Home | Login | คอร์ด/เนื้อเพลง | Webboard | Classifieds | Music Jobs (หางาน) | TV / Video









(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  13 เมืองสยอง อาถรรพ์ เฮี้ยน ระดับโลก ตอบคำถาม ผีมีจริง หรือไม่ ? - See more at:  
 
คำถามคาใจตั้งแต่เกิดมาจนถึงทุกวันนี้คือ “ผีมีจริงหรือไม่ ?” บางคนก็บอกว่าเคยเจอ บางคนพยายามยังไงก็ไม่เจอ สถานที่ต่างๆ ที่ร่ำลือกันว่าขึ้นชื่อเรื่องผีดุนั้น มีจริงๆ หรือเปล่า ตามมาพิสูจน์กันได้ใน 13 เมืองอาถรรพ์ที่ผีดุที่สุดขึ้นชื่อไปทั่วโลก ลองมาดูกันว่า แต่ละที่นั้นมีความเป็นมาที่น่าขนหัวลุกขนาดไหน !!!



   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:38:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
1.เชอโนบิล ประเทศยูเครน

เป็นเมืองที่เกิดเหตุโศกนาฏกรรมช็อคโลกที่เรียกได้ว่า รุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก นั่นคือการระเบิดของ “เชอร์โนบิล” โรงงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 1986 หรือเมื่อ 27 ปีก่อน จัดอันดับความรุนแรงไว้ที่ระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตราระหว่างประเทศว่าด้วยเหตุการณ์ทางนิวเคลียร์ ปริมาณกัมมันตรังสีรุนแรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มเกาะฮิโรชิม่าในสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึง 4 เท่า และต้องใช้เวลาถึง 24,000 ปี กว่าจะสามารถกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย

ผลจากการระเบิดทำให้เกิดขี้เถ้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศ ปกคลุมทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต ยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก ยุโรปเหนือทางการยูเครน เบลารุส และรัสเซีย ทำให้มีเหยื่อทั้งสังเวยชีวิต ป่วยเป็นโรคมะเร็ง กลายพันธุ์ผ่าเหล่า หรือพิการไปเป็นจำนวนมาก ผลการจากระเบิดทำให้ต้องอพยพประชากรมากกว่า 336,000 คน ออกจากพื้นที่อย่าง มีผู้เสียชีวิต 4,000 คน ผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการสัมผัสกัมมันตรังสีจนร่างกายผิดปกติไม่เหลือเค้ามนุษย์สูงถึง 600,000 คน


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:41:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
2. หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London) ประเทศอังกฤษ



เป็นพระราชวังหลวง และป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ เป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ผีดุที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก หอคอยเคยใช้เป็นป้อมที่ขังนักโทษที่มียศศักดิ์สูง และยังเป็นสถานที่สำหรับประหารชีวิต และทรมานนักโทษอีกด้วย

วิญญาณที่เล่าขานกันว่ามาปรากฎให้เห็นบ่อยๆ ที่หอคอยแห่งลอนดอนคือ วิญญาณของพระนางแอนน์ โบลินน์ มเหสีองค์ที่ 2 ในพระเจ้าเฮนรี่ที่แปด ซึ่งถูกประหารชีวิตฐานนอกพระทัยพระเจ้าเฮนรี่ ว่ากันว่าตอนประหารพระนาง เพชฌฆาตยกพระเศียรขึ้นชู พระเนตรของพระนางยังคงลืมอยู่ และพระโอษฐ์ก็ขมุบขมิบ ผู้คนที่ไปดูการประหารเชื่อว่าพระนางทรงสาปแช่ง ทำให้บางครั้งหลายคนมักเห็นพระนางมาปรากฏกายให้เห็นแบบผีหัวขาด เคยมีทหารยามเห็ยผู้หญิงสวมผ้าคลุมศีรษะเดินเล่นริมระเบียงที่ถูกปิดตาย แต่มีลักษณะหิ้วศีรษะไว้ในมือ ไม่ก็จะได้ยินเสียงลากโซ่ตรวนในห้องประหารแล้วกรีดร้องจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีเหตุการณ์แปลกๆ ให้เห็นทุกคืน


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:42:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
3. เมืองนิวส์ออร์ลีน (New Orleans) รัฐหลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา


นิวส์ออร์ลีน เป็นเมืองท่าสำคัญของสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่รู้จักในสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสอันโดดเด่น และยังขึ้นชื่อที่สุดในอเมริกาเรื่องผีดุ ชาวเมืองต่างเคยได้ยินเรื่องเล่าหรือได้เห็นสิ่งประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวในสารพัดรูปแบบทั้ง เรื่องการตายของคนจำนวนมาก หลุมศพที่มีให้เห็นกลาดเกลื่อน ผีดูดเลือด ไปจนถึงลัทธิพ่อมดหมอผีวูดู นั่นเพราะเคยมีโรคระบาดร้ายแรง อหิวา และไข้เหลืองที่คร่าชีวิตชาวเมืองไปทีละหมื่น แ่ต่ผีที่หลายคนรู้จักก็คือ มารี ลาโว ผู้นำลัทธิวูดูที่มีชื่อเสียงในปี 1800 ที่ไ้ด้รับความศรัทธาอย่างแรงกล้าของที่นี่ กล่าวกันว่าเธอทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมด และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองได้ง่ายๆ เธอทำให้ผู้คนในลัทธิหันมานับถือพระแม่มารี และยังนำพิธีปฏิบัติของชาวแคทอลิคเข้ามาใช้ในลัทธิวูดู ทุกวันนี้อิทธิพลของมารีและลูกสาวที่มีต่อเงามืดแห่งลัทธิวูดูในเมืองนิวออร์ลีนยังไม่จางหายไป ทั้งคู่ถูกฝังคู่กันในสุสาน 2 ชั้นทำจากหินสีขาว ที่แท่นฝังศพหมายเลข 1 ในสุสานเซนต์หลุยส์

ส่วนสถานที่แห่งผีดุของที่นี่ก็คือ บ้านหรูหราซึ่งเป็นสมบัติตกทอดของเดลฟีน ลอรี่ ในปี 1831 เธอเป็นสาวอเมริกันชั้นสูง และน่าจะเป็นฆาตรกรต่อเนื่อง ว่ากันว่าเธอทรมาน ทำให้พิการ และฆ่าทาสตายไปกว่า100 ศพ จนกระทั่งในปี 1834 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น เมื่อนักดับเพลิงเข้าไปก็พบทาสทั้งชาย และหญิงถูกล่ามโซ่บ้าง ขังในกรงสุนับบ้าง บางคนถูกทำให้เสียโฉม บางคนถูกตัดทั้งแขน และขา อีกจำนวนหนึ่งถูกเย็บปากติดกันเพื่อให้อดอาหารตาย แต่เํธอคนนี้กลับรอดพ้นจากความผิด เพราะเธอมีญาติเป็นผู้ว่าที่ร่ำรวย แต่ที่แน่ๆ คฤหาสน์ดังกล่าวได้มีสิ่งที่หลายคนพบเห็นในตัวบ้านเช่น วิญญาณหลอนพร้อมทั้งเสียงกรีดร้อง และเสียงหวดของแส้เป็นระยะๆ


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:43:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
4. ฮาชิมะ เกาะร้าง ประเทศญี่ปุ่น


เกาะฮาชิมะนี้ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนางาซากิ เป็นเกาะกลางทะเลที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ที่นี่ถือได้ว่ามีชื่อเสียงติดอับดับต้นๆ ของโลกในฐานะ 1 ใน 5 เกาะที่หลอนที่สุดในโลก เกาะแห่งนี้เป็นเหมือนกับสถานที่คุมขังนักโทษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์แรงงานชาวจีน และเกาหลีใต้ที่เป็นจำเลยช่วงสงครามมาทำงานในเหมืองถ่านหิน ต่อมาบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างมิตซูบิชิซื้อเกาะดังกล่าว และพัฒนาเป็นเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ และได้ปิดลง เนื่องจากพลังงานจากถ่านหินไม่ได้เป็นที่ต้องการของญี่ปุ่นอีกต่อไป และอพยพผู้คนออกจากพื้นที่

ปัจจุบันเกาะฮาชิมะ ได้กลายเป็นสถานที่รกร้างปราศสิ่งมีชีวิต ที่ไม่มีแม้กระทั่งต้นไม้ หรือดอกไม้ขึ้นอยู่ เกาะฮาชิมะเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่อง "Battle Royale" ในระหว่างการถ่ายทำได้พบสิ่งผิดปกติอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะพบคนอื่นที่ไม่ใช่ทีมงานถูกถ่ายติดเข้ามาในฉาก หรือ ฟิล์มเสียทั้งๆ ที่เพิ่งใช้งาน และเหตุการณ์ที่ผวาที่สุดในกองถ่าย จนทำให้กองถ่ายต้องหยุดพักอยู่เป็นอาทิตย์ ก็คือ ชิอากิ คูริยามา นักแสดงหญิงคนหนึ่ง ซึ่งรับบทเป็นนักเรียนได้เข้าฉาก และเธอได้ถูกบางสิ่งบางอย่างครอบงำตัวเธอ จนต้องเชิญมิโกะหญิงที่เดินทางมาด้วย จัดการขับไล่วิญญาณร้ายจนสำเร็จ

หลังจากวิญญาณนั้นออกจากร่าง เธอบอกว่า "สถานที่นี้มีดวงวิญญาณที่มีความอาฆาตแค้นอยู่มาก และยากที่จะขจัดออกไปได้ เพราะที่ตรงนี้ คือสถานที่ของพวกเขา"


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:43:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
เกาะแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์มากมายรวมถึง เจมส์ บอน007ด้วยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:45:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
5. เมือง ออร่าดูร์-ซู-แกน (Abandoned City & Commune of Oradour) ประเทศฝรั่งเศส



เมืองร้างแห่งนี้โดนทำลายโดยกองทัพของเยอรมนีในปี ค.ศ.1944 มีชาวบ้านถูกสังหารหมู่ที่นี่อย่างโหดเหี้ยมไปถึง 642 ศพ นายทหารเยอรมันผู้หนึ่งเปิดเผยว่า เด็กๆ และผู้หญิงที่ถูกต้อนเข้าไปในโบสถ์ราวกับฝูงแกะ และถูกเผาทั้งเป็น ส่วนผู้ชายก็ถูกทรมานด้วยการยิงที่ขา ให้ตายอย่างช้าๆ ในโรงนา

ปัจจุบันที่นี่ยังคงเป็นเมืองร้าง ชาวเมืองได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในเมืองใกล้ๆ แม้จะมีการสร้างเมืองนี้ขึ้นมาใหม่ แต่ที่นี่ก็ยังคงขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนจนไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่ดี


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:45:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
6. เมืองคีย์ เวสต์ ฟลอริดา (Key West Florida) ประเทศสหรัฐอเมริกา


เมืองคีย์ เวสต์ ฟลอริด้า เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีตำนานเรื่องผีมากมาย เพราะเมืองนี้เคยเป็นเมืองแห่งสมรภูมิสงครามกลางเมือง เกาะโจรสลัด และอาชญากรอื่นๆ สถานที่เก็บศพ และเป็นสถานที่ที่นิยมของพวกชอบเรื่องราวลึกลับมากมาย

ความสยองของเมืองนี้ที่รู้จักกันดีก็คือ ตุ๊กตาผีสิง "โรเบิร์ด" ที่มีอายุกว่า 105 ปี โดยเล่ากันว่ามันเป็นของขวัญของลูกโรเบิร์ด ยูจีน ออตโต เมื่อปี 1904 โดยเชื่อว่าตุ๊กตาดังกล่าวต้องมนต์คำวูดูของคนใช้ที่ไม่พอใจตระกูลนี้ โดยคนในครอบครัวโรเบิร์ดอ้างว่าระหว่างอยู่กับตุ๊กตา เขาได้ยินตุ๊กตาพูดได้ เดินได้ ชอบทำของเล่น และของใช้ในบ้านเสียหายอยู่เสมอ นอกจากนั้นยังมีความคิดที่จะฆ่าเขาด้วย จนในที่สุดตุ๊กตาดังกล่าวจึงถูกเก็บไ้ว้ในห้องใต้หลังคา หลังจากที่ยูจีนเสียชีวิตในปี 1974 ครอบครัวใหม่ก็มาซื้อบ้านหลังดังกล่าว และได้ยินเสียงตุ๊กตากรีดร้อง และเิดินเข้ามาทำร้ายลูกสาวของเขา


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:46:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
7. เมืองซางจี (San Zhi) ประเทศไต้หวัน


ความอาถรรพ์ของเมืองนี้เริ่มจาก ดีไซน์อันแปลกประหลาดของอาคารต่างๆ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างที่คร่าชีวิตคนงานไปหลายคนจนถึงกับต้องหยุดการก่อสร้างไปหลายครั้ง และเหตุการณ์สุดประหลาดที่มีคนอ้างว่าเห็นส่วนต่างๆ ของบ้านเคลื่อนไหวไปมาได้เองชวนขนลุก

ถึงแม้ผู้สร้างที่นี่จะพยายามสร้างหมู่บ้านนี้ให้เป็นที่พักในวันหยุด เป็นบ้านพักที่อยู่บนน้ำได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างก็ดันมีปัญหาในตอนสุดท้ายอีกจนได้ ชาวบ้านในละแวกนั้นเชื่อว่า สถานที่ตั้งแห่งนั้นมีอาถรรพ์เลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาอีก


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:47:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
8. เมืองคราโค่ (Craco) ประเทศอิตาลี

13 เมืองสยอง อาถรรพ์ เฮี้ยน ระดับโลก ตอบคำถาม ผีมีจริง หรือไม่ ?

13 เมืองสยอง อาถรรพ์ เฮี้ยน ระดับโลก ตอบคำถาม ผีมีจริง หรือไม่ ?

เมืองร้างที่ถูกล้อมด้วยกำแพงในยุคกลางของเมืองคราโค่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 400 ฟุต เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า “ต้องคำสาป” ด้วยภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งที่ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรไม่ดี การถูกโจรปล้นบ้านเรือน และสุดท้าย การเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้งติดกัน ทำให้ผู้คนเสียชีวิตไปมากมาย และเสียหายเกินกว่าที่จะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ ประชากรกลุ่มสุดท้ายได้อพยพออกไป เพราะเกรงกลัวแผ่นดินไหว ในที่สุดทำให้เมืองล่มสลายลงใน ปี 1960


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:48:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
9. เมืองเกตตีสเบิร์ก (Gettysburg) รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา


เป็นที่รู้จักในแง่ของแหล่งท่องเที่ยวที่คงความสยองเมื่อนึกถึง เนื่องจากปี 1863 นั้น ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายสหรัฐอเมริกา นำโดยนายพลจอร์จ กอร์ดอน มีด กับฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา นำโดยนายพลโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี การปะทะกันกินเวลาทั้งสิ้น 3 วัน ยุทธการดังกล่าวนับว่าเป็นสมรภูมิที่นองเลือดมากแห่งหนึ่งในสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยมียอดผู้เสียชีวิตเกือบ 10,000 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 30,000 คน

ทุกวันนี้ยังมีเรื่องน่าขนลุก ไม่ว่าจะเป็นบ้านร้าง สวนสาธารณะ หลายคนเคยได้ยินเสียงผีทหารที่ตายในสนามรบร้องครางด้วยความโหยหวน


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:49:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
10. โรงพยาบาลทหาร Beelitz (Hospital Beelitz Heilstaetten) เมืองพอทสดัม ประเทศเยอรมนี



Hospital Beelitz Heilstaetten โรงพยาบาลสยองที่ในอดีต อด็อฟ ฮิตเลอร์ เคยถูกนำตัวมารักษาที่นี่หลังจากโดนยิงในสงคราม Sommer ปัจจุบันกลายเป็นโรงพยาบาลที่ถูกปล่อยให้รกร้าง ไร้ซึ่งการดูแลจากที่เคยดูแลรักษาผู้ป่วยกลับกลายมาเป็นที่สร้างความหลอน และยังคงกล่าวขานถึงความน่ากลัว เสียงหวีดร้อง ที่ดังก้องออกมาจากโรงพยาบาลแห่งนี้
0

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:50:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
11. นิวมะนิลา เมืองเกซอน (New Manila, Quezon City) ประเทศฟิลิปปินส์



พื้นที่บริเวณ Balete Drive นิวมะนิลา เมืองเกซอน ซึ่งพื้นที่แห่งนี้เรียกได้ว่าพื้นที่ต้องสาปเลยทีเดียว เพราะที่นี้เต็มไปด้วยเรื่องผีมากมาย เช่น ต้นไทรคำสาป, บ้านผีสิง (สร้างตั้งแต่ยุคสเปน 1800) และที่น่ากลัวที่สุดคือผีที่ปรากฏที่กลางถนน และสร้างความหายนะแก่ผู้คน นั่นก็คือหญิงในชุดขาวที่เล่ากันว่าเธอถูกข่มขืน และฆ่าโดยทหารญี่ปุ่นในสงครามโลก

โดยเธอมักปรากฏตัวในรูปของผู้หญิงใส่ชุดสีขาว ผมดำยาวไร้หน้า และยืนเลือดท่วมอยู่กลางถนนตอนกลางคืน จนมีคำแนะนำว่าให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงถนนในเวลากลางคืน โดยเฉพาะหากขับรถมาคนเดียว หากจำเป็นก็อย่ามองด้านหลังที่กระจก ไม่เช่นนั้นผีจะขึ้นรถในสภาพเลือดท่วม และสร้างหายนะกับผู้ขับขี่


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:51:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
12. เมืองซาวานนาห์ (Savannah) รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา


ดูผิวเผินก็น่าขนลุกแล้วสำหรับที่นี่ เพราะเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสุสานป่าช้าจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคฤหาสน์ และบ้านเก่าๆ มากมาย สถานที่ที่กล่าวขายกันว่ามีผีสิงอยู่ก็คือ บ้านสามชั้นซึ่งสร้างในปี 1796 เคยเป็นที่พักของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งแต่ถูกซื้อไปเพื่อสร้างต่อเติมใหม่ให้เป็นแมนชั่น แต่ระหว่างการก่อสร้างนั้นเอง เกิดอุบัติเหตุหลังคาบ้านถล่มทับคนงานเสียชีวิต และนี่คือที่มาของความหลอน เพราะผู้คนมักได้ยินเสียงคนเดิน และเสียประหลาดอยู่เสมอ อีกทั้งยังเห็นชิ้นส่วนในตัวบ้านลอยผ่านหน้าไปยังอีกจุดหนึ่ง หรือบางทีก็จะเห็นชายชุดสูทสีดำยืนจ้องมองมาก่อนที่จะหายไป


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:52:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
13. นครบันดุง (Bandung) ประเทศอินโดนีเซีย


ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่อีกแห่งของประเทศอินโดนีเซีย ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 525 ปี แต่อีกมุมหนึ่งด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้นเองทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีเรื่องเล่า ตำนานสยองขวัญมากมาย และที่สุดเฮี้ยนที่สุดก็คือ สวนป่าอนุรักษ์จูอันดา ที่เคยถูกทหารญี่ปุ่นใช้เป็นที่ทรมานนักโทษ และเชลยศึกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่ากันว่า เคยมีคนพบเห็นวิญญาณของผู้เสียชีวิตยังวนเวียนหลอกหลอนนักท่องเที่ยวอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้

ที่มา Wikipedia, www.bbc.co.uk, www.biansa.in.th, www.siamzone.com, naaytom.blogspot.com, board.postjung.com

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 6:53:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
สุดยอดครับ

   แบงค์วงมะลิ      23 พ.ค. 57   เวลา 7:16:00    IP = 101.51.206.245
 


  คำตอบที่ 16  
 
ผมเคยเห็นผีด้วยที่ห้องพักที่ชะอำ

   80  23 พ.ค. 57   เวลา 7:33:00    IP = 1.2.208.71
 


  คำตอบที่ 17  
 
แบงค์วงมะลิ ขอบคุณครับ

80 มาเล่าสู่กันฟังบ้างครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      23 พ.ค. 57   เวลา 7:42:00    IP = 125.26.26.113
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
บรื๋ออออออออออ ... แต่ก็ขอขอบคุณมากครับ อิอิ

   sakai  23 พ.ค. 57   เวลา 7:56:00    IP = 113.53.152.19
 


  คำตอบที่ 19  
 

ขอบคุณมากๆ ครับ พี่หมอ

   สมาชิกแบบพิเศษ      ชิตชัย      23 พ.ค. 57   เวลา 8:35:00    IP = 171.5.251.56
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 20  
 
ไทยน่าจะมีติดมั่ง น่ากลัวหลายที่เรย

   Phosphorus      23 พ.ค. 57   เวลา 9:11:00    IP = 118.173.180.233
 


  คำตอบที่ 21  
 
ขอบคุณมากครับ

   eakibanez      23 พ.ค. 57   เวลา 9:24:00    IP = 171.96.243.48
 


  คำตอบที่ 22  
 
เยี่ยมมากๆเลยครับ อ.ท็อป...

   สมาชิกแบบพิเศษ      khakai      23 พ.ค. 57   เวลา 10:41:00    IP = 223.207.251.11
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 23  
 
ขอบคุณครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      GuitarConner      23 พ.ค. 57   เวลา 10:54:00    IP = 101.109.11.192
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 24  
 
ขอบคุณมากครับ ได้สาระมากมาย

   กีต้าร์ธน      23 พ.ค. 57   เวลา 11:32:00    IP = 58.9.175.15
 


  คำตอบที่ 25  
 
หลอนเลยครับพี่ ^^

   B_Empire  23 พ.ค. 57   เวลา 12:38:00    IP = 119.42.70.161
 


  คำตอบที่ 26  
 
^^

แปลก. สภานที่ต่างๆที่ปรากฏในคนอวดผี

ไม่ติดอันดับแฮะ 5555

   พายุลูกเห็บ      23 พ.ค. 57   เวลา 12:50:00    IP = 49.230.73.82
 


  คำตอบที่ 27  
 
สุดยอดดด

   สมาชิกแบบพิเศษ      Solo man 007      23 พ.ค. 57   เวลา 14:12:00    IP = 180.180.40.241
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์นามกระฉ่อน เชอร์โนบิล ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรก็เกิดระเบิดขึ้นจนทำให้มีคนเสียชีวิตไปจำนวนหนึ่ง แต่ปัญหาการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีที่อันตรายสุดขีดทำให้ต้องมีการอพยพผู้คนทั้งหมดออกจากเมืองไปในทันที เมืองนั้นจึงกลายเป็นเมืองร้างและมีบรรยากาศที่หลอน วังเวงน่ากลัวที่สุด คือเมือง พรีเพียต ในประเทศยูเครน
พรีเพียต เป็นเมืองร้างยุคใหม่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนไม่น้อยไปกว่าเมืองโบราณอื่นๆที่มีประวัติยาวนานในทวีปยุโรป แม้ว่าจะเป็นเขตหวงห้ามเพราะยังมีกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลออกมาอยู่ตลอด แต่ก็มักจะมีคนที่ อยากลองของ แอบเข้าไปอยู่เสมอ เมื่อไปมาแล้วก็จะเล่าถึงความรู้สึกและประสบการณ์แปลกๆซึ่งเจอในเมืองนั้นคล้ายๆกันว่า บรรยากาศของความ วังเวง สัมผัสได้ ตั้งแต่หลายกิโลเมตรก่อนเข้าสู่ตัวเมือง เพราะ 2 ข้างทางมีฟาร์มและบ้านร้างอยู่ให้เห็นเป็นระยะๆ
ในตัวเมืองมีเศษขยะและข้าวของที่ถูกทิ้งเรี่ยราดตามถนนทุกสาย 2 ฟากถนนมีตึกรามเรียงรายอยู่พอสมควร รถยนต์หน้าตาโบราณๆมีจอดทิ้งไว้ให้เห็นอยู่หลายคัน บอกให้รู้ว่ามันเคยเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่น้อยเลย แต่บัดนี้มีเพียงความเงียบกับเสียงลม ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นเมื่อเดินไปตามถนน เหมือนมีสายตาจากที่ใดที่หนึ่งทางซ้ายบ้างทางขวาบ้าง จ้องมองเราอยู่แทบทุกฝีก้าว
สะพานคอนกรีตที่ดูไม่ต่างจากสะพานทั่วไป แต่เมื่อได้ก้าวเท้าเข้าไปบนนั้น ความรู้สึกเยียบเย็นแบบประหลาดๆก็เข้ามากระทบประสาทสัมผัสทันที เมื่อครั้งเกิดเหตุที่โรงไฟฟ้า ชาวเมืองจำนวนหนึ่งพากันไปยืนบนสะพานที่สามารถมองเห็นโรงไฟฟ้าได้ พวกเขามองดูการระเบิดที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่คิดว่ารังสีที่
สูงเกินค่าที่ปลอดภัยกว่า 500 เท่าจะแผ่ไปถึงที่นั่นอย่างรวดเร็ว ทุกคนที่นั่นตายหมดในไม่กี่วันหลังจากนั้น
ถนนแคบๆที่มีต้นไม้ใหญ่เรียงรายอยู่ 2 ด้านของถนนพาเข้าไปสู่สวนสนุกประจำเมืองที่มีวงล้อชิงช้าสวรรค์สีเหลืองมองเห็นได้แต่ไกล ที่นี่เคยเป็นจุดมีสีสันและมีชีวิตชีวาที่สุดของเมือง เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของเด็กๆและหนุ่มสาวที่เคยดังไปทั่ว ปัจจุบันนี้เหลือแต่ความเงียบวังเวง หดหู่ คราใดที่ลมเย็นยะเยือกกระโชกพัด ทั้งเสียงลมและเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเครื่องเล่นที่ทำจากโลหะก็ดังขึ้น และใบไม้ตามพื้นปลิวว่อนเคว้งคว้างไปตามแรงลม ทำให้ใครที่เข้าไปสัมผัสสถานที่นั้นแล้วไม่อยากอยู่ต่อแม้สักนาทีในอาคารต่างๆคือที่ที่จะทดสอบประสาทว่าใครทนหลอนได้ดีกว่ากัน โดยเฉพาะในโรงพยาบาล กลิ่นอายของความเจ็บป่วย ความตาย ตลบอบอวลตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไป ประสาทสัมผัสทุกส่วนจะตึงเขม็งไปอย่างไม่รู้ตัว บ่อยครั้งที่เสียงเหมือนกรีดร้องอย่างน่ากลัวดังขึ้นให้ทุกคนได้ยินโดยไม่มีใครบอกได้ว่ามาจากที่ใด ทุกคนที่เดินอยู่ในนั้นล้วนแต่มองตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครอยากจะหันไปแล้วเจอภาพสยองที่ทำให้ขนลุกขนพอง ห้องคนป่วยหลายห้องมีคราบสีเข้มเลอะบนผนังและบนฟูกที่ขาดวิ่น ขวดยาที่เปิดทิ้งไว้หลายขวดทำให้จินตนาการไปต่างๆนานาว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่อยู่ในห้องพวกนั้นตามโรงเรียนและเนิร์สเซอรี่เด็กเล็กมีตุ๊กตาหลายตัววางอยู่ตามพื้นบ้าง ข้างบันไดบ้าง บนโต๊ะ ที่ล้มคว่ำอยู่กับพื้นบ้าง คราใดที่หันไปมองมันโดยบังเอิญ

ความรู้สึกบอกว่ามันกำลังจ้องมองเราอยู่เช่นกัน ตุ๊กตาเหล่านั้นหลายตัวนอกจากจะดูเหมือนมีชีวิตแล้ว ยังดูราวกับมีใครบางคนที่เล่นมันแล้วเอามาวางไว้ชั่วคราวบ่อยครั้งที่มีเสียงกระพือปีกเหมือนนกขนาดใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบตามอาคารต่างๆ หลายคนบอกตรงกันว่าเคยเห็นเจ้าของเสียงที่ว่ามันเหมือนนกปีศาจสีดำขนาดใหญ่มาก บางคนบอกว่าปีกมันกางกว้างออกไปตั้ง 20 ฟุต แต่เพียงชั่วแวบเดียวมันก็อันตรธานไปเสียแล้ว ผู้คนแถบนั้นรู้จักมันในชื่อ “Black Bird of Chernobyl”และเชื่อกันว่ามันอาจเป็นผลพวงจากการกลายพันธุ์เพราะกัมมันตภาพรังสี แถบอพาร์ตเมนต์คนงานมีหลายคนบอกว่าพบเห็นเงาดำเหมือนผู้ชายร่างสูงผ่านไปผ่านมา ทั้งที่อาคารนั้นร้างสนิท มีการขนานนามเขาคนนั้นว่า “Slender Man” ถ้าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพหลอน เขาก็คงไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน เพราะไม่มีมนุษย์คนใดจะอาศัยอยู่ในเมืองแบบนั้นได้ความสยองขวัญของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ มีผู้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ “Chernobyl Diaries เชอร์โนบิลเมืองร้าง มหันตภัยหลอน” กับเรื่องราวของ กลุ่มนักท่องเที่ยว 6 คนที่จ้างไกด์เถื่อนให้ลักลอบพาเข้าไปสำรวจเมืองร้างในเขตหวงห้ามแห่งนี้ พวกเขารู้สึกเหมือนถูกจับตามอง และค้นพบว่าบางทีสถานที่แห่งนี้อาจไม่ได้มีแต่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้น...

ย้อนอดีตกลับไปสู่ยุคที่เมืองแห่งนี้ยังไม่กลายเป็นเมืองหลอน ประเทศยูเครนในยุคนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต, พ.ศ.2520 คือปีที่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เตาที่ 1 ของโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์โรงแรกของที่นั่นสร้างเสร็จ เตาที่ 2 เสร็จในปีถัดไป จากนั้นเตาที่ 3 และ 4 ก็สร้างเสร็จตามมา ในปี พ.ศ.2524 และ 2526 ตามลำดับ โรงไฟฟ้าโรงนี้สร้างอยู่ห่างจากเมืองเชอร์โนบิลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 18 กิโลเมตร โดยมีเมืองพรีเพียตเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าดังกล่าวมากที่สุด เมืองนี้เป็นเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นพร้อมๆกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อรองรับคนงานและครอบครัวที่ต้องไปทำงานก่อสร้างที่นั่น รวมๆแล้วก็เกือบ 50,000 คน ในยุคนั้นโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีชื่อว่า สถานีผลิตกระแสไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ วี.ไอ. เลนิน ภายหลังเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย จึงเปลี่ยนชื่อเป็น โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เชอร์โนบิล แม้ว่าที่โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้วถึง 4 เตา ก็ยังทำการขยายกำลังผลิตโดยการสร้างเตาที่ 5 และที่ 6 ต่อไปอีก แต่ทั้ง 2 เตานั้นยังสร้างไม่ทันเสร็จ เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญชาวโลกก็เกิดขึ้นเสียก่อน

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ.2529 ระหว่างการ ทดสอบระบบหล่อเย็นของเตาหมายเลข 4 ที่ทำกันในเวลากลางคืน ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เมื่อแรงดันไอน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ระบบ ตัดการทำงานอัตโนมัติเกิดขัดข้องไม่สามารถหยุดแรงดันนั้นได้ เป็นเหตุให้เกิดความร้อนสูงขึ้นถึง 2,000 องศาเซลเซียสจนทำให้แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลอมละลายและระเบิดขึ้นในที่สุด แรงระเบิดคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ทั้งหมดไปทันทีหลายสิบคน และอีกหลายพันคนที่อาศัยในเมืองพรีเพียตเสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยโรคมะเร็ง เถ้าจากการระเบิดที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศ ปกคลุมไปทั่วทิศตะวันตกของสหภาพโซเวียต ประเทศแถบยุโรปตะวันออก ยุโรปเหนือ และบางส่วนของยุโรปตะวันตก

ทางการของ ยูเครนและเบลารุสต้องอพยพผู้คนที่อยู่ในรัศมีใกล้เคียงจำนวนหลายแสนคนออกจากพื้นที่ ซึ่งแน่นอนว่าการอพยพดังกล่าวทำให้เมืองพรีเพียตกลายเป็นเมืองร้างไปอย่างรวดเร็ว ไฟที่ลุกไหม้จากแรงระเบิดไม่สามารถจะดับได้เพราะกัมมันตภาพรังสีที่รั่วออกมาอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีครั้งนั้นรุนแรงกว่าครั้งที่เมืองฮิโรชิมาถูกบอมบ์ด้วยระเบิดนิวเคลียร์ถึง 4 เท่า และอาจต้องใช้เวลาอีกราว 24,000 ปี ผู้คนถึงจะกลับมาอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย

จนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม รัฐบาลยูเครนจึงตัดสินใจสั่งให้สร้างฝาครอบยักษ์ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ครอบเตานั้นไว้ เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของรังสี สิ่งก่อสร้างที่ว่านั้นระดมคนและเครื่องจักรเท่าที่สามารถจะหาได้ทำกันอย่างเร่งด่วนทั้งกลางวันและกลางคืน จนกระทั่งแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน มันประกอบไปด้วยเหล็กกล้ามากกว่า 7,000 ตัน และคอนกรีตราว 410,000 ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาและเน้นประสิทธิภาพในการกักกั้นกัมมันต– ภาพรังสี ฝาครอบยักษ์นั้นจึงมีรูปร่างเหมือน โลงศพ ดีๆนี่เอง ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้เพียงไม่เกิน 30 ปี ดังนั้น ในปี พ.ศ.2551 ธนาคารเพื่อการก่อสร้างและพัฒนาแห่งยุโรปจึงมอบเงินจำนวนหนึ่งให้รัฐบาลยูเครนนำไปสร้างฝาครอบหรือโลงศพ อีกอันหนึ่งที่ทนทานกว่าเดิม ครอบทับไปบนของเดิม เพื่อไม่ให้รังสีหลุดรั่วออกมา โลงอันใหม่นี้จะแล้วเสร็จภายใน พ.ศ.2555 นี้เอง

ทุกวันนี้ค่ากัมมันตภาพรังสีในตัวเมืองอยู่ในระดับที่มนุษย์ที่ไม่สวมชุดป้องกันพอจะเข้าไปได้ แต่รอบๆโรงไฟฟ้าในรัศมีสองสามร้อยเมตรยังคงมีค่าสูงเกินมาตรฐานหลายเท่า ตัวเมืองนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้ แต่บางพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตพิเศษเท่านั้น โดยทั้งก่อนและหลังจากที่เดินทางเข้าไป ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจระดับกัมมันตภาพรังสีที่อยู่ในร่างกาย และระหว่างทัวร์ก็ต้องมีเครื่องตรวจจับรังสีวัดค่าไปตลอดทาง ซึ่งผู้ที่ใจกล้าพอจะเข้าไปทัวร์ในเชอร์โนบิล เกินกว่าครึ่งต้องอยากขอไปท้าพิสูจน์ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ร่ำลือต่อๆกันมา...


CR http://www.thairath.co.th/content/266935

ขอบคุณมากครับน่ากลัวทั้งนั้น

   สมาชิกแบบพิเศษ      mawmeaw99      23 พ.ค. 57   เวลา 17:21:00    IP = 171.5.206.16
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 29  
 
สถานที่แบบนี้ ในประเทศไทยก็มีเยอะนะครับ 5 5 5 5

   G.T.Hero      24 พ.ค. 57   เวลา 6:32:00    IP = 110.77.228.205
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket