหน้านี้ ซากของ"ไอ้ด่าง"ถูกซื้อขายกันในราคา ๗,๐๐๐ บาท แล้วถูกนำไปให้คนในละแวกจังหวัดชุมพรและใกล้เคียงดู ผู้คนพากันแห่ไปดูนับหมื่นคนแม้ว่าจะมีการเก็บเงินค่าเข้าชมด้วยก็ตาม ซากของมันถูกซื้อขายต่อเปลี่ยนมือกันไปมาจนราคาพุ่งขึ้นไปถึง ๒๓,๐๐๐ บาท โดยซากไอ้ด่างถูกขายให้นายไห้ แซ่เซ็ง เป็นเจ้าของ ทำให้องค์การสวนสัตว์ชวดได้ตัวไอ้ด่างไปอย่างน่าเสียดาย และที่สำคัญที่ผู้คนไม่ค่อยจะได้รับรู้ ก็คือ ปลายจมูกที่เรียกกันว่าก้อนขี้หมาของ "ไอ้ด่าง" มีส่วนนูนโผล่ขึ้นมาเพียงเล็กน้อย แสดงว่า "ไอ้ด่าง" เป็นตัวเมีย ทุกวันนี้ เมื่อมีการพบจระเข้ใหญ่คราใดก็ยังมักเอ่ยเปรียบเทียบกับ " ไอ้ด่าง " ในอดีตทุกครั้งไป..

อ้างอิงจาก: นสพ.พิมพ์ไทย พ.ศ. ๒๕๐๗ www.pantip.com และ www.siamsouth.com โดย : คุณาพร. [ ๒๖/๐๒/๒๐๐๖ ]

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:52:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
กุสตาฟ (Gustave) จระเข้ยักษ์ที่่ฆ่าและกินคนมากที่สุดในโลก



ส่วนใหญ่สัตว์ที่ฆ่ามนุษย์นั้นมักพบจุดจบด้วยฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น หากแต่ยกเว้นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มันคือ “กุสตาฟ” จระเข้

แม่น้ำไนล์ ยักษ์ที่ ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและของโลก (จระเข้เลี้ยงและใหญ่ที่สุดอยู่ในประเทศไทย ยาว 6 เมตรเช่นกัน) มัน

อาศัย และอาละวาดคนในบริเวณแม่น้ำลูซิซิและชายฝั่ง ทางตอนเหนือของทะเลสาปแทนแกนยิกา ประเทศบุรุนดี ทวีป

แอฟริกา

ด้วยความยาวกว่าหกเมตร (ในปี 2004 มีการประมาณว่า มันมีอายุ 60 ปี ยาวกว่า 6.1 เมตร หนักกว่า 1 ตัน จึงไม่แปลกแต่อย่าง

ใดที่หลายคนขนานนามว่ามอนสเตอร์ แห่งแอฟริกา รวมไปถึงมันเป็นสัตว์นักล่ากินคนด้วยมัน ได้ฆ่าคนกว่า 300 คนและ อาจ

มากขึ้นในอนาคต เพราะจนบัดนี้มันยังคงมีชีวิต ไม่ได้หายไปไหน และไม่ได้ ถูกฆ่าแต่อย่างใด และมันเป็นสัตว์ฆ่ามนุษย์เพียง

ตัวเดียวที่ยังเป็นตำนานที่ยังมีลม หายใจชีวิตอยู่ ( เหยื่อ 300 รายนั้นไม่ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ซึ่งอาจเป็นการ กล่าวอ้างที่

เกินจริงของคนพื้นเมือง)

กุสตาฟถูกตั้งชื่อโดย แพทริช เฟย์ (Patrice Faye) ชาวฝรั่งเศสที่ตั้งถิ่นฐานใน บุรุนดีและพยายามที่จะจับมันตั้งแต่ปี 1998 ซึ่ง

เขาพยายามนำกรงเหล็กใหญ่ล่อ มัน แต่จระเข้นั้นฉลาดมาก ไม่เคยหลงกลติดกับแม้แต่หนเดียว แถมมันเยาะเย้ย ทีมงานของ

แพทริชอีก แต่กระนั้นภาพของมันก็ถูกบันทึกออกอากาศทาง PBS พฤษภาคม 2004

ชาวบ้านในท้องถิ่นต่างบอกว่าสาเหตุที่มันล่ามนุษย์นั้น เพื่อความสนุกสนานของ มันเท่านั้น หลักฐานคือเอกลักษณ์ประจำตัว

มันคือเมื่อมันฆ่าเหยื่อที่เป็นมนุษย์แล้ว มันจะเหลือซากทิ้งไว้ไม่ได้กินหมดแต่อย่างใด อีกทั้งมันฉลาดมากเพราะเมื่อมัน

ฆ่าคนแล้วมันจะหายไปอาจนานเป็นเดือนหรือเป็นปีมันจะออกมาอีกครั้งในสถาน ที่แตกต่างกันเพื่อฆ่าอีกครั้ง จนไม่มีคาดการ

ได้ว่ามันจะปรากฏที่ใด นอกจากเจ้า จระเข้นี้ยังมีความต้องการอาหารมากกว่าปกติ ถึงขั้นฆ่าช้างน้ำฮิปโปโปเตมัสตัว เต็มวัยได้

(ฮิปโปโปเตมัสเป็นสัตว์อันตรายมาก และเป็นสัตว์ที่จระเข้ไม่กล้ากิน พวกมันและพยายามหลีกเลี่ยง) เกราะร่างกายของเจ้ากุส

ตาฟนั้นเต็มไปด้วยรอย แผลนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น มีด หอก หรือแม้กระทั้งอาวุธปืน มันสามารถเอาชีวิต ได้แม้ว่าจะมีนาย

พรานหรือทหารติดอาวุธมาล่ามันก็ตาม และตำนานของมันได้

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:53:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
ดูกันชัด จระเข้ที่ตัวเล็กๆนั้น มันขนาดโตเต็มที่แล้วนะครับ

แต่ดูเจ้าตัวบนนั้นนั้นครับ กุสตาฟ เขาละ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:58:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Primeval (ชื่อไทย โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก)

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 10:59:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
..ที่สุดแห่งความใหญ่โตของจระเข้ที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ๊ค ออฟ เรคคอร์ด..

หากพูดถึงความเป็นที่สุดของจระเข้ในเรื่องของความใหญ่โต ขอขั้นรายการแนะนำพระเอกที่เป็นที่สุดในเรื่องของความใหญ่โตให้เพื่อนๆ ได้ทำความรู้จักกันก่อนค่ะ พระเอกตัวนี้มีนามมังกรว่า "เจ้าใหญ่" ซึ่งเป็นจระเข้ที่ได้ขึ้นชื่อว่า ใหญ่ที่สุดในโลก และอยู่ในบ้านเราประเทศไทยนี่เองนะคะ หากอยากไปชมตัวเป็นๆ ดิ้นๆ ได้ขอเชิญที่ "ฟาร์มจระเข้สวนสัตว์สมุทรปราการ " ว่ากันว่าเป็นสถานที่เพาะพันธุ์จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและ เป็นแห่งแรกของโลกที่มีการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จระเข้ ที่ทันสมัยที่สุด เมื่อพูดถึงเจ้าใหญ่แล้วขอนำภาพมาฝากครับ..ตัวใหญ่แต่ใจดีไม่กินคนนะ(แต่อย่าเผลอล่ะ เจ้ย!)



เจ้าใหญ่ เป็นจระเข้พันธุ์ผสมระหว่างจระเข้น้ำจืดและน้ำเค็ม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นจระเข้เลี้ยง ของ ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ โดยเจ้าใหญ่ได้ถูกบันทึกลงในกินเนสบุ๊ค ออฟ เรคคอร์ดว่าเป็น จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2000 และเป็นวันฉลองวันเกิดปีที่ 28 ของมันด้วยไก่สด และปลา เจ้าใหญ่เป็นเจ้าของส่วน ความยาว 6 เมตร น้ำหนัก 1,114 กิโลกรัม

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:00:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
..จระเข้โหดตัวต่อไปอยู่ที่ประเทศพม่า เหตุเกิด ณ เกาะรัมรี..



เมื่อ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ปี 1945 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นประมาณ 900-1,000 นาย ประจำการอยู่ด้านหนึ่งบน "เกาะรามรีย์" นอกชายฝั่งพม่า เพื่อนบ้านของเรานี่เอง เพื่อสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทหารญี่ปุ่นต่อสู่ไม่ถ้อย แต่กระนั้นก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทำให้จำเป็นต้องถอยหนี พวกทหารญี่ปุ่นจังมุ่งหน้ารวมกลุ่มหนึ่งที่ฝากหนึ่งของเกาะและ นี้เป็นจุดเริ่มต้น ของคืนที่สยดสยองที่ทหารญี่ปุ่นในเวลานั้นลืมไม่ลง ทหารญี่ปุ่นที่เหลือ 1000 นาย ได้รวมกลุ่มเพื่อไปอีกฟากหนึ่งของเกาะ โดยพวกเขาจำเป็นต้องผ่านมีบึงขนาด 16 กม. เท่านั้น

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:01:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
และระหว่างที่พวกเขาลุยผ่านบึงนั้นพวกเขาได้ถูกจู่โจมจากฝ่ายศัตรู แต่ไม่ใช้พวกพันธมิตร หากแต่เป็นสัตว์เลื่อยคลานชนิดหนึ่ง“มันคือจระเข้” จระเข้ ยักษ์ที่ตะกละตะกลาม จำนวนมากโจมตีทหารญี่ปุ่น อย่างดุร้ายและบ้าคลั่ง ค่อยๆ หายไปทีละคนๆ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและเสียงปืนที่ยิงสะเปะสปะ เหล่าทหารญี่ปุ่น 3 ใน 4 ไม่ รอดจากเหตุการณ์บึงมรณะครั้งนั่น คนส่วนใหญ่ที่รอดมาได้ก็บาดเจ็บสาหัส แต่ยังมีชีวิตและสติอยู่มากพอจะภาวนาขอให้ตายไปเสียยังจะดีกว่า

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:01:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
และในเหตุการณ์ในครั้งนั้นกินเนสบุ๊คยกให้เป็น "โศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดจากสัตว์" ปัจจุบัน เกาะรัมรี (Ramree Island) เป็น ส่วนหนึ่งของจ๊อกปะยู ติดกับชายฝั่งอ่าวเบงกอล ในรัฐยะไข่ มีสนามบินพาณิชย์ มีสะพานและถนนเชื่อมกับแผ่นดิน อยู่ห่างจากเมืองท่าซิตต่วย (Sittwe) ลงมาทางทิศใต้ 200 ก.ม.เศษ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มของระบบทางหลวงที่ไปเชื่อมกับเมืองมะกวย(Magwe) เมืองเม็กติลา (Meiktila) ในเขตมัณฑะเลย์ และเมืองตองยี (Taunggyi) กับเชียงตุง ในรัฐฉาน และถึงชายแดนไทย-จีน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:02:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 
เกาะรามรีย์นั้น ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่เป็นแหล่งของยุงพาหนะไข้มาลาเรีย, แมลง วันที่วางไข่ในแผล และแมงป่องที่มีพิษร้ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์ร้ายที่สร้างความหวาดกลัวต่อทหารญี่ป่นในสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ด้วยนั้นคือ "จระเข้น้ำเค็ม" ที่ซ่อนตัวอยู่ในบึง ซึ่งมีอยู่มากมายนับหลักพันตัว! จนได้ขนานนามว่า “เกาะแห่งจระเข้กินคน”

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:02:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
..จระเข้โหดตัวต่อมา อยู่ที่ประเทศออาเตรเลีย..

สำหรับเรื่องราวต่อไปที่จะนำเสนอเป็นความโหดของจระเข้กินคนที่ต่างประเทศบ้างค่ะ เหตุเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย " สลด!นักท่องเที่ยวอังกฤษเคราะห์ร้ายถูกจระเข้ขนาด 20 ฟุตเขมือบทั้งเป็น ขณะพักผ่อนในออสเตรเลีย "

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:03:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 19  
 
เจ้าหน้าที่ขณะออกค้นหาเหยื่อ

เจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจออสเตรเลียได้ออกตามหาบูเกอร์ แต่ไม่พบร่องรอยใดๆ ก่อนที่จะยุติการค้นหา และจะเริ่มการค้นหาใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามตำรวจคาดว่า บูเกอร์น่าจะถูกชาร์ลี จระเข้ยักษ์ตัวหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำสายดังกล่าว กินเข้าไปทั้งเป็น เจ้าหน้าที่ขณะออกค้นหาเหยื่อ ขณะที่เพื่อนร่วมทริปคนหนึ่ง กล่าวว่า บูเกอร์เดินไปตรวจดูที่จับสัตว์ และไม่ได้กลับมาที่แคมป์อีกเลย “ สิ่งที่เจ้าหน้าที่พบมีเพียงรอยไถลตัวและรอยอุ้งเท้าของจระเข้ขนาดใหญ่ ซึ่งปรากฏอยู่บนโคลนริมแม่น้ำ ทำให้เชื่อได้ว่าเขาน่าจะถูกจระเข้กินแล้ว” เพื่อนคนเดิมระบุ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:05:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 20  
 
ภาพแม่น้ำเอ็นเดเวอร์ (Endeavour River) ที่เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักตกปลา

ด้านลีแอนน์ เรย์เนอร์ เจ้าของเอ็นเดเวอร์ รีเวอร์ เอสเคป สถานที่ตั้งแคมป์ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้เป็นภรรยาไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังเกิดความเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักต่อการจากไปของสามี บูเกอร์ ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ย้ายมาอาศัยอยู่ในออสเตรเลียได้หลายปีแล้ว และกำลังเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานไปตามสถานที่ต่างๆ ในออสเตรเลีย ซึ่งขณะเกิดเหตุนั้น เขาและภรรยาได้เก็บข้าวของเพื่อเตรียมออกเดินทางไปยังจุดหมายใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ออสเตรเลียยืนยันว่า บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นที่อยู่อาศัยของจระเข้ยักษ์ตัวดังกล่าว และจระเข้ที่ดุร้ายอีกตัวหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า แฮร์เรียต ทั้งนี้แม่น้ำเอ็นเดเวอร์ของออสเตรเลียเป็นแม่น้ำซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำเค็มหลายตัว ซึ่งจากสถิติในช่วงปี 1985-2007 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุจระเข้ทำร้ายคนในออสเตรเลียถึง 17 ครั้ง และมีเหยื่อเสียชีวิตรวม 5 ราย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:06:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 21  
 
อาร์เธอร์ บูเกอร์ ซึ่งได้รับรายงานว่า เป็นทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ชาวสก็อต วัย 62 ปีหายตัวไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากออกไปดักปู ระหว่างท่องเที่ยววันหยุดกับภรรยาในเมืองคุกทาวน์ ที่ถูกเรียกว่า “ถ้ำจระเข้” ทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์

ว่ากันว่าจระเข้น้ำเค็มออสเตรเลีย (Australian Saltwater Crocodile) เป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนี่คือจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจำนวนจระเข้ 23 สปีซีส์ของโลก ปกติตัวผู้มีลำตัวยาวประมาณ 2.5-3 เมตร แต่อาจยาวได้ถึง 6-7 เมตร มีหัวขนาดใหญ่และกรามที่แข็งแรง มีความอดทนสูง สามารถอยู่ในน้ำกร่อย แม่น้ำ แม้กระทั่งหนองบึง เดินทางในท้องทะเลได้ไกลเป็นพันกิโลเมตร มีถิ่นที่อยู่ในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย พม่า กัมพูชา ไทย เวียดนาม เป็นต้น จระเข้ชนิดนี้จะพรางตัวให้เหยื่อตายใจว่ามันคือท่อนไม้ และรอจนกระทั่งเหยื่อผ่านมา หลังจากนั้นมันจะเปิดตาและพุ่งเข้างับเหยื่อแล้วด่ำดิ่งสู่ก้นทะเลหรือแม่น้ำ และถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่อันตรายที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 6 จากการจัดอันดับของนักวิทยาศาสตร์ หรือสัตว์แห่งความตาย (1.) ยุง (Mosquito) (2.) งูเห่าเอเชีย(Asian Cobra) (3.) แมงกะพรุนออสเตรเลีย(Australian Box Jellyfish) (4.) ฉลามขาว(Great White Shark) (5.) สิงโตแอฟริกา (African Lion) และ (6.)จระเข้น้ำเค็มออสเตรเลีย(Australian Saltwater Crocodile)

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:06:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 

ขอบคุณมากครับ พี่หมอ ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      8 ก.ค. 57   เวลา 11:07:00    IP = 101.108.207.146
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 23  
 
..จระเข้โหดตัวที่ 8 อยู่ที่สาธารณรัฐยูกันดา..



รอยเตอร์ – เจ้าหน้าที่ในสาธารณรัฐยูกันดาเปิดเผยว่า ทีมเจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าสามารถจับจระเข้เพชฌฆาตที่มีความยาวกว่า 5 เมตรได้แล้ว หลังจากที่มันได้กินคนมาแล้วมากกว่า 80 คน

เจ้าจระเข้ยักษ์ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 1 ตันตัวนี้ถูกจับโดยเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า หลังจากที่พวกเขาต้องใช้เวลากว่า 3 วัน ในการซุ่มดูเจ้าจระเข้ตัวนี้ ก่อนที่จะรู้ว่ามันอยู่ไหน บรรดาชาวบ้านในท้องถิ่นได้เปิดเผยให้สื่อฟังว่า เจ้าจระเข้ตัวนี้ได้สังหารคนไปแล้วกว่า 83 คน ภายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นชาวประมงที่อยู่บนชายฝั่งของทะเลสาบวิกตอเรีย รวมไปถึงชาวบ้านที่มารองน้ำและตกปลาในทะเลสาบวิกตอเรีย อันเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:13:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 24  
 
อนึ่ง ปีเตอร์ ออควัง ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นหนึ่งในทีมจับจระเข้ตัวนี้ได้เปิดเผยว่า “จระเข้นั้นเมื่อได้ลิ้มรสเนื้อของมนุษย์สักครั้งหนึ่งแล้ว มันก็จะพัฒนาพฤติกรรมหันไปล่ามนุษย์” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของยูกันดาได้กล่าวโทษถึงสาเหตุที่ทำให้จระเข้หันมาทำร้ายคนว่า เป็นเพราะมนุษย์ได้เข้าไปบุกรุกถิ่นที่อยู่อาศัยของจระเข้

ที่มา : ไอ้เข้นักล่าสิ้นลาย หลังกินคนกว่า 80 ศพ โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:14:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 25  
 
มาดูเรื่องนี้กันบ้างเก่งจริงๆแต่ผมไม่เอาด้วยคน5555
ความรักความผูกพันระหว่างจระเข้ยักษ์กับคน เรื่องราวของชิโต กับ โปโช..



ชิโต ชาวประมงใจเพชรแห่งคอสตาริก้า ชอบว่ายและเล่นในน้ำกับ โปโช จรเข้ยักษ์กินคนยาว 17 ฟุต เพื่อนรักของเขา ชาวประมงวัย 53 ปี ผู้ท้าทายมัจจุราชคนนี้ ทำให้ผู้พบเห็นเป็นอันต้องตกตะลึงทุกครั้ง เมื่อเขาลงว่ายน้ำท่วมอกร่วมกับเพื่อนรักหนักเป็นตัน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:16:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 26  
 
พร้อมกับมอบอ้อมกอดสุดเสน่ห์หาให้กับเพื่อนของ เขา ชิโตกล่าวว่า "โปโช เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ตั้งแต่อดีตชาติ(แซวเล่น อิอิ) และมันเป็นกิจวัตรประจำ วันที่สุดแสนอันตราย แต่เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เขาจะมองในดวงตาผมและไม่ทำร้ายผม

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:17:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 27  
 
"แต่มันคงอันตรายเกินไปที่คนอื่นจะลงมาในน้ำด้วย" เขาทั้งสองได้รู้จักกันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่แม่น้ำปาริสมิน้า แถบอเมริกากลาง"มันโดนยิงเข้าที่หัวและตาซ้ายโดยฝีมือชาวบ้านจนเกือบตาย ..

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:17:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
แต่เขาก็ได้ช่วยอุ้มจระเข้ที่บาดเจ็บอย่างหนักขึ้นมาบนเรือ และนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ให้น้ำ ให้อาหาร และยาต่างๆ รวมใช้เวลารักษาอาการของมันเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากมันหายดีแล้วก็นำมาปล่อยคืนธรรมชาติแต่มันกลับไม่ไปไหน ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับจรเข้ที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักเมื่อได้ชมภาพคงจะเห็นกันแล้วนะ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:18:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 29  
 
รักนะจุ๊บๆ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:18:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 30  
 
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวเกี่ยวกับจระเข้จอมโหดทั้งไทยและเทศ จระเข้ยักษ์ใหญ่ที่บันทึกลงกินเนสบุ๊ค และจระเข้แสนน่ารักแห่งคอสตาริก้า จะถูกใจเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะคะ จริงๆแล้วเรื่องราวของจระเข้ที่เราได้รับรู้กันทุกคนจะลงความเห็นว่ามันเป็นสัตว์ที่ดุร้ายเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งที่จริงแล้วตัวที่เป็นมิตรกับคนอย่างเจ้าโปโชแห่งคอสตาริกาเป็นตัวอย่างที่ดีของความผูกพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ได้ดีทีเดียว เหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้าน สำหรับครั้งหน้าจะเป็นเรื่องอะไรอย่าลืมติดตามชมกันนะครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      8 ก.ค. 57   เวลา 11:39:00    IP = 125.26.42.205
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 31  
 
เห็นเรื่องจระเข้ผมรีบคลิ็กเข้ามาก่อนเลย.....ผมชอบดูมันมากๆศึกษาไว้พอสมควรหนังเกี่ยวกับจระเข้ก้ดูมาหมด ผมชอบเรื่อง Primeval สุดๆ

อยากเลี้ยงไว้ในบ่อซักตัว เวลาอยากจะให้ใครหายสาบสูญไปก้ง่ายนิดเดียว ฮี่ๆ

   sixth       8 ก.ค. 57   เวลา 13:07:00    IP = 124.121.206.88
 


  คำตอบที่ 32  
 
มันส์มากเลยครับพี่ท็อป โดยเฉพาะไอ้ด่าง

   สยาม      8 ก.ค. 57   เวลา 13:23:00    IP = 101.51.107.211
 


  คำตอบที่ 33  
 
ถ้าเป็นจระเข้ยักษ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ผมชอบเจ้า lapu lapu นี่มัน t-rex ชัดๆ

   sixth       8 ก.ค. 57   เวลา 13:24:00    IP = 124.121.206.88
 


  คำตอบที่ 34  
 
เยี่ยมครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      หนุ่มคัวยหอม      8 ก.ค. 57   เวลา 13:28:00    IP = 1.1.201.154
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 35  
 
ขอบคุณครับผม

   eid_guitar  8 ก.ค. 57   เวลา 13:38:00    IP = 101.51.0.133
 


  คำตอบที่ 36  
 
http://www.youtube.com/watch?v=vT0qca3SqaQ

   สมาชิกแบบพิเศษ      หนุ่มคัวยหอม      8 ก.ค. 57   เวลา 14:05:00    IP = 1.1.201.154
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 37  
 
-ขอบคุณครับ เดี๋ยวกลับมาอ่านต่อ

   กีตาร์ ยาจก      8 ก.ค. 57   เวลา 14:10:00    IP = 125.26.195.3
 


  คำตอบที่ 38  
 
อ่านจนจบเลย ขอบคุณครับ

ความตายยังไงก็ต้องมาเยือนพวกเราทุกคน
แต่ตายเพราะถูกกินทั้งเป็น โคตรน่ากลัวอ่ะ

   upzindome      8 ก.ค. 57   เวลา 14:13:00    IP = 49.230.65.102
 


  คำตอบที่ 39  
 
แต่ละเรื่อง เด็ดจริงๆ...ขอบคุณมากครับ

   sakai  8 ก.ค. 57   เวลา 18:48:00    IP = 113.53.133.91
 


  คำตอบที่ 40  
 
ขอบคุณมากครับ อ.ท๊อป

   สมาชิกแบบพิเศษ      khakai      9 ก.ค. 57   เวลา 0:01:00    IP = 223.207.251.217
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 41  
 
ขอบคุณมากครับ น่ากลัวทุกตัวเลย

   G.T.Hero      9 ก.ค. 57   เวลา 6:18:00    IP = 116.58.225.156
 


  คำตอบที่ 42  
 
สุดยอดครับ

   พ่อลูก1      9 ก.ค. 57   เวลา 6:41:00    IP = 124.121.210.12
 


  คำตอบที่ 43  
 
ขอบคุณครับ. เยี่ยมทุกตอน ทุกเรื่องครับ.

   kong3k  9 ก.ค. 57   เวลา 14:08:00    IP = 1.4.172.53
 


  คำตอบที่ 44  
 
ขอบคุณครับ ชอบเรื่องไอ้ด่างมากที่สุด อ่านแล้วระทึกใจจริงๆ...

   distortion_x      9 ก.ค. 57   เวลา 15:05:00    IP = 101.51.37.236
 


  คำตอบที่ 45  
 
มารายงานตัวครับป๋าท็อป
วันนี้เนื้อหาสนุกมากเลยครับ
ขอบคุณมากครับที่มาแบ่งปันความรู้ให้กับชาวกีต้าร์ไทย

   deerpoison      9 ก.ค. 57   เวลา 19:49:00    IP = 1.1.179.24
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket