(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  ใครเคยเล่นกีตาร์ ถูกๆมากๆ กลาง แพง รบกวนมาเล่าประสบการหน่อยครับ  
 
ความรู้สึกมันต่างกันมากมั้ยครับ เล่นเพลงยากๆดีขึ้นเปล่า ผมเปลี่ยนมา7-8 ตัวไม่เคยเกินตัวละ 7000 เลยครับ อยากลองซื้อตัวละเป็นหมื่นๆเหมือนกันแต่กลัวเล่นไม่คุ้มเพราะฝีมือกากกกกกกกมากกกก


boywarankkul      15 เม.ย. 57   เวลา 16:40:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 171.5.24.212
 


  คำตอบที่ 1  
 
ฝีมือ90 เคืร่องดนตรี10 = ผลงานเสียงที่ได้เวลาเล่นออกมา

   สมาชิกแบบพิเศษ      xsefiroth      15 เม.ย. 57   เวลา 16:43:00    IP = 110.78.147.130
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
เล่นมาตั้งแต่ตัวหลักร้อย จนถึงหลักแสนปัจจุบัน ความแตกต่างกันชัดเจนทั้งคุณภาพอุปกรณ์และเสียง... ราคาแพงยอมมาตรฐานการผลิตสูงครับ...แต่ฝีมือเป็นเรื่องของบุคคล....

   gula101      15 เม.ย. 57   เวลา 16:49:00    IP = 180.183.70.37
 


  คำตอบที่ 3  
 
ส่วนตัวเเล้วตามความชอบเลย 555+ มีตัวเป็น หมื่น ผมก็ยังชอบเล่นตัว 1500 อยู่เลยทุกวันนี้ 555+

   Nakarin      15 เม.ย. 57   เวลา 16:55:00    IP = 182.53.217.63
 


  คำตอบที่ 4  
 
ผมว่ามันเป็น feeling ตอนเล่นเองครับ คนฟังไม่ค่อยรับรู้เท่าไหร่
เมื่อวานไปดูคอนเสิร์ตมา วง musketeer เห็นไกลๆ กีต้าร์ les paul เสียงแผด แสบมาก
เลยเดินไปดูหน้าเวที อ้าว ใช้ tokai ครับ เสียงโดนมาก


   khunballz      15 เม.ย. 57   เวลา 17:17:00    IP = 223.205.108.25
 


  คำตอบที่ 5  
 
ถูก-แพงของแต่ละคนก็คงต่างๆกัน เมื่อ 10 ปีก่อนผมเล่นตัวละ 4-5 พัน พวกBaracuda เมื่อ 4-5 ปีที่แล้วก็ขยับมาตัวละ 2-3 หมื่น ปัจจุบันที่ใช้อยู่ก็ถือว่าแพงอยู่ แต่ฝีมือไม่เป็นสัปะรดแมวเหมือนเดิม แต่ถ้าให้เลือกว่าผมชอบมีกีตาร์ราคาประหยัดแล้วฝีมือเทพๆ กับกีตาร์ราคาสูงๆแล้วฝีมือเกรียนโคตร จะเอาอย่างไหน..... ผมเลือกอย่างหลังนะ เพราะผมไม่ได้อยากออกเทปน่ะ เป้าหมายผมในชีวิตมันอย่างอื่น ซึ่งการมีกีตาร์ดีๆเต็มบ้านมันทำให้ผมฟินได้มากกว่า ^^




ตรงๆกันไปเลย ..... ไม่สร้างภาพ

   12AX7      15 เม.ย. 57   เวลา 17:47:00    IP = 115.67.2.252
 


  คำตอบที่ 6  
 
สิ่งที่ต่างกันคือสัมผัสกับเนื้อเสียงครับ
ส่วนผมเลือกกลางๆเอามาลุยๆใช้งาน
ปรับแต่งได้ตามใจชอบครับ
ของดีๆทำงานกับมันง่ายครับ
แต่ของราคาไม่แพงนักงานมาตรฐานหน่อย
ก็มืออาจจะต้องปรับแต่งเพิ่มบ้าง


   bbling      15 เม.ย. 57   เวลา 17:50:00    IP = 14.207.156.141
 


  คำตอบที่ 7  
 
ราคากีต้าร์กับฝีมือสำหรับผมไม่เอามารวมกันนะครับ เร่ืองกีต้าร์มันเกี่ยวกับเงินในกระเป๋า ใครกระเป๋าหนัก ก็สามารถหาได้ราคาสูง ยกเว้นว่าจะชอบแบบราคาคุ้มค่า ส่วนกระเป๋าแบนแบบผม ก็หากีต้าร์ที่พอจะหาได้ไม่เดือดร้อน และเช่ือเถอะว่า เราจะต้องหาเหตุผลจนได้ล่ะว่าทำไมซ้ือตัวนี้ เร่ืองฝีมือ ถ้าเล่นอาชีพจำเป็นต้องฝึกฝนให้เล่นได้มาตรฐาน ส่วนคนเล่นเพราะใจรักเล่นเป็นงานอดิเรก เล่นแล้วมีความสุขก็เล่นไปเร่ือย ๆ ไม่แข่งกับใครเล่นแล้วมีวามสุขครับ

   JiamBond      15 เม.ย. 57   เวลา 18:15:00    IP = 101.51.159.121
 


  คำตอบที่ 8  
 
เคยเล่นตัวแพงๆแต่ก็ใช่ว่ามันจะถูกใจเราไปซะทุกตัว เอาที่ชอบที่ชอบ และตามกำลัง

   สมาชิกแบบพิเศษ      kangpc      15 เม.ย. 57   เวลา 18:46:00    IP = 115.64.92.174
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
เสียงตามราคา ยิ่งแพง สัมผัสแรกรุ้ได้ ผมอยากได้ เหมือนหลายคน

fender หรือ ibanez ท๊อปๆ ที่เหลือหาตัวละไม่เกิน 20000 โมดีกว่า

ประสบณ์การณ์มีแค่นี้ .......ก็คิดได้แค่นี้ครับ

   anan-58      15 เม.ย. 57   เวลา 18:58:00    IP = 125.24.3.247
 


  คำตอบที่ 10  
 
ถ้าฝีมือมี 3000 ต่อให้เล่นตัวละ 100000 มันก็ออกมา 3000 ครับ ผมว่าประมาน 15000ขึ้น โอเคแล้ว ที่เหลืออยู่ที่ฝีมือ ผมเคยซื้อกีต้ารตัวละ 5 หมื่นมาเล่น สุดท้ายก็ขายทิ้งไป เพราะว่าจับได้แค่ 4-5 คอร์ด เล่นวนไปวนมา เสร็จแล้วก็ว่างเก็บใส่กล่องเหมือนเดิม โคตรไร้สาระครับ

   notnot2519  15 เม.ย. 57   เวลา 19:22:00    IP = 125.24.107.251
 


  คำตอบที่ 11  
 
ตอบ จขกท

แพง ถูก. ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หากเอาผมเป็นมาตรฐาน เอาเ)พาะที่ผมเคยมีนะ. ไม่เอา ที่เคยเล่นของคนอื่น

ถูกสุดผม ตัวสามพัน. แพงสุด ผม สามหมื่น. ตอนนี่ ตัวแพงสุดที่มี. สองหมื่น

มันต่างกันชัดเจนครับ. ของ ที่แพงกว่า มาตรฐาน มันดีกว่าแน่นอนครับ

เรื่องชอบไม่ชอบมันเป็นอีกเรืีองนะ

ของแพงเกินราคามีมั้ย

ผมว่าไม่มีนะ ยิางของที่มีแบรนด์ ทุกอย่าวเป็นไปตามกลไกตลาด

แต่บางคน อาจผิดหวัง กับบางรุ่น ที่มันควรจะดีกว่านั้นเมื่อเทียบกับราคา

แต่ถ้าเทียบกับทีาต่ำกว่า มันก็ดีกว่า ในมาตรฐายรวมอยู่ดี

....

