Thailand Web Stat
    








(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  แล้วก็ได้พบกันสักที Spirit of Kalamazoo  
 
ปีที่แล้วผมเคยเล่าประวัติศาสตร์ของ Epiphone ไปแล้วคร่าวๆ ในสองกระทู้นี้ครับ ใครสนใจก็ไปตามอ่านกันได้ตามนี้้ครับ

http://www.guitarthai.com/webboard/question.asp?QID=362843

ตอนนั้นผมจะเน้นเล่าถึง Epiphone ที่เป็น Hollow Body ซะเป็นส่วนใหญ่
มาหนนี้จะมาฝั่งลำตัวตัน (Solid body) กันบ้าง



Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 20:44:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 1  
 
กีตาร์ลำตัวตันจาก Epiphone เริ่มผลิตเมื่อปี 1958 หลังจากที่กิ๊บสันซื้อกิจการและย้ายโรงงานมาที่ Kalamazoo รัฐ Michigan และเริ่มต้นวางแผนการตลาดไลน์การผลิตของอีพิพโฟนใหม่ จุดมุ่งหมายสำคัญก็เพื่อรุกตลาดล่างของกิ๊บสัน

กีตาร์ลำตัวตันสองรุ่นแรกจะคล้ายคลึงกับกิ๊บสัน Les Paul Special และ Junior แต่จะเป็น double cutaway แบบสมมาตร body หนา 1.75" เข้าคอกีตาร์แบบเซ็ตเน็คซึ่งเป็นแนวทางแบบของ Gibson หัวเป็นแบบ epiphone รุ่นเก่าที่ชื่อจะติดบนแผ่นป้ายรูปสามเหลี่ยมหัวคว่ำสีขาว ลูกบิดหน้าตาแบบ Kluson ที่ผลิตให้กิ๊บสันเป็นแบบแถวละสามตัวสองข้าง ปิ๊กกาดเป็นแบบไม่สมมาตรทั้งคู่

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 20:46:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 2  
 
รุ่นCrestwood มีสองปิ๊กอัพ สองโวลุมสองโทน ส่วนรุ่น Coronet มีปิ๊กอัพที่ตัวบริดจ์ตัวเดียว ปุ่มปรับโวลุมกับโทนอย่างละตัว ทั้งสองรุ่นจะใส่ปิ๊คอัพแบบที่มีชื่อเล่นเรียกกันว่า “New York” ซึ่งกิ๊บสันได้คิดค้นขึ้นใหม่ เป็นปิ๊กอัพสามัญสำหรับอีพิพโฟนยุคนิวยอร์ค และได้รับยกย่องว่าดีที่สุดเป็น Top of the line สำหรับรุ่นก่อนปี 1962 ของ Epiphone

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 20:48:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 3  
 
หลังจากนั้นปีเดียว กีตาร์ลำตัวตันจาก epiphone ได้รับความนิยมและขยายไลน์ผลิตเพิ่มขึ้น รุ่น Crestwood เปลี่ยนชื่อเป็น Crestwood Custom เปลี่ยนสไตล์ให้ลำตัวบางลงเหลือ 1.375" มีความโค้งมนมากขึ้น ยังใส่ปิ๊กอัพแบบ “New york” อยู่ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น mini-humbucker ในปี 1963

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 20:50:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 4  
 
อีพิพโฟนยังคงผลิตรุ่น Coronet ออกมา แต่จะเปลี่ยนมาใส่ปิ๊คอัพ P-90 ซึ่งเป็นปิ๊คอัพแบบซิงเกิลคอยล์ของกิ๊บสัน รุ่นที่มาใหม่ในปี 1959 คือรุ่น Wilshire ซึ่งจะเพิ่มสมรรถนะด้วยปิ๊กอัพ P-90 สองตัว บอดี้ของทั้ง coronet และ wilshire จะถอดแบบมาจาก Crestwood ซึ่งเป็นแบบสมมาตร บริดจ์แบบจูนโอเมติค และมี maestro เทรโมโลเป็นอ็อพชันเสริม

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 20:51:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 5  
 
ปีเดียวกันนั้นอีพิพโฟนยังเข็นกีตาร์อีกสามรุ่นสู่ตลาด นั่นคือ Olympic ซึ่งเป็นแบบ Single-cutaway หน้าตาคล้ายกับ Gibson lespaul JR มีปิ๊กอัพ P90 สีดำตัวเดียว Olympic Double มาพร้อมปิ๊กอัพสองตัว Olympic Special ที่เป็น Double-cutaway ก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นบอดี้เหมือน Coronet แบบอสมมาตรในปี 1963 และเปลี่ยนปิ๊คอัพเป็ฯแบบ single coil ที่ไม่ใช่ P90

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:01:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 6  
 
ตอนนั้นกีตาร์ของอีพิพโฟนบางตัวจะติด flat spring vibrato แบบธรรมดา หลังปี 1961 จึงเริ่มมี vibrato แบบไม้โรสวูดของ Maestro ติดมากับรุ่น Crestwood Custom เป็นหลัก เจ้าไวบราโตไม้มีโลโกตัวอีซึ่งมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Tremotone ซึ่งมันดูเป็นเอกลักษณ์ของกีตาร์แบรนด์นี้มากๆ

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:02:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 7  
 
ปี 1963 กีตาร์ลำตัวตันของอีพิพโฟนถูกออกแบบใหม่ ส่วนหัวจะยื่นออกไปทำเป็นขอบหยักๆ คล้ายเปลือกหอยซึ่งถูกเรียกชื่อเล่นๆ ว่า Batwing ลูกบิดกลายเป็นแบบแถวเดียว (6 in line) Coronet เปลี่ยนบอดี้มาเป็นแบบอสมมาตร
และมีรุ่น Crestwood Deluxe ออกมาใหม่ ติดปิ๊กอัพมินิฮัมบักเกอร์สามตัว
และปี 1966 ก็ออกรุ่น Wilshire ที่เป็น 12 สาย

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:03:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 8  
 
ในราวปี 1969 บริษัทGibson เริ่มย้ายฐานการผลิตไปญี่ปุ่น Epiphone จากโรงงาน kalamozoo USA ก็หยุดสายการผลิตไปตั้งแต่ปีนั้น และในราวปี 1970 Epiphone จาก Japan ก็เริ่มออกสู่ตลาดโลก กีตาร์ลำตัวตันทรงนี้ถูกเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น ET และออกซีรีย์ต่างๆ มากมายตามสไตล์ญี่ปุ่น มีการเปลี่ยนแปลงใช้ไม้เมเปิลทำบอดีบ้าง เข้าคอแบบ bolt on บ้าง ใส่ pickup แบบฮัมบักกิ้งบ้าง

ก่อนโรงงานจะย้ายไปเกาหลีในปี 1983 และย้ายอีกครั้งไปจีนในปี 2003

ศิลปินคนโปรดในดวงใจตลอดกาลของผม Kurt Cobain ยังเคยใช้ตระกูล ET อยู่บ้างเหมือนกัน ตามภาพ



   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:09:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 9  
 
ขออนุญาติแทรกครับ , , ติดตามเลย รักแบรนด์นี้จริงๆ epiphone

   สมาชิกแบบพิเศษ      WoodyIsHere      11 มี.ค. 57   เวลา 21:09:00    IP = 101.108.217.128
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
ว้า รูปที่แล้วเล็กไปหน่อย ขออีกที แต่ต่างรุ่นกัน

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:10:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 11  
 
แต่ Epiphone ก็กลับมาผลิตรุ่นพิเศษในโรงงานที่ Klamazoo อีกครั้งเป็นการรำลึก และเลือกทำเพียงบางรุ่นออกมาในจำนวนจำกัดเมื่อปี 2005 ในสเป็คหรูหราเพื่อนักสะสม และคงเป็นบทปิดตำนาน kalamazoo เป็นการถาวรในครั้งนั้น

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:18:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 12  
 
สวัสดีครับ WoodyIsHere อยู่เป้นเพื่อนกันก่อนนะครับ

ผมเองก็รักแบรนด์นี้เช่นกันครับ โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้ทำเหมือนของ Gibson

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:20:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 13  
 
Epiphone สมัยโรงงานคาลามาซูนั้นยุคแรกที่ทำออกมาถือว่าเป็น Student Guitar เป็นกีตาร์ราคาย่อมเยาว์สำหรับผู้เริ่มต้น แต่เมื่อมาถึงยุคนี้มันกลายเป็น Holy grailสำหรับนักสะสม สำหรับบางตัวที่สภาพสมบูรณ์ราคายิ่งถีบตัวขึ้นสูงพอๆ กับ Gibson หรือบางตัวกลับแพงกว่าด้วยซ้ำ เพราะถือว่าเป็นของหายาก

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:22:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 14  
 
ช่วงนั้น Epiphone Wilshire และ Crestwoodที่ผลิตออกมาใหม่มาเข้าตาผมตอนที่กำลังมองหากีตาร์ลำตัวตันบอดีมะฮอกกานี คอเซ็ตเน็ค และปิ๊คอัพแบบ mini humbucking อยู่พอดี และในระหว่างที่กำลังตัดสินใจนั้น บางสิ่งก็โผล่เข้ามา ทำให้ผมถึงกับชะงัก และเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับมันใหม่อย่างดุเดือด

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:23:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 15  
 
โลโกที่คุ้นเคยกันดี

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 21:36:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 16  
 
กทดี มีประโยชน์คับ ^^

   หมออิ่ม      11 มี.ค. 57   เวลา 21:50:00    IP = 223.206.161.129
 


  คำตอบที่ 17  
 
หัวแบบ Bat wing ลูกบิด Kluson แบบโบราณๆ

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:03:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 18  
 
ขอบคุณครับหมออิ่ม ^ ^

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:04:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 19  
 
เพลทปิดขันคอแบบดั้งเดิมจะเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบโค้ง
รูขันน็อตมีสองรูแบบกิ๊บสัน

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:07:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 20  
 
Stair Way to heaven

Fretboard Rosewood ยังอยู่ในสภาพค่อนข้างดี
คอของ Epiphone ตัวนี้จะมีขนาดเล็ก (เหมาะกับ Student)
ซึ่งเป็นอย่างเดียวที่ผมชอบน้อยหน่อย เพราะหลังๆ มาชอบเล่นกีตาร์คออ้วนๆ มากกว่า

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:10:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 21  
 
เข้าคอแบบ Set Neck ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากลองเล่น
จริงๆ Casino ตัวเก่าก็เข้าคอแบบนี้ แต่อย่างว่า
กีตาร์ solid Body กับ Hollow Body ย่อมให้ฟีลลิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
จริงๆ กีตาร์รุ่นนี้จะมีน็อตร้อยสายสะพายที่ตรงปลายเขา
แต่ตัวนี้มีการเจาะตรงกลางแบบ Lespaul หรือ SG ผมลองดูทั้งสองแบบแล้วชอบอย่างนี้มากกว่าเลยปล่อยไว้อย่างเดิม

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:15:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 22  
 
ปลายเขาข้างนึงกับลำตัวโค้งบน
พอเดากันถูกไหมครับว่ามันเป็นรุ่นไหน ^ ^

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:18:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 23  
 
ปลายเขาสองข้างแบบ Asymmetrical body
ไม้มะฮอกกานีแบบเก่าๆ
แต่ตัวนี้ผ่านการ refinish หรือทำสีใหม่มาครั้งหนึ่งแล้ว
อาจขาดความเป็นออริจินัลไปบ้าง แต่งานสีที่ทำถือว่าฝีมือดีใช้ได้

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:20:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 24  
 
แผ่นหลังที่อาจจะไม่นวลเนียนเท่าไหร่
มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาจารึกไว้พองาม

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:22:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 25  
 
กลับมาด้านหน้า กับปุ่มปรับโวลุมและโทนอย่างละปุ่มเท่านั้น
knob แบบนี้ไม่ใช่แบบดั้งเดิมอีกเช่นกัน ตอนนี้ผมยังหามาเปลี่ยนไม่ได้
ของที่ติดมาแบบ gibson ก็ยังทำงานได้ดี ขอใช้ไปพลางๆ ก่อน

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:25:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 26  
 
Stoptail แบบมีคันโยกของ Maestro ที่นิยมใช้กันในกีตาร์ของ gibson ในช่วงเวลานั้น ก้านคันโยกที่หายไปเป็นแบบด้ามช้อนแบนๆ ที่มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า เขี้ยววอลลัซ ก็เป็นของหายากอีกเช่นกัน


   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:30:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 27  
 
โลโก้ตัว E กลางปิ๊กกาดที่ลางเลือน

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:31:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 28  
 
สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมเลือกเจ้าตัวนี้คือจุดนี้
Pickup แบบ P90 ที่ผมพบว่าตัวเองชอบซาวด์แบบนี้จาก
มันฟังพร่าๆ เก๋าๆ กัดๆ ไปกันได้ดีกับ Fuzz Sound ที่ผมนิยมเหยียบ


   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:36:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 29  
 
โทษทีครับ พิมพ์ตก

"ผมพบว่าตัวเองชอบซาวด์แบบนี้จาก Casino)

สลับฉากด้วยคาสิโนสักภาพละกัน

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:39:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 30  
 
ชุด Hardware แบบยุคสมัยโน้น

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:41:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 31  
 
ปิ๊กกาดแบบสมมาตร (ตอนนี้หลายคนคงพอเดารุ่นออกแล้ว)

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:51:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 32  
 
ขอบข้างลำตัว

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:51:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 33  
 
ส่องด้านหลังกันอีกมุม

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:53:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 34  
 
บอดี้เป็นแบบนี้ ทรงแบบไม่สมมาตร แต่ไม่ใช่ offset
ตัวบอดีค่อนข้างเล็ก ถ้าเทียบกับตัวอื่นที่มี

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:55:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 35  
 
กลับมาที่หัวอีกที

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 22:56:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 36  
 
เท่าที่สัมผัส มันไม่ได้เป็นกีตาร์ที่หรูที่ดีอะไรเท่าไหร่
และคิดว่ายังไม่ได้ผ่านการเซ็ตอัพที่ดี ทัชชิงจึงอาจจะเล่นยากไปสัักหน่อย
แต่สิ่งที่ชอบมากคือเสียงของมัน อาจเป็นการผสมผสานที่กลมกล่อมระหว่างไม้มะฮอกกานีแบบเก่าๆ แห้งๆ บนสต็อปเทลมาเอสโตร ผ่าน P90

เสียงคลีนไม่เด้งแบบ Fender แต่ออกแนวเหล็กๆ เก่าๆ
เล่นกับ FX ขึ้นมากมาย

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:01:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 37  
 
ดูเข้ากันดีกับ Soft case ที่ยืมของ univox มา

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:03:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 38  
 
มุมนี้ดูน่าเกรงขามหน่อย

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:05:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 39  
 
กองของเก่าๆ

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:06:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 40  
 
หน้าตรงอีกมุม

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:08:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 41  
 
เต็มตัวกับแอมป์คู่ชีพ

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:08:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 42  
 
เทียบกับคุณลุงอีกตัว แต่วัยห่างกันเกือบสิบปี

   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:10:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 43  
 
อ้อ ลืมบอกไป เจ้าตัวนี้คือ Epiphone Coronet ปี 1965 นะครับ
หลายๆ คนคงรู้อยู่แล้วมั้ง ^ ^

ผมผิดตรงไหนใครรู้ก็ช่วยท้วงติงกันด้วยครับ
แปลฝรั่งมาอีกที

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาดูนะครับ



   Mayimstudio      11 มี.ค. 57   เวลา 23:14:00    IP = 171.4.250.139
 


  คำตอบที่ 44  
 
สวยงาม ขลัง เก๋า rock n roll มากครับ

ผมก็รอวันให้ epi ของผมเก่าจนขลังแบบนี้บ้าง




   สมาชิกแบบพิเศษ      WoodyIsHere      11 มี.ค. 57   เวลา 23:22:00    IP = 101.108.217.128
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 45  
 
เป็นกีตาร์ที่นอกกระแส สุดๆ อีกตัวเลยครับ เท่มากๆ

เคยเห็น Pete Doherty แห่ง Babyshambles ใช้ด้วย

   sickboy      12 มี.ค. 57   เวลา 3:39:00    IP = 107.201.240.135
 


  คำตอบที่ 46  
 
@ WoodyIsHere ต้องเล่นแบกระหน่่ำพาอออกไปโดนแดดโดนลมบ้างครับจะได้เก่าเร็ว ^ ^

@ sickboy สวัสดีครับนัท เป็นไง เดาถูกไหมครับ
คลิปที่ pete เล่นเจ้าโคโรเน็ตเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจครับ

   Mayimstudio      12 มี.ค. 57   เวลา 7:39:00    IP = 171.4.251.130
 


  คำตอบที่ 47  
 
ผมเคยอ่านเจอว่าจริงๆแล้ว ปู่ Les Paul ทำ solid Body Guitar แล้วไปเสนอที่ Gibson แต่gibson กลับปฏิเสท ปู่เลยมาอยู่ Epiphone แต่พอสักพัก Leo Fender ปล่อย Solid guitar ตัวแรกออกมา Gibson จึงกลับไปง้อปู่ Lses Paul กลับมาแล้วทำ Gibson Les Paul ออกมาเป็นตำนาน ....

ผมอ่านเจอนะครับ ไม่แน่ใจว่าถูกหรือเปล่า ผิดพลาด ประการใด กราบขออภัยอย่างสูง

   สมาชิกแบบพิเศษ      nacksolo      12 มี.ค. 57   เวลา 8:38:00    IP = 203.126.64.68
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 48  
 
@ nacksolo ประวัติตรงนี้ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ
เคยอ่านใน guitarist แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามีพูดถึงไหม
ทรง Les Paul ไม่ตรงแนวผมเท่าไหร่เลยไม่ค่อยมีข้อมูล

ยังไงก็ยินดีที่เข้ามาพูดคุยกันครับ

   Mayimstudio      12 มี.ค. 57   เวลา 10:01:00    IP = 171.4.251.130
 


  คำตอบที่ 49  
 
แจ่มอีกแล้วท่านหมายิ้ม ^^

   สมาชิกแบบพิเศษ      sai077      12 มี.ค. 57   เวลา 10:17:00    IP = 49.230.152.227
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 50  
 
สวัสดีครับ sai007 ก็ว่ากันไปเรื่อยแหละครับ ^ ^
ว่าแต่ไม่ต้องเรียกท่านก็ได้ครับ เขิล

   Mayimstudio      12 มี.ค. 57   เวลา 11:10:00    IP = 171.4.251.130
 


  คำตอบที่ 51  
 
เท่ห์เกิี๊นนน อิอิ โลโกตัวe นี่มีเสน่ห์จริงๆครับ

เสริมท่าน nacksolo ถูกต้องแล้วครับ ^^

   Losehead No.1      12 มี.ค. 57   เวลา 11:10:00    IP = 171.101.82.226
 


  คำตอบที่ 52  
 
สวัสดีครับ Losehead no.1
มันเท่จนเกินห้ามใจจริงครับ คนสะพายเท่สู้กีตาร์ไม่ได้เลย 55
เจ้าตัว E ตัวดีนี่ทำผมจนไปนานเลยนะเนี่ย

   Mayimstudio      12 มี.ค. 57   เวลา 11:23:00    IP = 171.4.251.130
 


  คำตอบที่ 53  
 
เเม่เจ้า พึ่งเห็น กีต้าร์ในฝันผมอีกตัวเลยครับ สุดยอด
เเปะไว้ก่อนครับ เดี๋ยวจะกลับมาอ่านหลังงานเสร็จ

:D

   unn08  12 มี.ค. 57   เวลา 20:06:00    IP = 124.120.0.145
 


  คำตอบที่ 54  
 
^ ^ WOW

   สมาชิกแบบพิเศษ      tumemeng      12 มี.ค. 57   เวลา 21:12:00    IP = 180.183.151.84
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 55  
 
@ unn008 ดีใจจังครับที่เจอคนคอเดียวกัน หายากนะเนี่ย ^ ^

สวัสดีครับ tumemeng

   Mayimstudio      12 มี.ค. 57   เวลา 22:29:00    IP = 171.4.251.130
 


  คำตอบที่ 56  
 
กลับมาอ่านอีกรอบ
ชอบมากจริงๆ โดยเฉพาะสี ผมว่าเลือกได้เยี่ยมเลยครับ

ผมเคยเล็งรุ่นที่เป็น mini hum เเต่ยังไม่เจอรราคาที่จับต้องได้เลยครับ

ผมใช้กีต้าร์อยู่ตัวนึงที่ bridge เป็น lightingbar เเบบนี้เลยครับ
เวลาจะตั้ง intonation เนี่ยจะต้องใจเย็นๆนะครับ โดยเฉพาะช่วงสามสายล่าง
ผมพอว่ามันมีปัญหาพอสมควรเลย

ส่วนเจ้า p90 เก่าๆเนี่ยลองลด volume เล่นดูจะพบว่ามันสุดยอดเลยนะครับ :D

   unn08  13 มี.ค. 57   เวลา 12:10:00    IP = 124.122.100.232
 


  คำตอบที่ 57  
 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ดีๆนะครับ ทั้งเรื่องราวและรูปภาพ ทำให้อยากจะมีเก็บไว้สักตัวให้ได้เลย
ขอบคุณครับ

   papalove      13 มี.ค. 57   เวลา 14:28:00    IP = 110.164.236.191
 


  คำตอบที่ 58  
 
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากครับอั้น
เพิ่งรู้ว่าบริดจ์แบบนี้เรียกว่า lingting Bar เพิ่งรู้ว่าตัวเองนี่ไม่รู้อะไรอีกตั้งเยอะแยะแฮะ
มันตั้ง intonation ได้ด้วยหรือครับ ผมนึกว่าตั้งไม่ได้เลย เดี๋ยวจะลองดูครับ
จริงๆ มันก็แกว่งๆ อยู่ในระดับที่พอรับได้นะครับ จะเปลี่ยนก็เกรงจั๊ยเกรงใจคุณปู่เขา

เรื่องสีผมไม่ได้เลือกครับ มันมีแค่ตัวนี้ตัวเดียวที่พอจับต้องได้
ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างที่อั้นเจอแหละครับ สูงลิบ (อิ๊บอ๋าย)

เมื่อกี๊แวะไปฟังเพลงของอั้นมา สนุกดีครับ ภาษเหนือเรียกม่วน
มีอีเมลไหมครับ เดี๋ยวผมส่งเพลงผมให้ฟังบ้าง เอา 90 มาเต็มๆ เหมือนกัน

สวัสดีครับ papalove ซื้อต่อของไหมครับ อิอิ



   Mayimstudio      13 มี.ค. 57   เวลา 19:44:00    IP = 171.4.251.98
 


  คำตอบที่ 59  
 
5555 อยากได้ครับแต่ตอนนี้มี 400 (^_^) คงต้องเก็บอีกซักพักอะครับ อิอิ

   papalove      20 มี.ค. 57   เวลา 10:15:00    IP = 110.164.236.66
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket