|
 |
|
 |
|
10 เรื่องบังเอิญที่น่าเหลือเชื่อที่สุด |
|
|
|
|
|
 |
10. Dennis The Menace
ในวันที่ 12 มีนาคม 1951 หนังสือพิมพ์ “16” ของอเมริกา ได้มีการเปิดตัวการ์ตูนเรื่อง เดนนิส มิตเชลล์ ซึ่งเป็นเรื่องของ เด็กชายชื่อเดนนิสที่สวมใส่เสื้อเชิ๊ตลายสีดำและสีแดงมีหมาเป็นคู่หูที่ชอบขยันทำเรื่องแสบๆ ด้วยความไร้เดียงสาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อเขาไปที่ไหนที่นั้นต้องวายวอดทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว ร้านค้า แต่บุคคลที่โดนหนักที่สุดคือเพื่อนบ้านที่ชื่อ จอร์จ วิลสัน ที่เข็ดขยาดกับฤทธิ์ของเด็กคนนี้จนแทบอยากย้ายบ้านหนี เรื่องได้รับรับความนิยมสูงและถูกนำไปสร้างเป็นอนิเมชั่น และภาพยนตร์ตามมามากมาย โดยคนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้มีแรงบันดาลใจมาจากลูกชายแท้ๆ ของเขา
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:38:00
พิมพ์
แจ้งลบ IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 1
|
|
|
 |
หลังจากการ์ตูนเดนนิส มิตเชลล์ของอเมริกาออกมา สามวันต่อมา เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ปีเดียวกัน ที่ประเทศอังกฤษ ก็ได้เปิดตัวการ์ตูนเรื่อง "เดนนิส มิตเชลล์" ใช่แล้วครับชื่อเหมือนการ์ตูนเดนนิสอเมริกานั่นแหละ แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้นนะครับ เพราะว่าเนื้อหาดันเหมือนอีก คือเป็นเรื่องของเด็กชายชาวอังกฤษชื่อ เดนนิส มิตเชลล์ ที่ใส่เสื้อลายสีดำและสีแดงกับหมาคู่หู ที่ชอบขยันทำเรื่องแสบๆด้วยความไร้เดียงสาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อเขาไปที่ไหนที่นั้นต้องวายวอดทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว ร้านค้า แต่บุคคลที่โดนหนักที่สุดคือเพื่อนบ้านที่ชื่ออดีตนายทหารที่เข็ดขยาดกับฤทธิ์ของเด็กคนนี้ จนแทบอยากย้ายบ้านหนี เรียกว่าพล็อตเหมือนกับเดนนิสอเมริกาเลยน่ะเนี้ย
และที่น่าเหลือเชื่ออีกคือผู้สร้างเดนนิสอังกฤษได้เผยว่าแรงบันดาลใจมาจากลูกชายแท้ๆ ของเขาอีก แน่นอนครับว่าผู้สร้างทั้งสอง ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ เลย มันเป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ และการ์ตูนเรื่องนี้ได้เปลี่ยนชื่อว่า “เดนนิส” เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและจำผิด กระนั้นการ์ตูนเดนนิสอังกฤษก็กลายเป็นการ์ตูนอมตะพอๆ กับเดนนิสอเมริกาเรียบร้อย
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:39:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 2
|
|
|
 |
9. พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส
พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสและนาวาร์ตั้งแต่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1774 - 10 สิงหาคม ค.ศ. 1792 และเป็นกษัตริย์นาวาร์ไปพร้อมๆ กันในช่วงที่อยู่ในราชสมบัติประเทศต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจอย่างรุนแรงมากจนเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งพระองค์ถูกประหารชีวิตขณะที่มีอายุเพียง 37 ปี
ครั้งเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ยังทรงพระเยาว์ พระองค์ได้ถูกโหราจารย์เตือนอยู่เสมอว่าให้ระวังวันที่ 21 ของทุกเดือนไม่งั้น จะมีเคราะห์ร้าย ซึ่งพระเจ้าหลุยส์กลัวเลขนี้มาก ซึ่งพระองค์จะไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยในวันที่ 21 หากแต่เลข 21 ก็นำมา ซึ่งเคราะห์ร้ายจนได้
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 1791 เกิดเหตุการณ์หน้าประวัติศาสตร์ของโลกคือปฏิวัติฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระราชินี ถูกจับในได้ที่วาแรนจ์ขนะหลบหนีออกจากฝรั่งเศส จนต้องถูกนำตัวกลับปารีส
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 1791 ฝรั่งเศสยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ออกและประกาศตนเป็นสาธารณรัฐ
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:40:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 3
|
|
|
 |
และสุดท้ายวันที่ 21 มกราคม 1793 พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกบั่นพระเศียรด้วยกิโยติน !!
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:41:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 4
|
|
|
 |
8. Roy Sullivan
จากสถิติโอกาสที่มนุษย์จะมีโอกาสถูกฟ้าผ่าได้สองครั้ง(ในวันและเวลาที่แตกต่างกัน) แต่กระนั้นก็มีมนุษย์บางคน(และคนเดียวในโลก) ที่ถูกฟ้าผ่า 7ครั้ง !!!
(นักคณิตศาสตร์ประเมินความเป็นไปได้ที่คนคนหนึ่งจะถูกฟ้าผ่า 7 ครั้ง มีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 16,000,000,000,000,000,000,000,000 (16 ตามด้วยศูนย์ 24 ตัว)
รอย ซัลลิแวน (7 กุมภาพันธ์ 1912 - 28 กันยายน 1983) เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติชาวอเมริกัน ประจำอุทยานแห่งชาติ เชนันโดอาห์ในรัฐเวอร์จิเนีย ช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1942 ถึง 1977 โดยที่ซัลลิแวนได้เคยถูกฟ้าผ่ามาแล้วถึงเจ็ดครั้งในช่วงเวลา ที่ต่างกัน ซึ่งสามารถรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับฉายา "มนุษย์สายล่อฟ้า" เขาได้รับ การยอมรับในบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ในฐานะที่เคยได้รับอุบัติเหตุจากฟ้าผ่ามากกว่ามนุษย์คนอื่น ๆ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่(ในตอนนั้น) ซึ่งเขาถูกฟ้าผ่าเจ็ดครั้งในวันและเวลาที่แตกต่างกันต่อไปนี้
1942 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าครั้งแรกระหว่างประจำการอยู่บนหอคอยระฆังระวังไฟป่า สายฟ้าฟาดลงมาที่ปลายเท้า ผลลัพธ์คือเล็บหัวแม่โป้งเท้าหลุด
1969 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างที่กำลังขับรถลงเขา ความแรงของกระแสไฟฟ้าทำให้เขาหมดสติ และเผาขนคิ้วจนไหม้เกรียม
1970 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 3 ระหว่างนั่งอยู่บนสนามหญ้า ทำให้ไหล่ซ้ายเป็นแผลไหม้
1972 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 4 ระหว่างที่เขาอยู่ในที่ทำการอุทยานฯ คราวนี้เขาเสียเส้นผม หลังจากถูกฟ้าผ่า มาแล้ว 4 ครั้ง รอยคิดว่าเขาต้องไม่ประมาท นับตั้งแต่นั้นมา เขาพกกระติกน้ำติดตัวตลอดเวลาเพื่อเอาไว้ดับไฟ
1973 ขณะที่ขับรถอยู่นั้น ฟ้าผ่าก็ฟาดลงกลางศีรษะของรอยอย่างแรงจนเขากระเด็นออกมานอกรถ และเป็นอีกครั้ง ที่เขาต้องเสียเส้นผม
1976 ซัลลิแวนเห็นก้อนเมฆลอยตามเขาเหมือนจงใจ รอยเดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา จึงพยายามวิ่งหนี แต่ก็ไม่พ้น เขาถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 6 ตรงบริเวณลานตั้งแคมป์
1977 ซัลลิแวนถูกฟ้าผ่าเป็นครั้งที่ 7 ระหว่างที่กำลังนั่งตกปลา คราวนี้ค่อนข้างจะโดนหนักหน่อย เขาถูกหามส่งโรงพยาบาล เพราะหน้าอกและท้องเป็นแผลไฟลวก
แต่การรอดชีวิตจากฟ้าผ่านั้นมันไม่ดีเสียเลยเมื่อผู้คนต่างพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่อยู่ใกล้กับซัลลิแวน ในช่วงหลัง อันเนื่องมาจากการกลัวถูกฟ้าผ่า และนี่จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับเขา ครั้งหนึ่งเขาได้เคยกล่าวไว้ว่า
"เช่น เมื่อผมเดินไปกับหัวหน้าพิทักษ์ป่าในวันหนึ่ง ได้มีฟ้าผ่าลงมา หัวหน้าได้กล่าวว่า ผมจะขอไปหาคุณในภายหลังก็แล้วกัน"
ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1983 ซัลลิแวนได้เสียชีวิตลงในวัย 71 ปี ด้วยการยิงตัวเองเข้าที่ช่องท้อง หมวกเจ้าหน้าที่สองใบของเขาได้รับการจัดแสดงในกินเนสส์เวิลด์เอ็กฮิบิทฮอลในนครนิวยอร์กและรัฐเซาท์แคโรไลน่า
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:41:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 5
|
|
|
 |
7. Poker winnings, to the unsuspected son
นายโรเบิร์ต ฟอลลอน (Robert Fallon) จากนอร์ธทัมเบอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักโปกเกอร์ที่เก่งกาจ แต่ขี้โกง และชอบเดินทางไปเล่นโป๊กเกอร์ในหลายทีในโลก
จนกระทั้งในปี 1858 เขาถูกนักเล่นพนันในวงใช้ปืนยิงเขาในบ่อนซานฟรานซิสโก เนื่องจากเขาจับโกหกได้ว่าเขาโกง แต่กระนั้นปัญหาตามมาก็คือเขาได้ทิ้งเงินเล่นโปกเกอร์ไว้ 600 ดอลลาร์ แต่ไม่มีใครเอาเงินจำนวนนั้นเพราะว่าเป็นเงินอับโชค เพื่อเป็นการแก้ปัญหาบรรดานักพนันที่ร่วมเล่นกับฟอลลอนจึงตัดสินใจเรียกคนดูมาเล่นแทนเพื่อให้ครบขา และคนดูคนนั้น ก็ได้เงินจากการเล่นโป๊กเกอร์ได้อีก 2,200 ดอลลาร์ หากแต่วงโปกเกอร์แตกเสียก่อนเพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาทลายวงและจับกุม
ต่อมาคดีนี้ก็ไปถึงศาล ศาลได้ตัดสินว่าคนดูคนนั้นควรส่งเงิน 600 ดอลลาร์ในตอนแรกให้แก่บุตรชายของฟอลลอน หากแต่ปัญหาตามมาคือฟอลลอนขาดติดต่อญาติไปหลายปี ทำให้หลายฝ่ายต้องสืบหาประวัติฟอลลอนไปพักใหญ่ จนกระทั้งรู้มาว่าลูกชายของฟอลลอนนั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเลยเพราะเขาก็คือ “คนดู” คนนั้นนั่นเอง เขาเป็นลูกแท้ๆ ของฟอลลอนที่เขาไม่เคยเห็นพ่อนานตั้ง 7 ปี !!!
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:42:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 6
|
|
|
 |
6. The Narrative of Arthur Gordon Pym of Nantucket
ในศตวรรษที่ 19 เอ็ดการ์ อัลเลน โพ (1809-1849) เจ้าพ่อแห่งนวนิยายสยองขวัญยุคใหม่ได้เขียนนิยายที่มีชื่อเสียง เรื่องหนึ่งชื่อเรื่องเล่าของอาร์เธอร์ (The Narrative of Arthur Gordon Pym of Nantucket) ซึ่งวางแผงเมื่อปี 1838
เนื้อหาประมาณว่าเรือแตกมีผู้รอดชีวิตสี่คนและอยู่ในซากเรือหลายวันท่ามกลางอาหารขาดแคลน และเมื่อหลายวันต่อมา คนที่รอดชีวิตก็ตัดสินใจที่จะฆ่าและกินเด็กในห้องโดยสารที่ชื่อริชาร์ด ปาร์คเกอร์
ในปี 1884 เรือใบมิยองเน็ตเกิดล้มลงกลางทะเลมีผู้รอดชีวิตเพียงสี่คนและติดอยู่ในเรือหลายวัน และสามลูกเรือตัดสินใจ ฆ่าเด็กในห้องโดยสาร โดยเด็กชายคนนั้นชื่อริชาร์ด ปาร์คเกอร์ !!!
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:43:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 7
|
|
|
 |
5. D-Day
เกมส์แก้ปริศนาอักษรไขว้เกือบเปลี่ยนประวัติศาสตร์ โดยเรื่องจองเรื่องคือในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มพันธมิตรวางแผน ที่จะบุกยุโรปในเดือนมิถุนายน 1944 ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสร้างรหัสลับขึ้นมาแทนคำพูดเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อศึกรู้ความลับ โดยแต่ละฝ่ายจะใช้ชื่อแผนกลุ่มตนเอง เช่นหากเป็นการโจมตีทางเรือใช้รหัสว่า เนปจูน จุดหมายปลายทางฝรั่งเศส และจุดนัดพบคืออ่าวมัลเบอร์รี่สมทบยูทาร์และโอมาฮ่า โดยรหัสที่ว่านั้นถูกเก็บเป็นความลับอย่างยิ่งยอม
หากแต่ว่าก่อน 33 วันที่จะมีแผนโจมตียุโรป รหัสลับหลายคำที่ว่าดันไปปรากฏในเกมส์อักษรไขว้ ในหนังสือพิมพ์เดลี เทเล กราฟ ของลอนดอน ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวครับถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งสร้างความวิตกกับพันธมิตรมากหากนาซีอ่านหนังสือพิมพ์นี้แล้วรู้รหัสนี้ โดยตัวอย่างรหัสดังกล่าว ก็เช่น - Juno , Gold และ Sword (รหัสชื่อชายหาดที่อังกฤษตั้งขึ้น) - Omaha (ชื่อชายหาดวัน D-Day ปรากฏออกมาเมื่อ 22 พฤษภาคม 1944) - Overlord (ปรากฏออกมาในวันที่ 27 พฤษภาคม) - Mulberry (ชื่อท่าเรือ ปรากฏในวันที่ 30 พฤษภาคม) - Neptune (ชื่อรหัสการโจมตีทางเรือ ปรากฏวันที่ 1 มิถุนายน ก่อนปฏิบัติการของทางฝ่ายพันธมิตรเพียงไม่กี่วัน)
ทำให้หน่วยงานรักษาความมั่นคงของอังกฤษก็คงจะนั่งอยู่เฉยไม่ได้ รีบแจ้งไปจับกุมสายลับของพวกนาซีมาให้ได้ แต่เมื่อสืบทราบที่มาพบว่าคนทำเกมส์ดังกล่าวเป็นครูโรงเรียนประถมธรรมดาอายุ 54 ปีชื่อ เลียวนาร์ด ดาวี (Leonard Dawe) (3 พฤศจิกายน 1889-12 มกราคม 1963) ที่เขาลงเกมส์ในหนังสือพิมพ์มานานกว่า 20 ปี และไม่รู้เรื่องวัน D-Day อะไรด้วย โดยการสอบสวนถามว่าเหตุใดเขาจึงต้องเลือกคำเหล่านี้มาใส่อักษรไขว์ด้วย โดยเขาตอบกลับไปว่ามันผิดกฎหมายเหรอ ที่เลือกคำที่เขาชอบมาใส่ในเกมส์ และนี้คือเรื่องบังเอิญที่เกือบเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลก
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:44:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 8
|
|
|
 |
4. She's behind you !
ปี 2010 ไมเคิล ดิ๊ก (Michael Dick) ชาวอังกฤษ พยายามตามหาลูกสาวของเขาที่หายตัวไปยาวนาน 10 ปีนับจากเขา แยกจากภรรยาคนแรกของเขา เขาคาดว่าเธอน่าจะอยู่ที่ Sudbury , Suffolk แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยพบเธอเลย แต่เขาก็ไม่ท้อถอยเมื่อเขาหันไปโฆษณาช่วยเหลือในหนังสือพิมพ์ โดยให้ช่างภาพกดชัตเตอร์ครอบครัวของเขา เพื่อรายงานสถานการณ์ของครอบครัวให้เธอทราบหากได้อ่านมัน
จนกระทั้งวันหนึ่งดิกก็พบกับลิซ่าที่ตอนนี้กลายเป็นคุณแม่อายุ 31 ปี ซึ่งเธอหายไปจากชีวิตไมเคิล นานถึง 10 ปี โดยสาเหตุที่เธอได้พบเขาก็เพราะเธอดันไปเห็นของเธอติดมายังรูปถ่ายไมเคิล และครอบครัวมาด้วย !! ซึ่งภาพดังกล่าว ในฉากหลังลิซ่ากำลังเดินผ่านด้านหลังของครอบครัวของไมเคิลไม่กี่ฟุต โดยเธออธิบายสถานการณ์ว่า ตอนนั้นว่าฉันกับแม่ยืนในสถานที่นี้แค่เดินเหมือนปกติทุกวันโดย เธอไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่นั่น และบังเอิญช่างภาพ กดชัตเตอร์ติดเธอพอดี เธอไม่รู้ว่าภาพดังกล่าวจะถูกนำไปโฆษณาหาคนหายในหนังสือพิมพ์ในเวลาต่อมา
ลิซ่าอธิบายสถานการณ์ว่า “บางทีอาจเป็นโชคซะตา”
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:44:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 9
|
|
|
 |
3. Titanic
วันที่ 14 เมษายน ปี 1912 “ไททานิก” เรือเดินสมุทรใหญ่ที่ในโลกในขณะนั้น ได้ออกเดินทางครั้งแรก ด้วยความยิ่งใหญ่ ของมันหลายคนต่างขนามมันว่า "เรือที่ไม่มีวันจม" แน่นอนผลเป็นไงก็รู้นะครับ ก็มันเกิดไปชนภูเขาน้ำแข็งแล้วจมลงสู่ โดยท้องมหาสมุทร
ก่อนหน้านี้ 14 ปี ก่อนที่ไททานิกจะจมนั้นมีนวนิยายเรื่องหนึ่งออกสู่ท้องตลาด คนเขียนชื่อ มอร์แกน โรเบิร์ตสัน เรื่อง Futility เป็นนิยายเนื้อเรื่องเกือบเหมือนไททานิกมากๆ คือเรื่องกล่าวถึงเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความหรูหรา อลังการ มโหฬาร และได้ฉายาว่า "เรือที่ไม่มีวันจม" เหมือนกันแค่นี้ยังไม่พอความน่าประหลาดใจอยู่ที่รายละเอียด ของเรือและเหตุการณ์ที่สอดคล้องกันมาก ไม่ว่าจะเป็น
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:45:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 10
|
|
|
 |
- ในนิยาย เหตุเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ส่วนเรื่องจริง เหตุเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ
- ในนิยาย เรื่อเดินทางจากนิวยอร์คไปลิเวอร์พูล ส่วนเรื่องจริง เรือเดินทางจากเซาแธมป์ตันไปนิวยอร์ค
- ในนิยาย สาเหตุของการสูญเสียเกิดจาก เรือชนภูเขาน้ำแข็ง ใช้ความเร็วสูงเกิน มีเรือช่วยชีวิตน้อยเกินไป "จำนวนขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนด" ส่วนเรื่องจริง สาเหตุของการสูญเสียเกิดจาก เรือชนภูเขาน้ำแข็ง ใช้ความเร็วสูงเกิน มีเรือช่วยชีวิตน้อยเกินไป "จำนวนขั้นต่ำตามข้อกำหนดของสภาการค้า"
- ในนิยาย เหตุเกิดในเวลากลางคืนของเดือนเมษายน ส่วนเรื่องจริง เหตุเกิดเวลาห้าทุ่ม 40 นาที ในวันที่ 14 เมษายน
- ในนิยาย เรือไททั่นได้ฉายาว่า เรือที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีในมหาสมุทร ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ ส่วนเรื่องจริง เรือไททานิกได้ฉายาว่า เรือที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีในมหาสมุทร สิ่งมหัศจรรย์แห่งยุค เรือที่ไม่มีวันจม
- ในนิยาย เรือมีความยาว 800 ฟุต ส่วนเรื่องจริง เรือมีความยาว 880 ฟุต
- ในนิยาย น้ำหนักตัวเรือ 45,000 ส่วนเรื่องจริง น้ำหนักตัวเรือ 46,328
- ในนิยาย ระวางขับน้ำ 45,000 ส่วนเรื่องจริง ระวางขับน้ำ 66,000
- ในนิยาย กำลังขับเคลื่อน 40,000 แรงม้า ส่วนเรื่องจริง กำลังขับเคลื่อน 45,000 แรงม้า
- ในนิยาย จำนวนใบจักร 3 ส่วนเรื่องจริง จำนวนใบจักร 3
- นอกจากนี้ในเรือก็มีเครื่องยนต์ 3 เครื่อง ทำความเร็ว 24-25 น็อต เท่ากับไททานิกเหมือนกัน ระหว่างบรรทุก 70,000 ตัน ซึ่งมากกว่าไททานิก 4,000 ตัน(ต่างกันไม่ถึง 6%) และสั้นกว่าเรือไททานิก เพียง 80 ฟุต
เรือลำดังกล่าว ได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งประกอบด้วยผู้โดยสารที่มีชื่อเสียงและคนในสังคม ชั้นสูงเหมือนกับไททานิก จากนั้นมันก็ไปจนภูเขาน้ำแข็งกับวันที่ไททานิกจม และเรือช่วยชีวิตไม่พอและมันก็ จมสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหมือนกัน ที่สำคัญเรือในนิยายของโรเบิร์ตสัน มีชื่อว่า "เรือไททัน"
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:46:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 11
|
|
|
 |
2. King Umberto I
ที่เมืองมอนซ่า สมเด็จพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 แห่งอิตาลี ได้เสร็จไปร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งเพื่อเสวยอาหารค่ำพร้อมกับ เอมิลิโอ ปอนเซีย-วาญ่า (Emilio Ponzia-Vaglia) เสนาธิการของพระองค์ เมื่อพระองค์สั่งอาหารก็ได้สังเกตว่า เจ้าของร้านอาหารนั้นหน้าเหมือนเขาเป็นอย่างมากและทั้งคู่ก็เริ่มคุยจนเกิดความประทับใจต่อทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ พวกเขายังพบความคล้ายกันอื่นๆ อีกมากมากมาย
- ทั้งคู่เกิดในวันเดียวกัน ปีเดียวกัน - ทั้งคู่เกิดในเมืองเดียวกัน - หญิงที่แต่งงานมีชื่อเดียวกันคือ มาร์เกอริตา (Margherita) - เจ้าของร้านเปิดร้านอาหารของเขาในวันเดียวที่สมเด็จพระเจ้าอุมแบร์โตที่ 1 ครองราชย์เป็นกษัตริย์อิตาลี - และเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 1900 เจ้าของร้านดังกล่าวได้ถูกยิงลึกลับ และในวันเดียวกันนั้นเขาเอง ก็ถูกลอบสังหารจากผู้นิยมอนาธิปไตยท่ามกลางฝูงชน
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:46:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 12
|
|
|
 |
1. Lincoln & Kennedy
Abraham Lincoln ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 16 และ John Fitzgerald Kennedy ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนที่ 35 ต่างมีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด ดังเรื่องจริงต่อไปนี้
Abraham Lincoln ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา Congress ในปี 1846 John F. Kennedy ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา Congress ในปี 1946 ซึ่งห่างกัน 100 ปี พอดี
หลังจากนั้นอีก 14 ปี... Abraham Lincoln ได้รับการเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 1860 John F. Kennedy ได้รับการเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 1960 ซึ่งห่างกัน 100 ปี อีกเช่นกัน
คำว่า Lincoln และ Kennedy ต่างมีตัวอักษรทั้งหมด 7 ตัวเท่ากัน ทั้งคู่เป็นประธานาธิบดีที่ให้ความสนใจ กับสิทธิของประชาชนเป็นหลัก
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:47:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 13
|
|
|
 |
รองประธานาธิบดีของทั้งคู่ชื่อ Johnson Andrew Johnson เป็นรองประธานาธิบดีของ Lincoln เกิดปี 1808 Lyndon Johnson เป็นรองประธานาธิบดีของ Kennedy เกิดปี 1908 ชื่อของรองประธานาธิบดีทั้งสองมีความยาว 13 ตัวอักษรเท่ากัน และทั้งคู่เกิดห่างกัน 100 ปีพอดี
Lincoln มีลูก 2 คน ชื่อ Edward และ Robert Kennedy มีน้อง 2 คน ชื่อ Edward และ Robert
Lincoln ต้องพบกับความสูญเสียเมื่อ ลูกชื่อ Edward ป่วยและเสียชีวิต Kennedy ต้องพบกับความสูญเสียเมื่อ น้องชื่อ Robert ถูกยิงเสียชีวิต
เลขาฯ ของประธานาธิบดี Lincoln ชื่อ Kennedy ได้แนะนำว่าไม่ควรเดินทางไปที่โรงละครในวันที่ถูกยิง เลขาฯ ของประธานาธิบดี Kennedy ชื่อ Lincoln ได้แนะนำว่าไม่ควรเดินทางไปที่เมือง Dallas ในวันที่ถูกยิง และประธานาธิบดีทั้งสองก็ถูกยิงจนเสียชีวิตอย่างปริศนา มือสังหารที่สังหารประธานาธิบดีทั้งสองเป็นชาวใต้เหมือนกัน
John Wilkes Booth ซึ่งเป็นมือปืนที่สังหาร Lincoln เกิดในปี 1839 Lee Harvey Oswald ซึ่งเป็นมือปืนที่สังหาร Kennedy เกิดในปี 1939 ทั้งสองเกิดห่างกัน 100 ปี ชื่อมือปืนทั้งคู่มีความยาว 15 ตัวอักษรเท่ากัน
Lincoln ถูกยิงขณะที่อยู่ในโรงละครชื่อ "Kennedy" Kennedy ถูกยิงขณะที่อยู่ในรถยี่ห้อ "Lincoln" ทั้งคู่ถูกยิงในวันศุกร์ และถูกยิงที่ศีรษะเหมือนกัน ทั้งคู่ถูกยิงในขณะที่มีภรรยาอยู่เคียงข้าง
Booth หลังจากซุ่มยิงประธานาธิบดี Lincoln ที่โรงละครแล้วได้หนีไปซ่อนตัวที่โกดัง Oswald หลังจากซุ่มยิงประธานาธิบดี Kennedy จากโกดังแล้วได้หนีไปซ่อนตัวที่โรงละคร ทั้ง John Wilkes Booth และ Lee Harvey Oswald เสียชีวิตก่อนที่จะได้รับการพิจารณาคดีในชั้นศาล
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 9:47:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 15
|
|
|
 |
เนื่องจากเพิ่งพบว่าเรื่องนี้ผมเคยลงไปแล้วงั้นผมขอแก้ตัวด้วย 10 สถานที่แปลกทั่วโลก แถมไปเลยนะครับ ขออภัยด้วยครับ
1. หินจอมดริฟแห่งชายหาด " Racetrack Playa "
หินจอมดริฟนี้มีชื่อเต็มว่า " Sailing Stones " เกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนี่ย อยู่ในอุทยานแห่งชาติ เดท วิลลี้ย์ ( Deat Valley ) โดยลักษณะคือ มีก้อนหินที่มีรอยลากเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่มาเป็นทางยาว ซึ่งพื้นที่บริเวณนั้นเป็นแอ่งทะเลสาป พื้นดินมีสภาพเป็นดินเหนียวอ่อนๆ ประกอบจากดินเหนียวและตะกอนต่างๆ บริเวณที่เกิดรอยนั้นไม่พบรอยเท้าของสิ่งมีชีวิตใดๆ
สิ่งที่ทำให้ผมตั้งชื่อเจ้าหินประหลาดแห่งหาดเรสแืทร็คแห่งนี้ว่าหินจอมดริฟคือลักษณะการเคลื่อนที่ของมันในบางช่วงนั้นเคลื่อนที่เป็นแนวโค้งซึ่งคล้ายการเข้าช่วงโค้งในการดริฟ ซึ่งสาเหตุของการเคลื่อนที่เองของหินเหล่านี้มีหลายสาเหตุแต่ยังคงเป็นเป็นเพียงทฤษฏีเชิงสมมุติฐานอยู่ มี 2 ทฤษฏี คือ 1. เกิดจากการพัดของลม 2. เกิดจากชั้นน้ำแข็งบางๆใต้ก้อนหินโดนลมพัดส่งผลให้ตัวก้อนหินนั้นเกิดการสไลด์ตัวออกไปเรื่อยๆ โดยปรากฏการหินเคลื่อนที่นี้มักจะเกิดขึ้นทุกๆ 2-3 ปี และการเคลื่อนที่ของมันั้นจะใช้เวลาประมา๊ณ 3-4 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ความจริงว่าการเคลื่อนที่ของมันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ? สัตว์ หรือใครบางคนกำลังทำอะไรบางอย่างให้เราแปลกใจเล่นอยู่ ?
(ขอบคุณข้อมูลจากบอร์ด postjung.com ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:10:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 16
|
|
|
 |
2. ดินแดนน้ำตกสรวงสวรรค์ นกอีก๋อย ลูกเสือเตี้ยป้อมและความฝันของปูคาร์ล " Mount Roraima "
หากใครเคยดูอนิเมะชั่นเรื่ีอง " UP ปู่ซ่าบ้าพลัง " คำร้องอ๋อเมื่อเห็นสถานที่นี้ ซึ่งในเนื้อเรื่องนั้นจะกล่าวถึงการเดินทางร่วมกันของ " รัสเซิล " ลูกเสือสำรองตัวอ้วน กับ " คาร์ล เฟร็ดดิกเซนต์ " ชายแก่ขี้บ่น ขี้วีน ที่มีความฝันที่อยากจะเดินทางไปยัง " น้ำตกสรวงสวรรค์ " กับ " เอลลี่ " ภรรยาผู้ล่วงลับตามคำสัญญาร่วมกัน พร้อมกันนั้น มีนกประจำถิ่นอย่าง " นกอีก๋อย หรือ เคลวิน " นกยักที่รัสเซิลพบบนสถานที่แห่งนี้ หลายคนอาจจะคคิดว่าว่น้ำตกสร้วงสวรรค์หรือดินแดนที่ปู่คาร์ลไปนั้นอาจจะมีอยู่แค่ในการ์ตูน แต่ความจริงแล้ว ดินแดนแห่งนี้มีอยู่จริง!
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:11:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 17
|
|
|
 |
จริงๆจะเรียกว่าเหมือนในแอนเ้มชั่นอาจจะไม่ถูก ต้องเรียกว่าเกือบจะใช่เลยก็ว่าได้ ชื่อจริงของดินแดนแห่งนี้มีชื่อว่ายอดเขา " Mount Roraima (โรลาห์ อิม่า) " โดยยอดเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อเมริกาใต้ พื้นที่นั้นมีขนาดครอบคลุม 3 ประเทศด้วยกัน คือ บราซิล เวเนซุเอลาและกียานา การเกิดยอดเขานี้มีการตั้งสมมุติฐานว่าอาจจะเกิดจากการกัดเซา่ะของลมและฝน ยอดเขาแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดจากเกิดจากการก่้อตัวทางธรณีวิทยา และสิ่งที่น่าสนใจวมากกว่านั้นคือมีการกล่าวว่าทีั่แห่งนี้มีสัตว์ประจำถิ่นอยู่ซึ่งดำรงชีวิตอยู่บนนี้มานาน อ๊ะ หรือว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะเป็นเจ้าตัวนี้.... (ขอบงคุณข้อมูลจากบล็อค 401g04.blogspot ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:14:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 19
|
|
|
 |
3. ปลายทางของแม่้น้ำซันสึ " The Door To hell "
แม่น้ำซันสึ เป็นชื่อของแม่น้ำที่ว่ากันว่า้เป็นเส้นทางลำเลียงดวงวิญญาณไปสู่ " นรก " ตรามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ซึ่งปลายทางของมันนั้นอาจจะเป็นที่นี่ " The Door To Hell "
จริงๆแล้วที่นี่ไม่ใช่ประตูไปนรกจริงๆแต่อย่างใดนะครับ แต่คำว่าประตูนรกนั้นเป็นคำที่ใช้เปรียบเปรยกันเฉยๆ โดยสภาพของมันั้นเป็นหลุมขนาดใหญ่ในประเทศเติร์กเมนิสถาน ภายในหลุมนั้นเต็มไปด้วยแสงไฟจากการเผาไหม้ก๊าซอันร้อนระอุดั่งขุมนรก เหตุที่มันมีการเผาไหม้อย่างนี้เ้เป็นเพราะว่าการเผาไหม้ก๊าซในบริเวณนั้น ซึีงการเผาไหม้นี้ดำเนินมานานถึง 40 ปีแล้ว ( หลายชั่วอายุคนเลยนะนั่น ) แถมยังทรา่บว่าจริงๆแล้วการเกิดการเผาไหม้นี้เป็นฝีมือของนัีกธรณีวิทยาที่ต้องเผาไหม้ก๊าซในบริเวณนั้นให้หมดไปในการขุดเจาะ แต่มันก็ลุกโชนมาจนถึงปัจจุบัน ( ซวยแท้เหลา )
ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่ประตูนรกที่แท้จริง แต่ถ้าโดดลงไปนี่อาจจะไปสู่นรกที่แท้จริงแน่ๆ =_= พูดละเสียว ไปสถานที่ต่อไปดีกว่า (ขอบคุณข้อมูลจาก วิชาการธรณีไทย.Com ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:16:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 20
|
|
|
 |
4. แม่น้ำสีน้ำชา " Rio Tinto "
พูดถึงน้ำชาหลายท่านคนนึกถึงน้ำสกัดจากใบชาชนิดต่างๆ สีนั้นจะแตกต่างกันออกไปแต่ถ้าเป็นออริจินอลจริงๆคือ " สีแดงอมน้ำตาล " ที่นี่ก็มีเหมือนกัน แถมมีเยอะเ้ป็นแม่น้ำเลยทีเดียว สถานทีท่แห่งนี้คือ " Rio Tinto ( ริโอ ตินโต ) "
ที่บอกว่ามันเป็นน้ำชาเพราะสีของน้ำนั้นมีสีแดงอมน้ำตาลเหมือนน้ำชาที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ แม่น้ำสายนี้อยู่ในประเทศสเปน มันไหลออกมาจากเหมืองแร่ที่มีการขุดเจาะมานานนับศตวรรษจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ และด้วยเหตุนี้เองทำให้มีแร่ธาตุนั้นไหลปะปนออกมากับน้ำด้วย ส่งผลให้น้ำนั้นมีสีแดงนั่นเอง หากใครมีโอกาศไปก็อย แหะๆ (ล้อเล่นนะครับ) (ขอขอบคุณข้อมูลจาก travel.thaiza.com ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:17:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 21
|
|
|
 |
4. แม่น้ำสีน้ำชา " Rio Tinto "
พูดถึงน้ำชาหลายท่านคนนึกถึงน้ำสกัดจากใบชาชนิดต่างๆ สีนั้นจะแตกต่างกันออกไปแต่ถ้าเป็นออริจินอลจริงๆคือ " สีแดงอมน้ำตาล " ที่นี่ก็มีเหมือนกัน แถมมีเยอะเ้ป็นแม่น้ำเลยทีเดียว สถานทีท่แห่งนี้คือ " Rio Tinto ( ริโอ ตินโต ) "
ที่บอกว่ามันเป็นน้ำชาเพราะสีของน้ำนั้นมีสีแดงอมน้ำตาลเหมือนน้ำชาที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ แม่น้ำสายนี้อยู่ในประเทศสเปน มันไหลออกมาจากเหมืองแร่ที่มีการขุดเจาะมานานนับศตวรรษจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ และด้วยเหตุนี้เองทำให้มีแร่ธาตุนั้นไหลปะปนออกมากับน้ำด้วย ส่งผลให้น้ำนั้นมีสีแดงนั่นเอง หากใครมีโอกาศไปก็อย แหะๆ (ล้อเล่นนะครับ) (ขอขอบคุณข้อมูลจาก travel.thaiza.com ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:18:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 23
|
|
|
 |
5. ดินแดนสนธยา " Socotra "
โซโคตรา เป็นเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยพรรณไม้แปลกๆมากมาย พร้อมกันนั้นยังสัตว์แปลกๆมากมายอาศัยอยู่ด้วย
โซโคตรานั้นเป็นเกาะขนาดใหญ่ มีเนื้อที่หลักๆอยู่ประมาณ 95 % อีก 5 เปอร์เ็ซ็นที่เหลือนั้นเป็นหมู่เกาะเล็กๆแยกออกไป เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นอนาเขตการปกครองของมหาประืเทศเยเมน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะนั้นมีื้นทีเป็นภูเขาสลับที่ราบสูง สิ่งที่แปลกตาคือ พืชพรรณต่างๆนั้นไม่เหมือนกับต้นไม้ทั่วๆไป เช่น ต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายต้นชวนชมบ้านเีรา่ หรือต้น " เลือดมังกร " ต้นไม้ขนาดใหญ่มีการแผ่กิ่งก้านออกเป็นรูปทรงของร่ม นอกจากนี้ยังมีทั้งสัตว์ที่มีลักษณะแตกต่างจากสัตว์ทั่วๆไปที่เราเห็นโดยสิ้นเชิง และไม่อาจพบได้ตามง่ายเพราะมีที่นี่ที่เดียว!
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:19:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 24
|
|
|
 |
6. สามเหลี่มจอมเขมือบ !!! " Bermuda "
สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตกของบรรดานักธรีณีวิทยา หรือนักสิทยาศาสตร์ทั้งหลายแหล่ ที่พยายามค้นหาว่าสรุปแล้วเจ้าพื้นทะเลสามเหลี่ยมแห่งนี้มันมีอำนาจจากอะไรกันแน่ที่สามารถดึงดูดเรือ เครื่องบินหรืออะไรก็แล้วแต่ให้จมดิ่งลงสู่ท้องทะเลได้ด้วยพายุ ทันทีที่เดินเข้าสู่บริเวณสามเหลี่ยมแห่งนี้
หลายคนอาจจะเคยได้ยินและได้เห็นเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวของ " สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า " ที่ว่ากันว่า เมื่อมีสิ่งใดก็ตามโดยเฉพาะเรือหรือเครื่องบินแล่นเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้ จากที่ท้องฟ้าแจ่มใส่ไร้ภัยจะกลับกลายเป็นว่าเกิดพายุลูกใหญ่ก่อนที่มันจะดูดกลืน เขมือบและบดขยี้แล้วดึงสิ่งนั้นลงสู่กิ้นทะเลในบิรเวณนั้นในเวลาต่อมาเหมือนปลาหมึกที่ตะวัดหนวรัดเหยื่อแล้วดึงมากินอย่างสบายใจเฉิบแล้วทิ้งซากลง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมีการตั้งสมมุติฐานและทฤษฏีต่างๆขึ้นมา แต่ก็ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครอธิบายได้แน่ชัดเจนแจ่มแจ้งวง่ารมันเกิดจากอะัไรกันแน่ =_=( ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:20:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 25
|
|
|
 |
7. ณ ที่แห่งนี้ แรงโน้มถ่วงไม่มีอำนาจ " Mystery Spot "
สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกมาก แถมสามารถเข้าไปสำผัสความแปลกได้ด้วยตัวเองได้ด้วย ที่นี่มือชื่อว่า " Mystery Spot "
Mystery Spot นั้นตั้งอยู่ใกล้ๆกับเมืองซานตาครูซ รัฐแคร์ลิฟอรฺ์เนีย ที่บอกว่าแปลกนั่นก็คือ ที่นี่นั้นมีลักษณะอย่างกับว่าแรงโน้มถ่วงไม่มีอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าที่นี่นั้นจะทำไห้คนอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักนะครับ เพียงแต่ว่า การวางตัวของสิ่งปลูกสร้างต่างๆนั้นจะอยู่ในแนวราบ แต่าการมองเห็นนั้นจะอยู่ในแนวเอียง และเช่นเคยยังไม่มีทฤษฏีไหนบ่งบอกถึงความจริงได้ชัดเจนอีกเช่นกัน ไม่รู้ว่าที่นี่เกิดจากธรรมชาติหรือเป็นเพียงการเล่นกลหลอกตากันแน่ ใครอยากลองก็เชิญไปสำผัสกันดูได้ครับผม
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:20:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 26
|
|
|
 |
8. เกาะแห่งชายแปลกหน้า " Easter Island "
นับเป็นสถานที่ที่ดูพิศวงไม่แพ้สถานที่อื่นๆที่กล่าวมาก ความพิศวงของมันนั้นเห็นได้ชัีดเจนคือรูปปั้นคล้ายคนขนาดมหึมาปริศนาที่คาดว่าเกิดจากการแกะสลัก สิ่งที่น่าแปลกและน่าสงสัยคือ "จุดประสงค์ของมันคืออะไร มันมาได้ยังไง แล้วใครเป็นคนทำ และมนุษย์ยุคก่อนนั้นใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีอะไรในการเคลื่อนย้ายมันมา่ที่นี่ "
ผมเคยลงปริศนา โมอายแห่งเกาะอีสเตอร์ไปรอบนึงแล้วท่านใดสนใจไปค้นกระทู้เก่าๆในกีตาร์ไทยได้ครับ
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:22:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 27
|
|
|
 |
" โมอาย " เป็นชื่อเรียกที่ถูกตั้งขึ้นของบรรดารูปแกะสลักหินอันใหญ่โตที่วางตั้งเรียงรายอยุ่บนเกาะอิสเตอร์ มีการกล่าวว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการขุดเจาะไปถึงรากเง่าของคนบนเกาะอิสเตอร์ถึงระดบัผู้เฒ่าผู้แก่เรื่องโมอาย ซึุ่งได้รับคำตอบมาว่า " มันเดินลงมาเอง " (หา!! หินเดินได้ ) ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อแน่นอน และที่สำคัญสิ่งที่น่าสสงสัยไปกว่านั้นคือเขาใช้อะไรในการแกะสลัีกหินที่มีความแข็งแรงขนาดนี้กัน แถมไม่ใช่แค่แกะสลักตัวเดียวดันไปสลักเอาทั่วเกาะ รวมแล้วประมาณ 900 ตัว ( ถ้า 1 ตัวคงใช้เวลานานเป็นปี นี่เก้าร้อยตัวไม่ใช้เวลาเป็นร้อยปีเลยหรือ ) ซึ่งตออนนี้ได้มีการสรุปออกมาแล้วว่าเจ้าโมอายนั้นเกิดจากการแกะสลักของชนเผ่าเดิมบนเกาะหรือชาวโพลีโนเชียน โดยใช้หินภูเขาไฟในการแกะสลักซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่าหินที่ใช้เป้นหุ่นของโมอายนั่นเอง ( ข้อมูลจาก tumnandd.com )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:23:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 28
|
|
|
ขอบคุณครับ
Saverum
11 พ.ค. 57
เวลา 10:23:00 IP = 58.11.45.234
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 29
|
|
|
 |
9. น้ำพุร้อนสีรุ้ง " Grand Pismatic "
พูดถึงบ่อน้ำพุร้อนสีรุ้งทั่วๆไป หลายคนคงนึกภาพบ่อน้ำใหญ่ๆ มีน้ำอุ่น - ร้อน บางที่ร้อนจนสามารถต้ม " ไข่ตุ้ม (ขอตามกระแสลำยองหน่อย ฮิฮิ ) " ได้เลยทีเดียว แต่ที่นี่ จะเปลี่ยนอิมเมจเหล่านั้นของคุณไปโดยปริยาย ไม่มีแอ่งหรือบ่อที่มีแต่โขดหินธรรมด แต่ที่นี่เป็น " สีรุ้ง " ภายใต้ชื่อ " Grand Pismatic "
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:23:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 30
|
|
|
 |
เจ้าบ่อน้ำร้อนแห่งนยี้มีสถิติที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ของโลกอันดับ 3 บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน สหรัฐอเมริกา ลัุกษณะของแกรนด์ พิสเมติก นั้นจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ใจกลางพื้นที่ราบ ตัวน้ำกลางบ่อนั้นจะมีสีฟ้ารอบๆบริเวณบ่อนั้นจะเป็นสีส้มเข้มและสลับกับเหลือง สาเหตุที่ มันมีสีที่แตกต่ีางกันออกไปนั้น นักวิทยาศาสตร์กล่าาวว่า อาจจะเป็นเพราะแบคทีเรียในบริเวณนั้นเจริญเติบโตได้เร็วมีจำนวนมาก แถมในบริเวณนั้นมีแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์มาก ส่งผลให้บริเวณพื้นที่นั้นเป็นสีส้มนั่นเอง ( กรณีนี้เหมือนน้ำสีแดงของ ริโอ ตินโต ) ถ้าหากถ่ายรูปในมุมมองต่างๆจะได้ภาพที่สวยงามมากเลยทีเดียว
............................................... Saverum สวัสดีครับขอบคุณที่ติดตามครับ
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:25:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 31
|
|
|
 |
10. สะพานทรายข้ามสมุทร " ทะเลแหวก "
พาไปอันซีนเมืองนอกซะเยอะแล้วขอพามาอเมซิ่งอินไทยแลนด์ปิดท้ายกันบ้างกับ " ทะเลแหวก " ในจังหวัดกระบี่ ทะเลแหวกนั้นเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่มีความเกี่ยวพันกัีบปรากฏการน้ำขึ้นน้ำลงซึ่งส่งผลให้สันทรายนั้นได้ปรากฏขึ้นมา สันทรายเหล่านี้นั้นเชื่อมต่อกับเกาัะ 3 เกาะั ได้แก่ เกาะทับ เกาะหม้อและเกาะไก่ ซึ่งเมื่อสันทราบปรากฏขึ้น สามารถเดินบนสันทรายไปยังเกาะต่างๆได้ เหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างกัน แต่ะว่าทะเลแหวกก็มีเวลาทำการนะครับซึ่งจะเป็นเวลาตามะรรมชาติ โดยจะเปิดทุกๆก่อนและหลัง 15 ค่ำประมาน 5 วัน ( ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com ครับผม )
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:25:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 32
|
|
|
 |
ลากันไปด้วยภาพสวยๆ ทะเลแหวกจังหวัดกระบี่ครับ
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 10:26:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 34
|
|
|
แต่ละเรื่อง เด็ดดวงจริงๆ ...ขอบคุณมากครับ
sakai 11 พ.ค. 57
เวลา 10:51:00 IP = 113.53.140.105
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 35
|
|
|
 |
sakai สวัสดีครับขอบคุณที่ติดตามและทักทายกันเป็นประจำครับ
top2513
11 พ.ค. 57
เวลา 11:04:00 IP = 125.26.41.14
สมาชิกแบบพิเศษ
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 38
|
|
|
อ่านแล้วสนุกมากครับ
art-slack 11 พ.ค. 57
เวลา 13:47:00 IP = 101.108.71.194
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 39
|
|
|
ขอบคุณครับป๋าท็อป ที่สรรค์หาข้อมูลต่างๆทำให้ผมได้อ่านความรู้แปลกๆที่คาดไม่ถึงครับ
deerpoison
11 พ.ค. 57
เวลา 14:18:00 IP = 1.47.1.94
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 41
|
|
|
สนุกมากครับบบบบ
แบงค์วงมะลิ
11 พ.ค. 57
เวลา 15:29:00 IP = 101.51.206.43
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 45
|
|
|
อ่านสนุกมากครับ
aomam888
12 พ.ค. 57
เวลา 0:27:00 IP = 223.207.251.89
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 46
|
|
|
อ่านสนุกมากครับ
aomam888
12 พ.ค. 57
เวลา 0:27:00 IP = 223.207.251.89
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 47
|
|
|
สุดยอดความรู้เลยครับ ขอบคุณครับ
stato
12 พ.ค. 57
เวลา 7:37:00 IP = 202.176.110.242
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 48
|
|
|
ชอบมากครับ
Wittz 12 พ.ค. 57
เวลา 17:28:00 IP = 1.47.16.84
|
|
|
 |
|
 |
|