แล้วของถูก แล้วดีมีมั้ย

คำตอบคือมีครับ แต่จะดีมากสุดขั้วโลก. ไม่มีหรอก เต็มที่ก็แค่ดีเกินราคา

คุ้มประมานนั้น

ผมเคยโมกีตาร์ราคากลางๆตัวนึง ชอบมาก เข้ามือ เอาไปเล่นที่ไหนใครก็บอก

เออว่ะ. อ่าวยี่ห้อนี้เหรอวะ. เออดีว่ะ

แต่ก็ต้องบอกว่ากว่าจะได้แบบนั้น ก็โมหมดไปเยอะ ราคารวม ซื้อตัวดีๆแพงๆได้เลย

แล้วพอเล่นไปสักพัก. ติดเฟรต. ดันสายก็ไม่มีเสียง. พอจะเอาไปรีเฟรตเปลี่ยนเฟรต

กลายเปนว่า แท้จริงแล้ว. คองอ. แล้ว. ปรับไม่ๆปแล้ว เปลี่ยนเฟรตไป ก็ต้ิงลุ้นจะเหมือนเดิมมั้ย

สุดท้าย ผมก็ต้องยอม. รื้อแล้วแยกอะไหล่ขายไป

เห็นได้ว่า. นอกจากความลงตัว ของเสียง อละสัมผัสแล้ว. เรื่องวัสดุ และความคงทน

ก็มีความสำคัญ



....

นอกประเด็น จขกท หน่อย


....คือตอนนี้ ผมยังเล่นกีตาร์ ราคา ที่แบบว่า ถ้าเทียบกับแบรนมันเอง มันอยู่ล่างๆเลย

พอใจมั่ย

พอใจครับ

ถ้ามีเงิน หรือมีโอกาส จะเอาสูงกว่านี้มั่ย

เอาครับ...

ไม่ว่าจะเล่นอาชีพ. งานอดิเรก. หรือเอามาเก็บ มาดม

ผมว่าใครก็อยากได้ของดีมีราคา

คนทีาชอบบอก เล่นถูกๆ นี่แหละ อยู่ที่ฝีมือ

อย่าพึ่งพุดเรื่องฝีมือสิครับ

เราพูดถึงอุปกรณ์.

ไม่ติด หากเรามีน้อย เล่นน้อย. แต่/ปโจมตีของ แพงๆ ดีๆ ก็ไม่ถุกนัก

เพราะผมเชื่อว่า ถ้าคุณซื้อได้ คุณก็ซื้อ

.....

บางคน ชอบอ่างว่า

โก้วเล้งว่าไว้

กระบี่อยู่ที่ใจ แม้แต่กิ่งไผ่ ก็ำร้เทียมทาน

หรือ. กิ่งไผ่ ในมือจอมยุทธ คือดาบ

จริงครับ ไม่เถียง. แต่นั่นคือจอมยุท. ท่านคือจอมยุทรึเปล่า

แล้วตอนจอมยุทฝึก เขาใช้กิ่งไผ่ หรือดาบ

และ สมมตุว่า มีตอมยุทสองท่าน

ประลองกัน. สำนักเดียวกัน วิชาเดียวกัน ฝีมือ ทัดเทียมกัน

สมอง ไอคิว ความแข็งแกร่งเท่ากัน

แต่

คนนึงมีดาบ ฟ้าฟื้น

อีกคนมีกิ่งไผ่. ท่านว่าใครจะชนะ

.....

เสริมอีกนิด. มีพี่ทึีทำงานผม ชอบเล่นกีตาร์มาก แต่ไม่มีเวลาซ้อม

ไม่ค่อยเก่งนัก ส่วนมากเห็นตีคอร์ดร้องเพลงเป็นหลัก แต่แกชอบเล่น

ฝีมือ ธรรมดาค่อนอ่อน

แต่แกมีกีตาร์ สองสามตัว(แกเล่นแต่โปร่ง) มาตินตัวนึง อีกสองเป็นทากามิเนะ

รวมแล้วน่าจะสักแสนปลาย ซึ่งทำเอาผมตกใจมาก

เคยถามแก. ได้คำตอบที่ผมพอใจเลย ว่า

"คือ ฝีมือผมห่วยแบบนี่ ถ้า/ปใช้ของห่วยๆอีก มันตะออกมาห่วยขนาดไหน"

ผมถุกใจคำตอบมาก. แต่ก็ยังมีอีกคำถามว่า

"แล้วไม่แคร ใครจะว่า ฝีมือไม่สมกับอุปกรณ์. หรือเสียดายของ ประมาณนี้ใช่มั้ย"

แกก็ตอบอีกว่า

"แล้ว/อ้ยอดฝีมือ เทพๆทั้งหลาย. มันได้ครอบครองของพวกนี้บ้างมั่ย
พี่ซื้อของพวกนี้ พี่กลัสอย่างเดียว. คือ. กลัวเมียรุ้. นอกนั้น ไม่แคร์แม่ง"


มันเป็นึำตอบที่ผมโอเค

แล้วทำให้ผมคิดต่อว่า

คนที่เล่นของถุก แล้วมองของแพงว่าไร้สาระ แอนตี้ตั้งแต่ยังไม่แตะ


นั้นเป็นพวกขี้อิจฉาครับ. ร้อยละแปดสิบนะ ไม่ใช่ทั้งหมด

   พายุลูกเห็บ      15 เม.ย. 57   เวลา 19:24:00    IP = 49.230.89.206
 


  คำตอบที่ 12  
 
เเพงมากๆ เเน่นอนเขาต้องทำมาดีอยู่เเล้วครับ

เเต่...ของเเพงราคาหมื่นๆ(บางรุ่น) ที่เขาเซ็ทมาไม่ดี
ก็ยังสู้ของถูกๆที่เซ็ทดีไม่ได้ครับ

อยู่ที่การเซ็ท กับเเอมป์ นี่สำคัญจริงๆ ในเรื่องเสียง

ของถูกบางรุ่นเสียงห่วยจริงครับ ต้องไปหา PU มาเปลี่ยน ซึ่งตอนนี้ PU ยี่ห้อถูกๆก็ใช่ว่าจะไม่ดีนะครับ เคยซ่อมๆมา โหนี่ขนาด PU ของถูกๆนะเนี่ย..

อยู่ที่ค่านิยมของคนครับผม ฝีมือนี่เเน่นอน คนละอย่างเลย

   birser      15 เม.ย. 57   เวลา 19:47:00    IP = 119.42.102.164
 


  คำตอบที่ 13  
 
ของผม...ตัวแรกสามพัน ตัวต่อมาเจ็ดพันบ้าง แปดพันบ้าง จนถึงสองหมื่น ตามลำดับ

ปัจจุบันใช้ตัวละสามหมื่น สรุป...

ผมชอบตัวละสามหมื่นมากกว่าครับ อิอิ

   sakai  15 เม.ย. 57   เวลา 19:56:00    IP = 113.53.143.4
 


  คำตอบที่ 14  
 
จารผมบอกว่า ราคาไม่ควรเกินสามหมื่นเพราะเลยกว่านี้ก้อเปนออฟชั่นเสริมแล้ว

   peecup  15 เม.ย. 57   เวลา 20:18:00    IP = 124.122.250.151
 


  คำตอบที่ 15  
 
ราคา กับ เรื่อง ฝีมือ อย่าไปรวมมันเลยท่านมีกำลังซื้อก็ซื้อแม่มไปเถอะ
(แต่ต้องไม่เดือนร้อน นะ )
อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องเยี่ยงนี้เลย
เกิดหนเดียวตายหนเดียว ส่วนฝีมือก็ไปนั่งฝึกเอา นะ

   the godfather      15 เม.ย. 57   เวลา 20:41:00    IP = 58.11.137.212
 


  คำตอบที่ 16  
 
เรื่องฝีมือการเล่น กับเรื่องราคากีตาร์ซื้อมาเล่นคุ้มรึป่าว? มันคนละประเด็นกันนะครับ กีตาร์ราคาตัวละแสนคงไม่ทำให้sweepได้เร็วกว่าราคาตัวละสามพันหรอกครับ แต่สิ่งที่คนซื้อกีตาร์ได้รับคือความสุขที่ได้จับมาเล่นครับ ของแพงคุณภาพ เกรดวัสดุที่ใช้มันก็ต้องดีกว่าตามราคามันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่งั้นกีตาร์ตัวสองสามแสนหรือเกือบล้านคงขายไม่ออกหรอกครับ ส่วนเรื่องการเซตอัพและเรื่องเสียง มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ใช้แต่ละคนและองค์ประกอบอุปกรณ์อื่นๆว่ากันไป ส่วนกีตาร์ราคาถูกที่เอามาโมนั้น ถ้าจะเปลี่ยนPU และเครื่องในต่างๆทั้งชุดแล้วซื้อตัวใหม่ดีๆไปเลย(หรืออาจจะมือสองสภาพดี)มันง่ายกว่าครับ ดีไม่ดีบวกค่ารีเฟรตแล้วแพงกว่าซื้อตัวใหม่อีก เว้นแต่จะโมเอาสนุกหรือได้ทดลองก็อีกเรื่อง บางคนแค่เค้าซื้อมาได้เก็บได้จับแม้ไม่ได้เล่นแต่ได้สะสมก็คุ้มค่าแล้วครับ ความสุขและกระเป๋าตังของแต่ละคนมันแตกต่างกันครับ

   Marshallradio      15 เม.ย. 57   เวลา 20:59:00    IP = 171.99.72.29
 


  คำตอบที่ 17  
 
เรื่องการครอบครองกีต้าร์แพงๆเนี่ย ผมมีประสบการณ์ส่วนตัวมาแชร์

อาจไม่ตรงคำถามนัก แต่อยากร่วมเล่าด้วยคนครับ

สมัยวัยรุ่น.........

ตอนนั้นกีต้าร์แบรนด์ดังๆ ที่มีขายในบ้านเรา ราคาอยู่ที่หมื่นกว่าๆ

บางยี่ห้อก็สองหมื่นปลายๆ แต่ผมเรียนหนังสืออยู่ ไม่สามารถซื้อได้

ต้องอาศัยพ่อ ซื้อให้ซึ่งก็ได้กีต้าร์ไฟฟ้าทำในญี่ปุ่น เลียนแบบแบรนด์ดังค่ายอเมริกา ราคาไม่เกินห้าพัน

ซึ่งก็ดีใจมากแล้ว มีคันโยกด้วย ใช้งานมันทั้งแกะเพลง ฝึกซ้อม จนถึงออกงาน

ก็ไม่มีอะไรให้แคร์ มีความสุขกับการที่เรามีกีต้าร์คู่มือของเราเป็นการส่วนตัว

ไม่ต้องไปเช่า ไปยืมใครมาใช้ก็พอแล้ว และเริ่มทำกีต้าร์ใช้เองบ้าง(ตัวในรูป)

สมัยทำงาน..........

เริ่มมีสื่อใหม่ๆ ให้รู้จักอุปกรณ์และยี่ห้อ สเปคกีต้าร์ที่มากขึ้น ทั้งจากวารสาร และทีวี ที่ศิลปินใช้กัน

ไม่ว่าในต่างประเทศหรือบ้านเรา อะไรที่เขาฮิตกัน บ้านเรามีขายเรียบ

ช่วงนี้เริ่มมีรายได้ แต่ผมเงืนเดือนน้อย เลยตั้งเป้าเพดานบินไว้ว่า

ราคาเกินห้าหมื่น บ่ได้ตังกรูแน่ๆ

ช่วงนั้นก็เริ่มซื้อของแบรนด์มาทั้งเล่นบ้าง เอาประดับบารมีบ้าง

แต่ยังไม่คิดสะสม ต่อมาในช่วงสิบปีให้หลัง เริ่มมีกีต้าร์ก๊อปปี้ทรงดัง

ทำในเอเชียเรานี่เองออกมา รวมทั้งยี่ห้อดั้งเดิม แต่เปลี่ยนฐานผลิตและลดสเปครุ่นสูงออกมาให้เล่น

ก็ซื้อๆมาลองเล่นมากมาย ราคาก็ตัวละหมื่นกว่าๆ เป็นส่วนใหญ่

แต่ลองแล้ว โมแล้ว มันไม่ได้อย่างหวังเลยขายๆๆไป จนเรียบ

แต่ก็สนุกนะครับ เป็นช่วงที่ผมมีกีต้าร์ในกรุเยอะมากๆเลย ฮี่ๆๆ

สมัยใกล้เกษียณ...........

เริ่มแก่ เริ่มเบื่อ เริ่มมีตังเก็บเยอะจนฟุ้งซ่าน ช่วงนี้รับข้อมูลข่าวสารเยอะมาก

เริ่มมีกลุ่มเพื่อนใหม่ๆที่เล่นอาวุธหนัก จากเว็บแห่งนี้เข้ามาติดต่อแลกเปลี่ยนกัน

เลยเริ่มซื้อกีต้าร์ราคาหกหลักแล้ว ซื้อเยอะมากๆ บางเดือนซื้อสองตัวเลยก็มี

ซื้อแล้วก็แบ่งขาย ขายแล้วก็ซื้อ ไม่ค่อยเอามาเล่นแล้ว

เอามาหาความใหม่ๆให้ชีวิตก่อนลาโลกมากกว่าครับ

มันไม่มีความสนุกแบบวัยรุ่นที่จะเล่นกีต้าร์อีกเท่าไหร่

เลยสมมุติตัวเองว่า ข้าเป็นนักสะสมก็แล้วกัน

แต่เอาจริงๆ ถ้าเป็นกลุ่มนักสะสมตัวจริง เขามีมากกว่า ดีกว่า หายากกว่า แพงกว่า ที่ลุงแก่ๆคนนี้มี

แต่ไงก็เหอะ ขอสมมุติตัวเองหน่อยละกันนะหลานเอ๊ย...........

ของแพงๆ แบรนด์หรู มันสวย สวยมากๆ

เห็นไม้และงานประกอบก็รู้เลยว่าของมีระดับ ส่วนเรื่องเสียง

ก็แนวใครแนวมันจ้า.... ฮี่ๆๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      BOON BOON!      15 เม.ย. 57   เวลา 21:29:00    IP = 118.173.231.110
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
กีต้าร์มีมาตรฐาน ระดับที่ใช้ได้ครับผม



   GminorBb      15 เม.ย. 57   เวลา 21:53:00    IP = 27.55.154.160
 


  คำตอบที่ 19  
 
เคยมีครอบครองเฉพาะกีตาร์ถูกมากๆ และระดับกลางเท่านั้น
(ส่วนที่มีราคาแพง ผมเคยแต่ขอเขาลองเล่นดูเท่านั้น)

สมัยเริ่มเล่นกีตาร์ใหม่ๆ (ประมาณ ๒๐ ปีก่อน) ผมก็เล่นและซื้อแต่กีตาร์โปร่งเท่านั้น
(สำหรับ กีตาร์ไฟฟ้า..ไม่คิดจะซื้อใช้เลยครับ
ได้เล่นเฉพาะตอนไปสมัครเป็นสมาชิกศูนย์เยาวชน กรุงเทพฯ
ในห้องซ้อม
และประกวดบนเวทีเท่านั้น

ด้วยเหตุที่หากซื้อกีตาร์ไฟฟ้ามา ก็ต้องหาตู้แอมป์ใช้อีก
เผลอๆ ต้องจ่ายให้กับ Effect Pedal ที่ไม่รู้ว่างบจะบานปลายไปขนาดไหน
ผมในตอนนั้น..ที่ยังไม่มีรายได้ใดๆ ขอยอมตัดใจดีกว่า
กีตาร์โปร่งตัวเดียวพอ ...อื่นๆ นี่หา Contract หรือ Pick Up สำหรับกีตาร์โปร่ง มาต่อกับวิทยุ, แอมป์+ลำโพงประกอบเอง แทนตู้แอมป์ฯ ก็ได้
เอาไว้โตก่อนค่อยว่ากันอีกที)

ได้ผ่านกีตาร์ (โปร่ง) มาพอสมควร
ตั้งแต่กีตาร์ No Name ราคาถูกมากๆ (หนึ่งพันบาท)
กีตาร์ที่ได้มาตรฐานระดับฝึกหัด (YAMAHA F-310)

จนช่วงวัยรุ่นผมจบลงพร้อมๆ กับความฝันในเส้นทางสายดนตรีที่จบลงไปด้วยเช่นกัน

สิบกว่าปีที่มีกีตาร์โปร่งวางประดับฝาบ้านไว้เฉยๆ แต่แทบไม่ได้แตะ ไม่ได้ดูแลอะไรมันเลย

จนเมื่อสอง-สามปีก่อน คิดอยากจับกีตาร์อีกครั้ง
แต่คราวนี้ ขอเป็นกีตาร์ไฟฟ้านะ

เท่าที่ผมซื้อเองก็มีกีตาร์ไฟฯ ราคาถูกๆ ไม่กี่พัน
จนถึงระดับพอใช้ ราคาหมื่นปลายๆ Fender Mexico
บุญพาวาสนาส่งให้ได้รับกีตาร์ระดับกลางๆ คือ Fender American Deluxe จากญาติคนสนิทมาครอบครองอีกตัว

รู้สึกพอใจตัวระดับกลางๆ ที่สุดล่ะครับ
แต่หากเทียบราคาที่ต่างกันถึง ๓ เท่า ระหว่าง Fender Mex กับ Fender American Deluxe นี่ผมคิดว่า "ความพอใจที่เพิ่มขึ้นมาไม่เท่ากับ 'ความต่าง' ของราคาหมื่นปลายๆ กับหกหมื่นที่จ่ายไป"

.:. กล่าวอีกนัย คือ ผมพอใจ Fender หมื่นปลายๆ (ซื้อเอง) มากกว่า Fender หกหมื่นต้นๆ (จากญาติสนิท) หากนำจำนวนเงินที่ต้องนำไปแลกมาเปรียบเทียบกันครับ.

   mr.zippo      15 เม.ย. 57   เวลา 22:26:00    IP = 171.7.201.175
 


  คำตอบที่ 20  
 
ผมว่าถ้าราคาหลายๆหมื่นขึ้นไป เทียบกับราคาหลักแสนแล้ว ไม่น่าต่างกันมากครับ แต่ถ้าหลักพันไปเทียบกับหลักแสนต่างกันมากโข เปรียบเทียบในเชิงคุณภาพนะครับ .... แต่ส่วนตัวผม ผมชอบกีต้าร์ ผมมีกำลังก็ซื้อเท่าที่กำลังจะซื้อได้โดยที่ไม่เดือดร้อน ส่วนเรื่องฝีมือนี่ห่วยแตก ตีคอร์ดร้องเพลงอย่างเดียว แต่ใช้ตัวเหยีอบแสน ใครจะว่ายังไงผมมันก้ไม่แคร์ เงินผมซื้อไม่ได้ขอใครกินครับ

   guitarman23      15 เม.ย. 57   เวลา 22:38:00    IP = 110.169.213.34
 


  คำตอบที่ 21  
 
กีต้าร์ตัวละหมื่นกว่าบาท คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย

   notnot2519  15 เม.ย. 57   เวลา 23:08:00    IP = 125.24.107.251
 


  คำตอบที่ 22  
 
แลกเบียร์3ขวด สงสาร กต.จ่าย200บ.เลยได้มา ใช้งานร่วม2ปี
สงกรานต์ เอาให้หลานเล่นที่บึงกาฬ ตัวขวามีอครับ ก็พอคลาย
เหงาได้ยุ มีข้อเสียตรงเวลาจูน กว่าจะได้เหมือน อ.ท่านอื่นที่เม้นท์มาครับ
ว่า ปรับแต่งยากครับ

   Solitare  15 เม.ย. 57   เวลา 23:34:00    IP = 124.122.201.11
 


  คำตอบที่ 23  
 
เป็นกระทู้ที่ดีครับ ขอเล่าอย่างนี้แล้วกัน ตรงๆแบบไม่รวมที่เค้าบอกกันว่า อะไรต่างๆ เอาที่ผมรู้สึกจริงๆ

กีตาร์ตัวแรกผม 2,800พร้อมแอมป์ เปลี่ยนไปเรื่อย ตามความต้องการ หลังๆนี่ไม่ค่อยได้เล่นแล้วออกแนวซื้อมาเพื่อได้ครอบครองเฉยๆ ผมใช้ตั้งแต่ตัวละหมื่นกว่าๆ ไปสองหมื่น ไปสี่หมื่น ไปห้าหมื่น ไปเจ็ดหมื่น ไปจนเป็นแสน นี่พิมพ์ลงไปก็รู้สึกว่าตัวเองโง่ๆยังไงพิกล กีตาร์ตัวเป็นแสน ผมนี่ท่าจะบ้า

ตัดเรื่องฝีมือออกไปก่อน เพราะผมไม่อยากพูดถึงมัน 555 ตัดเรื่องการเซ็ตอัพและการโมออกไปด้วย สมมติว่ากีตาร์เซ็ทให้ได้ถึงจุดดีที่สุดเท่าที่มันจะทำได้เท่านั้น ห้ามเปลี่ยนอะไหล่ มีกฏว่าเราห้ามโมกีตาร์เลย จะได้เปรียบเทียบได้เห็นภาพง่ายดีนะ

ผมพบว่ากีตาร์มันมีมาตรฐานของมันอยู่ ในที่นี้ผมหมายถึงตั้งเสียงได้ตรง คอเล่นโอเคไม่ใช่แบบว่าแอคชั่นตั้งยังไงก็ออกมาสูงจนเล่นลำบาก ซัสเทนไม่สั้นจนเล่นไม่ได้ ประมาณนี้นะครับ

ผมพบว่าราคาหลักพัน มันยังไม่ได้มาตรฐาน สำหรับผมนะครับ และผมก็เชื่อว่าใครก็ตามที่เคยเล่นกีตาร์ที่ดีกว่าน่าจะคิดประมาณนี้แหละ

ราคาสักหมื่นนึงถ้ามันแพงยี่ห้อบางทีมาตรฐานมันก็ได้แล้ว แต่เรื่องความคงทนอะไรจะไม่ค่อยดีนัก เช่นพวกวงจรปุ่มหมุน ซีเลกเตอร์ หย่อง ลูกบิด คอ อะไรเหล่านี้เป็นต้น ใช้งานปกติมันก็ดีแล้วแหละ แต่ถ้าใช้งานมากๆ บางทีควรเปลี่ยนอะไหล่พวกนี้สักหน่อย เพื่อความคงทน หรือต้องดูแลเอาใจใส่กันดีหน่อย เหล็กดามคอนี่ตัวดีเลยระวังขาด ในขณะที่กีตาร์มาตรฐานสูงราคาสูงมันทำมาดีอยู่แล้ว อาจไม่ต้องปรับแต่งมากเท่าไรนัก เรื่องสียงแล้วแต่คนฟังนะครับ พูดไปไม่จบ

ราคาสักสามหมื่นขึ้น กีตาร์ระดับนี้เรียกว่าสมบูรณ์แบบได้แล้ว ในแง่ของการเล่นไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น คราวนี้มันอยู่ที่เราแล้วแหละ ว่าเรื่องมากขนาดไหน ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งเรื่องมาก อยากได้เสียงแบบนั้น แบบนี้ กลายเป็นไม่จบไม่สิ้นกันไปซะอย่างนั้น พาลจะหาเรื่องเปลี่ยน ทั้งที่กีตาร์มันก็ดีมากยู่แล้ว

ห้าหมื่นขึ้นนี่จะเป็นการซื้อความละเอียดอ่อนบางอย่างที่อธิบายไม่ค่อยจะได้แล้ว บางทีอาจเป็นเสียงบางอย่างที่เราชอบและคิดว่าหาจากยี่ห้ออื่นหรือรุ่นเล็กกว่าไม่ได้ อาจเป็นคราฟแมนชิพที่ดีดูสมบูรณ์แบบ สวยงามประทับใจ แต่เอามาเล่นจริงๆแล้วเล่นไปมันก็เหมือนๆกันกับตัวละสามหมื่นกว่าๆนั่นแหละ อันนี้ผมรอโดนถล่มเลยแล้วกัน แต่ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ

ระดับเป็นแสนนี่ถ้าจะให้พูดประโยคเดียวคือเป็นการซื้อมูลค่าทางการตลาดที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ผลิต แค่นี้จริงๆ มูลค่าเหล่านี้ บางทีก็เป็นไม้ลายสวย ไม้หายาก สเป็กแบบสมัยพระเจ้าเหา คราฟแมนชิพที่เพอร์เฟ็คมองแล้วหาที่ติไม่ได้เลยมันเยี่ยมมาก เพราะมันถูกสร้างโดยช่างอันดับต้นๆของโลก

ซึ่งอะไรต่างๆเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องจริง และล้วนเป็นมูลค่าจริง และสำหรับคนที่เล่นมาพอสมควรแล้วนั้นจะสัมผัสความละเอียดอ่อน และรู้สึกถึงคุณค่านั้นได้จริงๆ บางทีซื้อไปนี่รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้จ่ายเงินไปเพื่อแลกกับการครอบครองสิ่งนี้จริงๆ อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมนะครับ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ไม่ได้หมายความว่ากีตาร์หลักพันเล่นไม่ได้นะครับ มันก็เล่นได้ ผมยังใช้กีตาร์คลาสสิค Yamaha C-40 อยู่เลย ที่อัดคลิปในโพรไฟล์ก็ตัวนี้แหละ มันเล่นได้ บางทีขี้เกียจๆตัวไหนใกล้มือก็เล่นตัวนั้นแหละ แต่ถามว่าถ้าผมมีคลาสสิคตัวละห้าหมื่นกับตัวละห้าพันผมจะเล่นตัวไหน ก็คงตอบได้ไม่ยาก


   Bottomsup      16 เม.ย. 57   เวลา 2:41:00    IP = 192.199.49.66
 


  คำตอบที่ 24  
 
จากที่เคยได้ลองจากทั้งกีต้าร์ของตัวเองและของคนอื่น

ของถูกกับของแพงมันจะต่างกันที่ ฟิลลิ่งในการสัมผัสครับ



   Rackandloso      16 เม.ย. 57   เวลา 4:04:00    IP = 180.183.109.126
 


  คำตอบที่ 25  
 
เรื่องฝีมือ กับ ราคา ตัดประเด็นทิ้งไปเลย...จะไปคิดอะไรมากมามายให้ปวดกะบาล

ผมใช้สูตรเดียวเลย..... (ชอบ) + (ซื้อ) = จบ

คือ...
ชอบก้ซื้อ ไม่ชอบก้ไม่ต้องซื้อ
เงินพอก้ซื้อ เงินไม่พอก้ไม่ต้องซื้อ

ถ้าวันนึงผลิตเองได้ก้ทำใช้เองไปเลยครับ ถึงวันนั้นก้จะรู้เองว่าทำไมราคามันถึงได้ถูก หรือแพง

   sixth       16 เม.ย. 57   เวลา 8:21:00    IP = 124.120.105.162
 


  คำตอบที่ 26  
 
การซื้อกีต้าร์มาใช้ไม่เกี่ยวกับ ฝีมือครับ ใครใคร่ซื้อราคาไหน
แพงก็เงินเขา งบเยอะก็ตามนั้น

ถ้าการเล่นฝีมือล้วนๆครับ ราคากีต้าร์อาจจะมีส่วนประกอบ (แต่น้อยมากๆ)

   สมาชิกแบบพิเศษ      noppadol_64      16 เม.ย. 57   เวลา 9:45:00    IP = 61.90.114.193
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 27  
 
กีต้าร์กับฝีมือ มันคนละเรื่อง ผมเล่นกีต้าร์ห่วยมาก ผมก็ยังซื้อตัวหลักแสนมาเล่น กีต้าร์จะถูกหรือแพง ถ้าเล่นแล้วมีความสุข ก็เล่นไปเถอะครับ อย่าไปตั้งเงื่อนไขเยอะ

เข้าเรื่อง...

กีต้าร์ถูก มันก็ตามราคาครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานการผลิตมันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน กีต้าร์ที่ราคาถูก คุณภาพก็เลยดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Lavish ในหลักพัน PRS SE ในหลักหมื่นต้น

แต่จากที่ผมได้ครอบครองกีต้าร์หลักพัน ยันหลักแสน ก็ต้องพูดตรงๆเลยว่าของแพงมันต้องดีกว่าอยู่แล้ว ทั้งเสียงและสัมผัส หากคุณเป็นคนช่างพินิจพิเคราะห์เกี่ยวกับรายละเอียดของกีต้าร์ คุณจะพบเลยว่า กีต้าร์ราคาถูก ต่อให้ดียังไงก็ยากมากๆ ที่จะเทียบชั้นกีต้าร์ราคาแพงได้

ยกตัวอย่าง PRS USA กับ PRS SE เมดอินเกาหลีบางรุ่น (เช่น Bernie Marsden) เล่นเทียบกันดูจะรู้สึกเหมือนว่า SE บางรุ่น ทำได้ใกล้เคียง USA พอสมควร ต้องเอาไปขึ้นเวทีจริง ถึงจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนครับว่ายังไง USA ก็ยังทิ้งห่าง SE อยู่อีกโข ของพวกนี้มันมีเพดาน มีขีดจำกัดของมันอยู่ครับ

พิมพ์ไปคงเข้าใจยาก หาลอง หาเล่นเยอะๆครับ เดี๋ยวจับจุดได้เอง

   สมาชิกแบบพิเศษ      รพินทร์ ไพรวัลย์      16 เม.ย. 57   เวลา 10:07:00    IP = 223.205.248.189
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
กีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกในชีวิต 5,000 ZZ Top (Strat)
ตอนนั้นเพิ่งเล่นกีต้าร์ใหม่ ๆ ยังไม่รู้ซึ้งถึงทัชชิ่งเท่าไหร่ รู้แค่ว่าตื่นเต้นที่ได้จับกีต้าร์ไฟฟ้า.....ก็เล่นไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ฝึกอะไรมากมาย แถมยังเอาไปโมดิฟายแบบมั่ว ๆ เอากระดาษทรายมาขัดเคลือบเงาออก แล้วพ่นสีใหม่ลงไป พอมาเล่นดู มันฟังออกเลยว่าเสียงมันไม่เหมือนเดิมนะ มันทึบ ๆ ไป
สุดท้ายก็ไปซื้อตัวใหม่มา....ปัจจุบันกีต้าร์ตัวนี้ยังเก็บไว้อยู่ว่าจะหาคอใหม่มาเปลี่ยนใส่

ตัวที่ 2 = 8,000 Baracuda (Les paul)
ตอนได้ตัวนี้มาช่วงนั้นอยู่ ม.ปลาย ตั้งวงกับเพื่อน ๆ เริ่มเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เริ่มรู้สึกว่าสายเพี้ยนง่าย และรู้สึกว่าทรงเลสพอลจากที่เคยชอบรูปลักษณ์ แต่พอมาเล่นจริง ๆ แล้วตัวผมไม่ค่อยถนัดทรงนี้ซักเท่าไหร่
พอซื้อกีต้าร์ตัวที่ 3 มา บาราคูด้าตัวนี้ได้ให้เพื่อนยืมไป ปรากฎว่าบ้านเพื่อนมันน้ำท่วม กีต้าร์ตัวนี้เลยเละ แต่ไม่ค่อยเสียดายเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ารวยนะ แต่สงสารเพื่อนมากกว่า มันเสียหายกว่าเราตั้งเยอะ

ตัวที่ 3 = 27,000 PRS SE
ตัวนี้เป็นกีต้าร์มือสอง น่าจะเป็น SE รุ่นแรกเลย(ผลิต 2001)ได้ตอนอยู่มหาลัยปี 1 ผมเข้าเรียนเอกดนตรี ตอนแรกมีงบ 25,000 ตั้งใจจะไปซื้อ Parker ที่ลดราคาแต่ของหมดไม่มีแล้ว แต่ไปเจอตัวนี้ที่มีคนฝากขายมาเลยลองซักหน่อย รู้สึกว่าทัชชิ่งมันเล่นง่ายโคตร ก็ใช้ตัวนี้อยู่หลายปี เปลี่ยนปิ๊กอัพเป็น Seymour Duncan ดุดี เอาไปโมอีก สามารถตัดคอยได้ด้วย เอาไปเปลี่ยนเฟรตอีกเพราะร่องมันลึกจนเสียงติดเฟรต ตอนนั้นเพิ่งรู้ซึ้งถึงการใช้กีต้าร์บ่อย ๆ แล้วข้อเสียคือเฟรตก็จะไปเร็ว ก็เล่นดนตรีกลางคืนมาเรื่อย ๆ เรียกได้ว่ารักกีต้าร์ตัวนี้มาก ๆ เป็นผู้มีพระคุณเลยก็ว่าได้ ยังคิดอยู่ว่าถ้าตัวนี้ปลดระวางเมื่อไหร่จะยกขึ้นหิ้งเชิดชูบูชาซะหน่อย ปัจจุบันยังใช้ตัวนี้อยู่ คาดว่าอีกปีสองปีเร็วนี้
ตัวที่ 4 = 103,000 PRS US
ตัวนี้ได้มาจากในกีต้าร์ไทยครับ(ขอบคุณกีต้าร์ไทยที่เป็นพ่อสื่อ) ก่อนจะซื้อตัวนี้ในเว็บกีต้าร์ไทยก็มีหลายตัวเลือกเหลือเกิน จนสุดท้ายมาได้ตัวนี้เพราะมันสวยดี (ความจริง PRS สวยทุกตัวนั่นแหละ) อีกอย่างคนเล่นเป็นผู้หญิงน่าจะมือไม่หนักเหมือนผู้ชายซักเท่าไหร่ ก็ลงทุนนั่งเครื่องบินไปดูถึงกรุงเทพ(ผมคนเชียงใหม่) ของหลักแสนจะให้ส่งมาทางไปรษณีก็กะไรอยู่
เจ้าของก็ใจดีครับ รับ-ส่ง สนามบินด้วย
พอไปเห็นของนี่หัวใจพองโตเลยครับ เจ้าของแทบไม่เล่นเลย สภาพใหม่เอี่ยม ขนาดสายขึ้นสนิมยังดูดี ตอนที่ได้ลองนี่ตื่นเต้นมากครับ ทัชชิ่งหรือเสียงมันลงตัวเลย(อย่าลืมว่าขนาดสายเก่าแล้วนะ) ไม่เสียเวลาลองนานก็เอาตัวนี้หิ้วกลับบ้านเลย เพื่อนบอกว่าผมโคตรบ้าเลยเอาของหลักแสนมาเล่น ผมบอกไว้เลยว่ากีต้าร์ในความคิดผมคือ ถ้ามันถูกสร้างมาแล้วมันก็ควรต้องถูกเล่นไม่ใช่เอาไว้เก็บโชว์ (นอกจากมันจะเก่าจนใช้ไม่ได้นั่นและค่อยเก็บ) ปัจจุบันนี้ตัวนี้อยู่กับผมมาได้ปีกว่าแล้ว ใช้มาตลอด(เล่นดนตรีกลางคืน) แต่ก็ใช้อย่างทะนุถนอมนะ เพราะต้องใช้ตัวนี้ทำมาหากินไปอีกหลายปี



   nong_PRS      16 เม.ย. 57   เวลา 13:58:00    IP = 223.205.204.109
 


  คำตอบที่ 29  
 
เคยใช้แพงสุด 42,000 ครับ Fender Stratocaster ปีื 1977 ซื้อเมื่อ 7 ปีก่อน แต่ตอนนี้ใช้ Legend ตัวละ 2,400 บาทซื้อจากร้านญี่ปุ่นมือสอง

   Stevie Ray Vaughan      16 เม.ย. 57   เวลา 14:22:00    IP = 171.6.248.92
 


  คำตอบที่ 30  
 
ผมชอบความมีเอกลักษณ์ ในตัว guitar จะถูกจะแพง
ถ้าโดนสำหรับผม หรือจุดเด่นของ guitar ตัวนั้นเข้าตาผม

ถูกแพงผมก็ซื้อ

ฝีมือเฉยๆ เล่นทั่วไป มีความสุขที่ได้เล่นดนตรี ถูกบ้างแพงบ้าง ผสมมกันไป

   สมาชิกแบบพิเศษ      Bond11      16 เม.ย. 57   เวลา 15:06:00    IP = 49.230.125.149
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 31  
 
ไม่ตอบดีกว่า
รีบไปขยำตัวละพันเจ็ด
ไม่รู้ว่าตัวละแปดหมื่นที่ซุกไว้ตู้เสื้อผ้าคองอหรือยัง

   sitth      16 เม.ย. 57   เวลา 19:47:00    IP = 49.230.161.42
 


  คำตอบที่ 32  
 
ความรู้สึกมันต่างกันแน่นอน ต้องไปลองเอง
แต่จะเล่นเพลงยาก ๆ ดีขึ้นรึเปล่าผมว่าไม่เกี่ยวครับ เรื่องนี้อยู่ที่การฝึกซ้อมมากกว่า
ไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่คุ้มครับ ผมก็ฝีมือกาก รายได้ก็น้อยยังไม่สนเลย ของแบบนี้อยู่ที่ความพึงพอใจครับ ถ้าเสียงถูกใจ ทรงถูกใจ เล่นถนัด ก็ซื้อไปโลด

   yochi      16 เม.ย. 57   เวลา 20:55:00    IP = 125.24.110.145
 


  คำตอบที่ 33  
 
ผมเริ่มจากกีตาร์ราคาถูกจากหลังกระทรวง2พันกว่าบาท
ตัวที่ี2เป็นทรง Start ราคา4500 แล้วก็ตัว3ตัว4 ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
จนมาตัวที่5 เป็นยี่ห้อ Vester ทำในเกาหลีราคา9000 ทรงเดียวกับ Charvel หัวแหลม เป็นกีตาร์ตัวแรกที่รู้สึกถูกใจในคุณภาพงานผลิตมากๆ แต่ก็เอามาโมหลายอย่าง ทั้งเปลี่ยน Pickup ใส่คันโยกฟรอยโรส โมเองกับมือทุกอย่าง(ดีนะที่ระยะคันโยกมันพอดี)แล้วก็ใช้มันมาหลายปี เรียกว่าเป็นกีตาร์คู่ใจเลย
ตัวที่6 Ibanez RG550 ในราคา19000 ช่วงนั้นไม่คิดจะเปลี่ยนกีตาร์อีกเลย เพราะมันเสียงดี เล่นงายกว่าทุกตัวที่มีมาจนเจ้าทำงานก็เลยไม่ได้เล่นกีตาร์อยู่ประมาณ10กว่าปี พอกลับมาเล่นใหม่ก็รู้สึกว่าอายุเริ่มเยอะเริ่มมีประสบการณ์ทำให้การซื้อกีตาร์แต่ละตัวต้องหาข้อมูลมากเป็นพิเศษ ช่วงนั้น Squier CV50 กำลังดังมากใน Guitarthai เลยตัดสินใจซื้อมาใช้แบบไม่คิดอะไรมากเพราะคิดว่าแค่เล่นขำๆ ขำไปขำมาอยู่7-8เดือน เฟรตเริ่มสึก จึงเริ่มมองหากีตาร์ตัวใหม่ที่คุณภาพดีแต่ราคาถูก จนมาได้ลอง Godin Session หลังจากลองเสร็จก็ตัดสินใจซื้อทันที แต่หลังจากนั้นก็ยังคงซื้อกีตาร์อีก4ตัว มีทั้ง Ibanez Godinตัวที่2 FGN Gibson

จากกีตาร์ทั้งหมดที่ผมมีและได้ลองมา สิ่งหนึงที่ผมพบคือบางครั้งกีตาร์ยี่ห้อดังราคาแพงก็ไม่ได้ดีกว่าบางยี่ห้อที่คุณภาพพอๆกันแต่ราคาถูกกว่า หรืออาจจะดีกว่าแต่ไม่ได้ดีพอที่จะราคาสูงกว่า3-4เท่าตัว

ผมเคยลอง Gibson ตัวละ2แสน กับ FGN Neo Classic 4หมื่น ผมว่าคุณภาพ สัมผัส เสียงมันไม่ได้ต่างกันมากมายเลย (ร้านที่ให้ลองไม่ได้บอกด้วยว่า Gibson ตัวนั้นราคา2แสน)

หรือ Godin session กับ Squier CV50 ที่ราคาต่างกันประมาณ4000 แต่ผมกลับรู้สึกว่า Godin มันคุณภาพดีกว่ามากเมื่อเทียบกับราคาที่ต่างกัน4000

ทำให้ผมรู้ว่ายี่ห้อกับราคามันไม่ใช่องค์ประกอบหลักในการเลือกกีตาร์สำหรับผมอีกต่อไป วัสดุที่มีคุณภาพ การผลิตที่ได้มาตราฐาน เป็นสิ่งสำคัญและสุดท้าย สัมผัสที่ใช่นั้นสำคัญที่สุด

   Hand      16 เม.ย. 57   เวลา 23:08:00    IP = 171.98.193.24
 


  คำตอบที่ 34  
 
ทุกวันนี้ผมใช้กีต้าร์ ไม่มียี่ห้อ (ซื้อมาตั้งหลายปีและ แต่ไม่รู้ยี่ห้อของมัน 55+)
ราคาแค่ 4000 กว่าบาท เอามาเปลี่ยน ปิ๊กอัพ เฉยๆ
เสียงออกมาใช้ได้เลยครับไม่ขี้เหล่ และทุกวันนี้ผมก็ใช้ตัวนี้เล่นอาชีพตลอด
เลยครับ แต่ยังไงของแพงกว่าก็ดีกว่าอยู่ดีแหละครับ
อยู่ที่ความพอใจของตัวท่านเอง ว่าท่านพอใจแบบไหน
^__^

   เด็กหัดอ่ะครับ  17 เม.ย. 57   เวลา 0:34:00    IP = 171.5.251.119
 


  คำตอบที่ 35  
 
ไม่เคยมีกีตาร์หลักแสนครับ
แพงสุดคือ musicman axis ได้มือสองมาสี่หมื่นกว่า ตัวนี้อยู่กันมาเป็น 10 ปีแล้ว
มีอีกตัวเปลี่ยนไปเรื่อย ได้มา เล่น ขายไป ราคาแถวๆหมื่นเจ็ดหมื่นแปด จำกัดงบไว้ให้ไม่เกินนี้ครับ
ที่เล่นๆมาเกิน 20 ตัว ไม่มีตัวไหนให้สัมผัสการเล่นราบรื่นเท่า axis เลย ไม่รุ้ทำไม

   Tamned  17 เม.ย. 57   เวลา 15:02:00    IP = 202.44.4.251
 


  คำตอบที่ 36  
 
ถ้ามีฝีมือ (ไม่ใช่แค่จะมาปั่นๆ สวีฟๆอย่างเดียวนะคับ) จะรู้สึกเองเลยคับว่า กีต้าร์ถูกๆกับแพงๆ มันต่างกันมาก เสียงก็ต่างมาก การจับการถือความรู้สึกต่างๆก็จะต่างกันมาก แล้วถ้าฝีมือดีจะดึงเสียงของกีต้าร์แพงๆออกมาได้เยอะคุ้มมากๆ

   ESP NARUTO      17 เม.ย. 57   เวลา 15:38:00    IP = 14.207.139.55
 


  คำตอบที่ 37  
 
ผมว่าการเล่นกีต้าร์...ความสำคัญมันขึ้นอยู่กับความสุขที่ได้เล่น...กีต้าร์ถูกรึแพง...ใครมีความสุขที่ได้เล่นกีต้าร์แบบแพงก๊เล่นไป ใครมีความสุขที่ได้เล่นกีต้าร์ถูกๆก็เล่นไป...ตามใจของใครของเรา...เอาคำว่าเล่นดนตรีเล่นเป็นเพลงได้เหมือนกัน...มันก็สุดยอดของความเป็นศิลปินแล้วละครับ....รวยรึจนมาจำกัดความของดนตรีไม่ได้หรอกครับ...


   smile toyaken  14 พ.ค. 61   เวลา 23:46:00    IP = 223.205.245.100
 


  คำตอบที่ 38  
 
1-กีต้าร์ตัวแรกยี่ห้อ Starsun แม่ซื้อให้ตอนเด็กๆราคา 2,500 บาทถ้าจำไม่ผิด ใช้มาหลายปีมากจนเฟรทสึกพังหมดนั่นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ชอบกีต้าร์ไฟฟ้า

2-หลังจากนั้นก็มีตัวที่สองนั่นก็คือ washburn ราคา 16,000 บาท ความแตกต่างอย่างแรกเลยเมื่อเทียบกับ Starsun ราคา 2,500 คือต่างกันคนละฟ้ากับเหวมากๆ ทั้งสัมผัส วัสดุต่างๆ เสียงก็ต่างกันพอสมควร หลังจากนั้นไม่นานก็มีตัวที่สาม

3-ตัวนี้เป็น Gibson les paul studio feded 2016 ราคา 33,900บาท หลังจากได้ตัวนี้มาสิ่งที่สัมผัสได้คือเรื่องของคุณภาพวัสดุ และ เรื่องเสียงที่มีคุณภาพดีมาก ดีกว่า washburn wm24 ตัวพอสมควรเนื้อเสียงมีความเนียน ใส คม ซัสเท่นยาวหางเสียงไพเราะ เสียงแตกแบบว่าตามหามานานแล้ว แตกแบบแผดๆ คมๆ พุ่งๆ ทุกอย่างเหมือนมันจะจบที่ตัวนี้ได้เลยไม่ต้องสรรหากีต้าร์ตัวไหนอีกแล้วในชีวิตนี้จนสุดท้ายไม่จบเพราะคิดว่า Gibson จะจบได้อย่างน้อยๆ อย่างน้อยๆเลยต้องไป Gibson les paul standard เลยจัดมาอีก 1 ตัว

4-กีต้าร์ตัวที่ 4 นั่นก็คือ Gibson les paul standard 2017t ราคา 99,000 ่บาท ตัวนี้ราคาต่างจาก Gibson ตัวแรกประมาณ 3 เท่าตัวเลยก็ว่าได้ สิ่งที่พบคือเสียงมันไปได้อีกเว้ยเฮ้ย เนื้อเสียงมีความอัพเกรดจาก Gibson ตัวแรกพอสมควร นั่นคือโทนที่หนาขึ้น ใสขึ้น มีหัวโน๊ต ซัสเทนยาวขึ้น สัมผัสดีขึ้น รูปลักษณ์ดีขึ้น วัสดุดีขึ้น บอดี้กีต้าร์สวยกว่า Gibson ตัวแรกมากๆ เล่นไปสักพักใหญ่ๆกลับมาเล่น Gibson ตัวแรกที่ว่าชีวิตนี้คงไม่มีกีต้าร์ตัวไหนเสียงดีกว่าอีกแล้วกลับไม่เป็นแบบนั้นเพราะว่า Gibson les paul standard เสียงดีกว่ามากๆ มากจนสัมผัสได้เลยว่า Gibson ตัวแรกเสียงมันแหบแห้งไปเลยคือไม่รู้จะอธิบายยังไง สัมหรับคนที่ไม่รู้คงต้องมีโอกาสได้ครอบครองเองแล้วเล่นมันติดต่อกันไปเรื่อยๆสัก 1 อาทิตย์แล้วกลับมาเล่นกีต้าร์ตัวเก่าอีกรอบจะรู้สึกได้ทันทีก็นั่นแหละครับราคาเกือบแสน แต่สุดท้ายมี Gibson แล้วก็ต้องมีอีกสักตัว

5-ตัวนี้เป็นกีต้าร์ไฟฟ้าตัวล่าสุดนั่นก็คือ Fender american standard telecaster 2012 (ตัวนี้เป็นมือสอง) ราคาปกติ 59,900 บาท ไม่ขอบอกราคามือสองละกันครับ ได้มาเพราะว่าอยากได้กีต้าร์สักตัวที่เป็น Single คอย แบบว่าเสียงหวานๆ ใสๆ เด้งๆ เลยเลยไปเจอกับตัวนี้เลย โคตรราชาเสียงใส คม เด้ง สัมผัสแรกที่รู้สึกก็คือ เสียงดี ใส เพราะพริ้งกรุ๊งกริ๊งในแบบสไตล๋ของกีต้าร์ซิงเกิลคอย เรื่องวัสดุไม้ สัมผัสต่างๆรู้สึกดีมากเช่นกันครับ แต่ถ้าให้ผมชอบมากที่สุดใสกีต้าร์ทั้งหมดผมชอบ Gibson les paul standard มากที่สุด ไม่ใช่แค่สัมผัสดีนะครับ แต่เสียงทั้งคม ใส แผด ดุดัน ซัสเท่นยาว เอ้าท์พุตแรง งานไม้สวยมากแบบว่าเป็นสามมิติมากเลย คือมันเหมือนเราซื้องานศิลปะชั้นดีที่เวลาหยิบมาเล่นแล้วมันสามารถทำให้เรามีความสุขประมาณนั้น

   rinucha      26 พ.ย. 63   เวลา 22:52:00    IP = 58.8.64.104
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket