(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
  10 อันดับ สุดยอดนักค้นพบของโลก  
 
10. เอร์นัน กอร์เตส

มาเริ่มต้นการจัดอันดับ toptenthailand ด้วย "เอร์นัน กอร์เตส " หรือชื่อเต็มๆ เอร์นัน กอร์เตส เด มอนรอย อี ปีซาร์โร เป็นนักทำแผนที่ นักสำรวจ และกองกิสตาดอร์ชาวสเปน กอร์เตสเป็นผู้พิชิตจักรวรรดิแอซเท็กซึ่งอยู่บริเวณประเทศเม็กซิโกในปัจจุบัน เพื่อราชบัลลังก์สเปน


   สมาชิกแบบพิเศษ   top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:40:00       พิมพ์   แจ้งลบ      IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 1  
 
9. เอ็ดมัน ฮิลลารี่

มาถึงอันดับที่ 9 ของการจัดอันกันแล้ว เซอาร์ เอ็ดมัน ฮิลลารี่ วีรบุรุษของนิวซีแลนด์ เขาเป็นผู้ที่สามารถพิชิตยอดเขาเอเวอร์ เรสต์เป็นคนแรกของโลกในปี 1953 ทั้งๆที่อุปกรณ์ไม่ได้ทันสมัยกว่าคอนนี้เบย ทรหาดมากๆเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:41:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 2  
 
8. โรเบิร์ต เพียรี

มาถึงอันดับที่ 8 ของการจัดอันดับ toptenthailand กันแล้วนะครับ ผู้ที่มาถึงจุดนี้ได้เป็นใครไม่ได้เสียจาก "โรเบิร์ต เพียรี" นักสำรวจชาวอเมริกัน เป็นคนแรกที่เดินทางไปถึง ขั้วโลกเหนือ (North Pole) เขาเคยสำรวจทวีปอาร์คติก (Arctic) บริเวณเกาะกรีนแลนด์ เขาได้เรียนรู้เทคนิคการดำรงชีพอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในทวีปน้ำเข็งจากชาวเผ่าอินนุยท์ (Inuit) ในปี 2441-2448 เขาเริ่มออกสำรวจขั้วโลกเหนือแต่ไม่สำเร็จ และวันที่ 1 มีนาคม 2452 เขาได้ออกสำรวจขั้วโลกเหนืออีกครั้งและไปตั้งแคมป์ที่ขั้วโลกเหนือได้สำเร็จในวันที่ 6 เมษายน พร้อมกับเพื่อนชาวอเมริกัน Matthew Henson ชาวเอสกิโม 4 คน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:41:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 3  
 
7. ดร. เดวิด ลิฟวิงสโตน

มาถึงอันดับที่ 7 ของการจัดอันดับ toptenthailand ผู้ที่อยู่อันดับนี้ได้แก่ "ดร. เดวิด ลิฟวิงสโตน" มีทั้งการพบทะเลสาบงามิ (Ngami) ในปี พ.ศ. 2392 ต่อมา เขาได้รับชื่อเสียงว่าเป็นบุคคลแรกที่ได้เห็นน้ำตกวิกตอเรีย (ใน แอฟริกา )เพื่อเป็นเกียรติแก่ พระราชินีวิกตอเรีย เดิมน้ำตกแห่งนี้มีชื่อตามภาษาท้องถิ่นว่า "โมซิโออาตุนยา" ซึ่งแปลว่าควันที่มีเสียงดัง ตอนที่เขาพบน้ำตกวิกตอเรียตกราวปี พ.ศ. 2398

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:42:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 4  
 
6. มาร์โก โปโล

มาถึงอันดับที่ 6 ของการจัดอันดับ topenthailand แล้วครับ ผู้ที่อยู่ในอันดับนี้ก็คือ "มาร์โก โปโล " เขาเป็นนักเดินทางค้าขายและนักสำรวจชาวเวนิส-อิตาลี มาร์โก โปโลเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่ได้เดินทางตามเส้นทางสายไหมร่วมกับบิดาและลุงของเขาไปยังประเทศจีน ซึ่งเขาเรียกว่า "คาเธ่ย์" และได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิกุบไล ข่านแห่งราชวงศ์หยวน ผู้เป็นหลานปู่ของเจงกีส ข่าน และได้ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองหางโจวช่วยงานราชสำนักถึง 17 ปี ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด การเดินทางของเขาถูกบันทึกไว้ในหนังสือชื่อ อิลมีลีโอเน (Il Milione) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ บันทึกการเดินทางของมาร์โก โปโล

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:42:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 5  
 
5. ชาลส์ ดาร์วิน

มาครึ่งทางของการจัดอันดับ toptenthailand ซักกะทีนะครับ ผู้ที่้อยู่ในอันดับนี้ได้แก่ "ชาลส์ ดาร์วิน" การเดินทางออกไปยังท้องทะเลเป็นเวลา 5 ปีกับเรือบีเกิล (HMS Beagle) และโดยเฉพาะการเฝ้าสำรวจที่หมู่เกาะกาลาปากอส เป็นทั้งแรงบันดาลใจ และให้ข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งเขานำมาใช้ในทฤษฎีของเขา ผลงานตีพิมพ์เรื่อง การผจญภัยกับบีเกิล (The Voyage of the Beagle) ทำให้เขามีชื่อเสียงในฐานะนักเขียน ที่ทีมงาน toptenthailand กล่าวมายังไม่รวมถึง หนังสือ The Origin of Species (กำเนิดของสรรพชีวิต) อีกนะครับ และรวมไปถึง ทฤษฎีการคัดเลือกตามธรรมชาติ ถือเป็นบุคคลระดับโลก ร่างของเขาไว้เคียงข้างกับจอห์น เฮอร์เชล และ ไอแซก นิวตัน เขาได้รับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ไม่แปลกใจนะครับที่เขาจะเข้ามาติดอันดับกับเราได้

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:43:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 6  
 
4. โรอัลด์ อะมุนด์เซน

มาถึงอันดับที่ 4 ของการจัดอันดับ toptenthailand ผู้ที่ได้รางวัลก็คือ "โรอัลด์ อะมุนด์เซน" เขาเป็นนักสำรวจชาวนอร์เวย์ และเป็นมนุษย์คนแรกที่ไปถึงขั้วโลกใต้ ด้วยการเดินทางที่สุดแสนจะหฤโหด ดังนั้นไม่แปลกที่ เขาจะเข้ามาติดในโผ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:43:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 7  
 
3. ฟรานซิส เดรก

มาถึงอันดับที่ 3 ของการจัดอันดับ toptenthailand ผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัลทองแดงไปได้แก่ "ฟรานซิส เดรก" เขาผู้นี้เป็นนักสำรวจและนักเดินเรือชาวอังกฤษที่เคยเป็นโจรสลัดปล้นเรือสเปนมาก่อน ต่อมาเขาได้เป็น ผู้บัญชาการเรือ จูดิท ในเที่ยวการเดินทางสำรวจอินเดียตะวันตก (อเมริกากลาง) ที่ล้มเหลวของผู้เป็นญาติคือ จอน ฮอว์กินส์ และได้เดินทางกลับไปที่นั่นอีกหลายครั้งเพื่อไปเก็บรวบรวมทรัพย์สินที่เสียหายจากพวกสเปน การกระทำของเดรกในงานนี้ทำให้เขาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอังกฤษ เดรกได้ออกเดินทางพร้อมกับเรือ 5 ลำสู่มหาสมุทรแปซิฟิกผ่านทางช่องแคบมาเจลลัน แต่หลังจากที่เรือหลายลำได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุและไฟที่ใหม้เรือ เดรกได้เดินทางเพียงลำพังด้วยเรือชื่อ โกลเดนไฮนด์ แล่นข้ามหาสมุทรแปซิฟิกจนถึงเกาะเปลิวแล้วจึงเดินทางกลับอังกฤษผ่านแหลมกู๊ดโฮปในเมื่อ พ.ศ. 2123 นับเป็นการเดินทางรอบโลกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของชาวอังกฤษ ต่อมาถูกแต่งตั้งเป็นเป็นอัศวิน (เซอร์) เซอร์ฟรานซิส เดรก ได้นำขบวนเรือจำนวน 25 ลำรบกับพวกอินเดียนแดงที่เป็นฝ่ายสเปนและขนยาสูบ มันฝรั่ง และชาวอาณานิคมเวอร์จิเนียที่ท้อแท้กลับบ้าน ในสงครามที่รบกับกองเรืออาร์มาดา (Spanish Armada) ที่ยิ่งใหญ่และไม่มีใครเคยเอาชนะได้ของสเปนที่ประกอบด้วยเรือถึง 130 ลำ (พ.ศ. 2131) ได้สู้รบกันนานถึงหนึ่งสัปดาห์ในช่องแคบอังกฤษที่อังกฤษเป็นฝ่ายชนะ ความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญในการรบทางเรือยิ่งทำให้เซอร์ฟรานซิสที่ตำแหน่งหน้าที่เป็นรองผู้บัญชาการกองเรือยิ่งโดดเด่นมากขึ้น การได้ชัยชนะครั้งสำคัญนี้ ทำให้อังกฤษมีแสนยานุภาพทางทะเลมากที่สุด ปี พ.ศ. 2138 เซอร์ฟรานซิสได้ออกเดินทางอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปยังอินเดียตะวันตกแต่ก็ได้เสียชีวิตด้วยโรคบิดที่นอกชายฝั่งปอร์โต เบลโล ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:44:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 8  
 
2. นีล อาร์มสตรอง

มาถึงอันดับที่ 2 ของการจัดอันดับ toptenthailand ผู้ที่ได้เหรียญเงินไปในงานนี้ได้แก้ "นีล อาร์มสตรอง" พอพูดชื่อนี้หลายๆคนคงถึงบาง "อ้อ" กัน เพราะเขาผู้นี้แหละครับที่เป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกัน และเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ชื่อว่าเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ (ถึงจะไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะเออ) และแกยังไม่ได้พูดประโยคที่ทำให้โลกจดจำได้จนถึงทุกวันนี้นั้นก็คือ "นี่เป็นก้าวเล็ก ๆ ของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ"

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:44:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 9  
 
1. คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส

มาถึงอันดับที่ 1 ของการจัดอันดับ toptenthailand บุคคลท่านนั้นก็คือ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" เป็นนักทำแผนที่ นักสำรวจ นักเดินเรือ และพ่อค้า เชื่อกันว่าน่าจะเป็นชาวสาธารณรัฐเจนัว ภายใต้การสนับสนุนของราชสำนักสเปน เขาได้เดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและทำให้ชาวยุโรปรู้จักทวีปอเมริกาในซีกโลกตะวันตกเป็นผลสำเร็จ การเดินทางทั้งสี่ครั้งและความพยายามที่จะตั้งถิ่นฐานบนเกาะฮิสปันโยลาของโคลัมบัสยังเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมของสเปนและชาติมหาอำนาจอื่น ๆ ในทวีปยุโรปบน "โลกใหม่" อีกด้วย หลายๆคนคิดว่า โคลัมบัส ไม่ได้เป็นบุคคลแรกที่เดินทางมาถึงทวีปอเมริกา (เนื่องจากเลฟ เอริกสัน และกองเรือชาวนอร์สได้มาถึงทวีปนี้ก่อนแล้ว) แต่กระนั้นการเดินทางของโคลัมบัสก็ทำให้เกิดการติดต่ออย่างถาวรและต่อเนื่องระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ นำไปสู่ช่วงเวลาของการสำรวจและการล่าอาณานิคมในดินแดนภายนอกทวีปยุโรปที่ดำเนินผ่านเวลาหลายศตวรรษและส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตกสมัยใหม่ โคลัมบัสเรียกชนพื้นเมืองบนดินแดนที่เขาไปเยือนว่า "อินดีโอส" (เป็นคำภาษาสเปนหมายถึงชาวอินเดีย) โดยไม่ทราบว่าเขาได้ค้นพบทวีปที่ชาวยุโรปไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้วโดยบังเอิญ ไม่กี่ปีต่อมา ความขัดแย้งระหว่างโคลัมบัสกับราชบัลลังก์สเปนและผู้ปกครองอาณานิคมคนอื่น ๆ ทำให้เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้บริหารอาณานิคมบนเกาะฮิสปันโยลาในปี ค.ศ. 1500 และถูกส่งตัวกลับมายังสเปน ทายาทของเขาใช้เวลาฟ้องร้องราชบัลลังก์สเปนอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีหลังจากเขาเสียชีวิต กว่าจะได้รับส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ในดินแดนต่าง ๆ ที่เขาเคยไปสำรวจมา


เครดิต Toptenthailand.com

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:45:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 10  
 
เอาใจคนชอบเรื่องสยองขวัญบ้างนะครับ

..................................................
สุดสยอง คำสาป ประธานาธิบดีสหรัฐ

Curse of Tippecanoe หรือที่รู้จักกันในชื่อ คำสาปวัฏจักรมรณกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือจะอีกมากมายหลายชื่อ เช่น

คำสาปของเทคุมเซ่ (Tecumseh's curse) เนื่อง จากเป็นคำสาปที่หัวหน้าเผ่าเผ่าชอว์นี ที่ชื่อว่า เทคุมเซ่ (Tecumseh) ได้ทำการสาปแช่ง คนขาวที่มาบุกรุก แย่งชิง ฆ่าฟัน ชาวอินเดียแดง ซึ่งเป็นเจ้าของผืนแผ่นดิน ของพวกเขาไปด้วยความเหี้ยมโหด

คำสาปปีที่ลงท้ายด้วยศูนย์ ( zero-year curse ) เนื่องจาก คำสาปนี้จะส่งผลต่อ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับเลือกตั้งมาในปีที่ลงท้ายด้วยศูนย์ จะต้องมีอันเป็นไปในระหว่างดำรงณ์ตำแหน่ง ที่จะกล่าวถึงต่อไป
คำสาปยี่สิบปี ( The twenty-year curse ) เนื่องจาก ทุกๆยี่สิบปี ที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องมีอันเป็นไป



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:48:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 11  
 
รูปหัวหน้าเผ่าชอว์นี ( Shawnee ) ที่ชื่อว่า เทคุมเซ่ ( Tecumseh ) ที่ได้ทำการสาปแช่งให้ประธานาธิบดีสหรัฐจงมีอันเป็นไป



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:49:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 12  
 
อนุสรณ์สถานบริเวณในพื้นสนามรบที่ เทคุมเซ่ ถูกยิงตาย ในการรบในสงครามที่เรียกว่า Thames War ในแคนนาดาเหนือ มีข่าวลือว่า เขาถูกยิงตายโดยปืนไรเฟิล ของ พันเอกริชาร์ด เมนเตอร์ จอห์นสัน ( Col. Richard Mentor Johnson ) และผลงานจากการนำทัพในการรบครั้งนี้ผลักดันให้ วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน ก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 9 ส่วนศพของ เทคุมเซ่ ได้มีการขุดขึ้นมา เพื่อนำไปฝังใหม่โดยสถานที่อันเป็นความลับสูงสุดของชนเผ่าชอว์นี


ซึ่งคำสาปนี้ได้ส่งผลให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอันเป็นไปตั้งแต่ปี 1840 เรื่อยมาจนถึงปี 1960 เป็นเวลากว่า 120 ปี นำมาซึ่งความหวาดกลัวให้แก่ผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลก อย่างสหรัฐอเมริกา แต่คำสาปนี้ก็เริ่มเสื่อมคลายอำนาจลง ในสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ( Ronald Reagan ) ที่ได้รับการเลือกตั้งมาในปี 1980 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ถูกลอบยิงในเดือนมีนาคม 1981 ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่เขาก็รอดชีวิตมาได้ คาดว่านั้นเป็นเหตุให้คำสาปเสื่อมลง



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:50:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 13  
 
ผู้เริ่มเปิดเผย ความลับแห่งคำสาปทมิฬ


First widely คำสาปนี้ถูกเปิดประเด็น และได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือ ริปลีย์ เชื่อหรือไม่ ( Ripley's Believe It or Not ) ในปี 1931 โดยมีจุดเริ่มต้นคำสาปมาจาก ประธานาธิปดี วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน ที่ได้รับเลือกตั้งมาในปี 1840 และเสียชีวิตลงในปี 1841 และคำสาปนี้ก็แสดงให้เห็นถึง ว่ามันเป็นจริงเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง


จุดเริ่มต้น แห่งความแค้น สุดสยอง และคำสาป
Began of Curse จุดกำเนิดของคำสาปวัฏจักรมรณกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นี้เกิดขึ้นเมื่อสงครามปีค.ศ.1811 ( 1811 Bettle ) ระหว่างกองกำลังของรัฐบาล กับชาวอินเดียแดง เนื่องจาก นโยบายของ วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน ที่ขณะนั้นดำรงณ์ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐอินเดียน่า เข้ามายึดครองพื้นที่ดินทำกินของชนเผ่าอินเดียแดงโดยมิชอบธรรม โดยการกลวิธีเพียงนำเหล้าวิสกี้ ( Whiskey ) ไปมอมเมาเท่านั้นเพื่อให้บรรดาหัวหน้าเผ่านำที่ดินมาแลก และเข้ายึดครองดินแดนศักดิ์ของบรรพชนของชนเผ่าชอว์นี ซึ่งนั้นสร้างความไม่พอใจให้แก่หัวหน้าเผ่าชอว์นี ( Shawnee ) ที่ชื่อว่า เทคุมเซ่ ( Tecumseh ) ซึ่งเป็นเผ่าอินเดียแดงที่ยิ่งใหญ่ และเข้มแข็งที่สุด




   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:50:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 14  
 
ภาพ การเจรจาระหว่าง หัวหน้าเทคุมเซ่ กับ วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน แต่ผลการเจรจาล้มเหลว



แต่ละการเจรจาระหว่าง เทคุมเซ่ กับ วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน ล้มเหลวเมื่อ แฮรร์สัน ปฏิเสธคืนดินแดนให้ ทำให้เกิดการสู้รบกันในปี 1811 แต่ไหนเลย หอก ธนู จะสู้ ปืนได้ ปีเดียวกันนั้นเอง กองทัพแฮรร์สันได้เข้าโจมตีที่มั่นสุดท้ายของชนเผ่าชอว์นี บริเวณแม่น้ำ Tippecanoe จนแตกพ่ายแพ้ย่อยยับลง เทคุมเซ่ ( Tecumseh ) ผู้ที่ภายในจิตใจมีแต่ ความโกรษแค้นอาฆาต ได้ทำพิธีสาปแช่ง วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน และประธานาธิปดีสหรัฐฯ ทุกผู้ทุกคนที่มีที่มาเหมือนดังเช่น วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน จงมีอันเป็นไปทุกผู้ทุกคน ตราบนานเท่านาน



   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:51:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 15  
 
ตาราง เหล่าประธานาธิปดีที่ คาดว่าพบกับ คำสาป สุดสยอง ที่ต่างมีอันเป็นไปต่างๆนานา


รูป ได้รับการเลือกตั้งในปี ชื่อประธานาธิบดี เหตุของการเสียชีวิต วันที่เสียชีวิต
1840 วิลเลียม เฮนรี่ แฮรร์สัน
(William Henry Harrison) โรคปอดบวม 4 เมษายน 1841
1860 อัลบราฮัม ลินคอล์น
( Abraham Lincoln) ถูกลอบสังหาร 15 เมษายน 1865
1880 เจมส์ เอ. การ์ฟิลด์
( James A. Garfield ) ถูกลอบสังหาร 19 กันยายน 1881
1900 วิลเลียม แม็กคินลีย์
( William McKinley ) ถูกลอบสังหาร 14 กันยายน 1901
1920 วอร์เรน จี. ฮาร์ดิงก์
( Warren G. Harding ) หัวใจล้มเหลว หรือ
ถูกลอบวางยาพิษ 2 สิงหาคม 1923
1940 แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์
( Franklin D. Roosevelt ) เส้นเลือดในสมองแตก 12 เมษายน 1945
1960 จอห์น เอฟ. เคนเนดี้
( John F. Kennedy ) ถูกลอบสังหาร 22 พฤศจิกายน 1963
1980 โรนัลด์ เรแกน
( Ronald Reagan) ถูกลอบสังหาร
ได้รับบาดเจ็บ
สาหัญแต่รอดชีวิต 5 มิถุนายน 2004
2000 จอร์จ ดับเบิลยู. บุช
( George W. Bush ) เคยถูกลอบสังหาร ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่


ที่มา: http://allmysteryworld.blogspot.com/2013/10/the-terrifying-curse-us-president.html#ixzz2hf3JRz6f


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:53:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 16  
 
สั่งตาย "เจเอฟเค" ก่อนเปิดปูม "ยูเอฟโอ"

ในบรรดาผู้นำสหรัฐอเมริกา คงไม่มีใครที่จะเจิดจ้าและอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้มากเท่าอดีตประธานาธิบดีคนที่ 35 “จอห์น เอฟเคนเนดี้” หรือ “เจเอฟเค” หนุ่มหล่อเฟี้ยวที่มีรอยยิ้มมัดใจสาวๆ แม้ว่ามรณกรรมอันน่าเศร้าของเขาจะผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม

หลังถูกลอบสังหารมีนักทฤษฎีสมคบคิดออกมาตั้งสมมติฐานมากมายเกี่ยวกับการตายของเจเอฟเค รวมถึงสมมติฐานที่หลุดโลกไปถึงขนาดที่ว่า เจเอฟเคอาจจะยังไม่ตายก็ได้ แต่ต้องแกล้งตายเพื่อหนีอะไรบางอย่าง แต่ถึงแม้จะมีทฤษฎีอะไรต่อมิอะไรออกมามากมาย คนส่วนใหญ่ก็น่าจะเชื่อว่า เจเอฟเคเสียชีวิตแล้วแน่ๆ แต่จะตายด้วยน้ำมือใคร นั่นยังเป็นข้อกังขา

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:55:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 17  
 
แต่ที่ฮือฮาในวันนี้คือ การเปิดเผยหลักฐานใหม่ ที่บ่งชี้ว่า อาจจะมีความเป็นไปได้ที่เจเอฟเคถูกสั่งให้ต้องตายเพราะบังอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยูเอฟโอ!!!

เรื่องเป็นมายังไง ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะพาไปดูกัน

แต่ก่อนอื่น ตามบันทึกอย่างเป็นทางการระบุว่า ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 ระหว่างที่กำลังนั่งรถเปิดประทุนมากับภรรยากลางเมืองดัลลัส กระสุนจากปืนไรเฟิลที่ถูกเหนี่ยวไกโดยลี ออสวาลด์ อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่เคยปฏิบัติการในสภาพโซเวียต ก็พุ่งมาปลิดวิญญาณเจเอฟเคไปอย่างปัจจุบันทันด่วนและอีกไม่นานต่อมา ออสวาลด์ก็ต้องหยุดหายใจตามไปติดๆเพราะโดนกระสุนอีกนัดจากแจ็ค รูบี้ เจ้าของไนต์คลับแห่งหนึ่งที่ ออกมายิงใส่มือปืนผู้สังหารเจเอฟเคให้ตายตกไปตามกัน ก่อนที่รูบี้จะฆ่าตัวตายในช่วงติดคุกเพื่อรอดำเนินคดี ทำให้ภาพรวมทั้งหมดของคดีนี้พร่ามัวและถูกยกให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ที่คนทั่วโลกสงสัยว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอาจจะเป็น “การจัดฉาก” สังหารผู้นำอย่างเหี้ยมโหดด้วยน้ำมือ “คนใน”

มีทฤษฎีมากมายว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการตายของเจเอฟเค ผู้ต้องสงสัยมีเยอะแยะให้เลือกกล่าวหา เช่น คู่แข่งสำคัญในสงครามเย็นอย่างสหภาพโซเวียต หรือจะเป็นหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีไอเอ) ฯลฯ แต่ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร มันยังคงเป็นปริศนา

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:56:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 18  
 
แต่เมื่อเร็วๆนี้สื่อมวลชนหลายสำนักได้เปิดเผยเอกสารลับที่ถูกปิดตายมานานเป็นเรื่องราวที่ทำให้เหล่านักทฤษฎีสมคบคิดได้ตาลุกและถูกปลุกให้ขึ้นมาตั้งทฤษฎีกันอีกครั้งว่า ซีไอเอนั่นแหละที่ “สั่งตาย” ประธานาธิบดีของตัวเอง

เอกสารที่ว่านี้เป็นเอกสารจากซีไอเอ ที่จำใจ ต้องเปิดเผยออกมาตามกฎหมายว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เอกสารลับนี้มี 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นจดหมายจากจอห์น เอฟ เคนเนดี้ ที่ส่งไปถึงผู้อำนวยการซีไอเอ ซึ่งปะหัวจดหมายไว้เลยว่าลับสุดยอด แต่

ตอนนี้ก็ไม่ลับเสียแล้วส่วนฉบับที่2ถูกส่งออกไปถึงผู้บริหารขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ลงวันที่วันเดียวกัน คือ วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ.1963 หรือเพียง 10 วัน ก่อนจะถูกลอบสังหาร

ในจดหมายที่ส่งตรงถึงผู้อำนวยการซีไอเอนั้น เจเอฟเคบอกว่า ต้องการข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับยูเอฟโอ พูดง่ายๆคือ ผู้นำประเทศได้ออกคำสั่งให้หน่วยสืบราชการลับส่งมอบข้อมูลยูเอฟโอซึ่งเป็นหนึ่ง ในความลับสุดยอดของซีไอเอให้ท่านผู้นำได้ทราบ ซึ่งคงจะทำให้ผู้บริหารซีไอเอหนวดกระดิก เพราะว่ากันว่าเรื่องยูเอฟโอนั้นเป็นความลับที่แสนลับของซีไอเอ ขนาดที่ว่าแม้จะเป็นประธานาธิบดีก็ยัง ยากจะให้ดูได้ แล้วเจเอฟเค “กล้าดี” ยังไงมาขอ

(ในรูป ลี ออสวาลด์ มือปืนลอบสังหารเจเอฟเค)

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:57:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 19  
 
จดหมายลับจากเจเอฟเคถึงซีไอเอ.
กล้าไม่กล้า จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ประธานาธิบดีหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าห้าวหาญและมีหัวคิดทันสมัย ก็ส่งจดหมายนั้นออกไปแล้วและย้ำอีกทีว่าหลังจากนั้นแค่ 10 วัน ท่านประธานาธิบดีก็ลาโลก!!

ส่วนจดหมายอีกฉบับหนึ่งที่ถูกส่งไปยังนาซานั้น เจเอฟเคได้แสดงความต้องการที่จะร่วมมือกับสหภาพโซเวียตในการทำงานด้านอวกาศด้วยกัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ละเอียดอ่อนเพราะในขณะนั้นสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต กำลังแข่งขันชิงดีชิงเด่นในกิจการด้านอวกาศกันอย่างเข้มข้นแล้วจู่ๆจะมาบอกว่า น่าจะร่วมมือกัน ก็อาจจะเป็นเรื่องที่เกินจะรับไหวสำหรับนาซา

มีรายงานว่า เจเอฟเคเริ่มให้ความสนใจในเรื่องยูเอฟโอไม่นานนัก ก่อนที่จะถูกลอบสังหาร และข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจของอดีตประธานาธิบดีนี้ก็เป็นเหมือน “เชื้อเพลิง” อย่างดีในทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับเหตุผล ที่ทำให้เจเอฟเคต้องตาย

รายงานข่าวซึ่งอ้างอิง ความเห็นจากนักค้นคว้าเรื่องมนุษย์ ต่างดาวบอกว่า เอกสารที่ถูก เปิดเผยเหล่านี้ เป็นการเพิ่มน้ำหนัก ในการที่จะบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ว่า จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ถูกยิงจากคำสั่งของ “ใครบางคน” ที่ต้องการจะ “หยุด” ความพยายามในการเปิดเผยข้อมูลความจริงเกี่ยวกับยูเอฟโอและยังอาจจะเป็นการ “หยุด” ความ พยายามของเจเอฟเค ที่หันไปจับมือกับสหภาพโซเวียต คู่แค้นตัวฉกาจของประเทศ (ในขณะนั้น) ด้วย

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:58:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 20  
 
แต่หากมองในมุมของ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ เราน่าจะบอกได้ว่า ท่านผู้นำกำลังคิดจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เพราะด้วยหัวคิดแบบคนรุ่นใหม่ เจเอฟเคไม่น่าจะชอบสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามจริงๆหรือสงครามเย็นและไม่อยากจะมีปัญหากับสหภาพโซเวียตมากไปกว่าที่มีอยู่

หนึ่งในความกังวลของเจเอฟเคก็คือ นอกจากจะมียูเอฟโอมาบินวนเวียนอยู่เหนือน่านฟ้าสหรัฐ อเมริกาแล้ว ในเวลาเดียวกัน ก็มียานบินอันไม่ปรากฏสัญชาติจำนวนมากไปร่อนอยู่เหนือสหภาพโซเวียต ด้วย ทำให้เจเอฟเควิตกว่า โซเวียตอาจจะตีความผิด คิดไปว่าบรรดายูเอฟโอเหล่านั้นเป็นยานบินของสหรัฐ อเมริกาที่จะมารุกรานโซเวียต จึงเชื่อได้ว่า เหตุผลที่จอห์น เอฟ เคนเนดี้ขอดูข้อมูลลับเรื่องยูเอฟโอ ก็เป็นเพราะอยาก จะเอาไปบอกกับสหภาพโซเวียตให้ชัดๆว่าไม่ใช่ยานบินของสหรัฐ อเมริกาแน่ๆ

แต่ความหวังดีของเจเอฟเคก็อาจจะทำให้มีผู้ที่อยู่ในมุมมืดไม่พอใจทำให้ประธานาธิบดีหนุ่มต้องตายในเวลาอีกเพียง 10 วันต่อมา หลังการประกาศเจตจำนงของตัวเอง

นักทฤษฎีสมคบคิดยังมีหลักฐานอื่นที่จะมายืนยันแนวคิดนี้ด้วย นั่นคือ เอกสารที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ มันเป็นเอกสารที่ถูกส่งจากบุคคลนิรนามที่อ้างตัวว่าทำงานในซีไอเอและส่งเรื่องร้อนๆนี้ ไปให้ทิมโมธี คูเปอร์ นักล่ายูเอฟโอตัวฉกาจ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 9:59:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 21  
 
(จดหมายลับของซีไอเอที่มีผู้ลักลอบนำออกมาจากการเผาทำลาย.)
ซีไอเอนิรนามที่ส่งเอกสารมานี้ แนบจดหมายน้อยถึงคูเปอร์ด้วย โดยบอกว่า เขาได้เห็นเอกสารจำนวนหนึ่งที่เป็นเอกสารอันมีความอ่อนไหวกับ ความมั่นคงถูกเผาทำลายแต่เขาได้ดึงบางส่วนออกมา จากกองไฟแล้วลักลอบส่งให้คูเปอร์ในปี ค.ศ.1999 ทำให้มันถูกเรียกขานว่า “บันทึกที่ถูกเผา”

บันทึกที่อ้างว่ารอดมาจากกองไฟนี้มีอยู่ด้วย กัน 9 แผ่น หัวกระดาษทุกแผ่นมีตัวอักษรสีแดงเด่นชัดเขียนว่า TOP SECRET/MJ-12 หรือลับสุดยอด/ เอ็มเจ 12 และที่หน้าแรกก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นจดหมายที่ส่งออกมาจากผู้อำนวยการซีไอเอพร้อมระบุรหัสลับประจำตัวว่า เขาคือ เอ็มเจ 1

ส่วนคนที่ได้รับบันทึกนั้นเป็น “กลุ่มคน” ที่มีรหัสไล่เรียงกันไปตั้งแต่ เอ็มเจ 2,เอ็มเจ 3 เรื่อยไปจนถึงเอ็มเจ 7 โดยเนื้อหาสำคัญในบันทึกคือประโยคที่บอกว่า “แลนเซอร์” ได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของเราในเรื่อง “ไม่สามารถ” ให้ได้

อ่ะแล้วแลนเซอร์เป็นใครมาเกี่ยวอะไรกับเรื่อง นี้...ไม่เกี่ยวก็ต้องเกี่ยว เพราะแลนเซอร์เป็นรหัสลับที่ซีไอเอใช้ในการเรียกขานจอห์น เอฟ เคนเนดี้นั่นเอง!!

ดังนั้นบันทึกที่ถูกเผาและจดหมายที่เพิ่งได้รับ การเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากซีไอเอก็เป็นเครื่องยืนยันซึ่งกันและกันว่า เจเอฟเคกำลังพยายามขอข้อมูลที่ซีไอเอ “ไม่สามารถ” ให้ได้

อย่างไรก็ตาม “บันทึกที่ถูกเผา” นั้นไม่ได้ลงวันที่ว่ามีการเขียนขึ้นเมื่อไหร่ ก็เลยไม่รู้แน่ว่าเป็น เอกสารที่เขียนขึ้นวันไหน แต่ได้มีนักวิชาการมาตรวจสอบด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ตรวจสอบกระดาษ หมึก ลายน้ำ ฯลฯ ทำให้คาดเดาได้ว่าเอกสารที่ถูกเผานี้ น่าจะถูกเขียนในปี ค.ศ.1963 ก่อนที่ประธานาธิบดีเคนเนดี้จะถูกยิงตาย

ถึงตรงนี้ ต้องแทรกเรื่องอื่นเข้ามาให้ท่านผู้อ่านได้ตื่นเต้นกันอีกเล็กน้อย นั่นคือ อย่างที่ได้บอกแล้วว่าผู้เขียนจดหมายใช้รหัสแทนตัวเองว่า เอ็มเจ 1 ซึ่งเปิดเผยตัวเองโจ่งแจ้งว่าเป็นผู้อำนวยการซีไอเอและมีพลพรรคเป็นเอ็มเจในรหัสอื่นๆที่

ไม่รู้ว่าเป็นใครกันบ้างตามมาอีก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหัวเอกสารทุกฉบับประทับตราสีแดงเขียนคำว่า ลับสุดยอด/เอ็มเจ 12

แล้วเอ็มเจ 12 เป็นใครล่ะ...ก็ต้องบอกว่าไม่ได้เป็นใคร ไม่ได้เป็นคนสำคัญคนไหน แต่เหล่านักทฤษฎีสมคบคิดเชื่อกันมานานแล้วว่า เอ็มเจ 12 เป็นองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1947 เพื่อสืบสวนเรื่องราวเกี่ยวกับ ยูเอฟโอ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ามียานบินของมนุษย์ ต่างดาวมา“หล่นปุ๊” โดยไม่ทราบสาเหตุที่รอสเวล

หากเราเหมา รวมว่านี่คือเรื่องของโครงการเอ็มเจ 12 ตามที่ปะไว้ที่หัวบันทึกทุกแผ่น ก็ทำให้เราฟันธงได้ว่า นี่ต้องเป็นเรื่องยูเอฟโอแน่ๆที่ “แลนเซอร์” หรือเจเอฟเคร้องขอ และกลุ่ม เอ็มเจ 12 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หัวหน้าใหญ่ในรหัสเอ็มเจ 1 บอกว่า หัวเด็ดตีนขาดก็ให้ไม่ได้

ในหน้าอื่นๆของบันทึกที่ถูกเผายังเขียนเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่อาจจะตีความหมาย ยากเพราะเป็นการเขียนแบบรหัสลับที่รู้เฉพาะกลุ่ม แต่ที่น่า สนใจเป็นพิเศษอยู่ที่หน้าสุดท้ายของบันทึกนี้ ในบรรทัดท้ายสุด ที่มีการใช้คำว่า “ต้องเปียกแน่ๆ” และอันคำว่า “เปียก” นี้ เป็นคำที่รู้กันดีว่า มักจะถูกใช้เป็นรหัสลับเกี่ยวกับเลือด เป็น “คำฮิต” ในหมู่สายลับที่สื่อความหมายถึง “การฆ่า” และในที่นี้มันคือการสื่อสารถึง “การลอบสังหาร”

ตอนนี้เราไม่รู้ว่า ใครบ้างที่ใช้รหัสเอ็มเจ 2 ถึงเอ็มเจ 7 แต่เหล่านักคิดก็ปักใจเชื่อไปก่อนแล้วว่าทันทีที่พลพรรคสมาชิกของเอ็มเจ 12 ได้เห็น บันทึกนี้ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า นี่คือ “ใบสั่งฆ่าประธานาธิบดี” ตามทฤษฎีที่ว่า เมื่อเจเอฟเคขอข้อมูลเกี่ยวกับ ยูเอฟโอ พวกซีไอเอก็จัดการ “กำจัด” ท่านประธานาธิบดีออกไป

อย่างไรก็ตาม คงต้องขอย้ำว่า บันทึกที่ถูกเผานี้เป็นเอกสารที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือปลอม แต่ด้วยหลักฐานใหม่ล่าสุดที่ออกมาจากซีไอเออย่างเป็นทางการทำให้เรา “เห็นชัด” ว่า เจเอฟเคสนใจเรื่องยูเอฟโอแน่ๆและอาจจะทำให้เรา “เชื่อ” ณ ขณะหนึ่งไปก่อนก็ได้ว่า ความสนใจนี้เป็นถนนที่นำไปสู่กระสุนนัดปลิดชีพและคงไม่แปลกหากจะขอเชื่อแบบนี้ไปพลางๆ ก่อนที่จะมีหลักฐานใหม่ๆออกมาในอนาคต

ดังนั้น “ฆาตกร” ของวันนี้จึงมีชื่อว่า “ความสนใจในยูเอฟโอ”.
ทีมงานนิตยสาร ต่วยตูน


   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 10:00:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 22  
 

อ่านจบแล้วครับ ยาวมาก แต่ก็ สนุกมากครับ

ขอบคุณครับ

   Kill_Me_Now      14 ต.ค. 56   เวลา 11:11:00    IP = 223.205.236.156
 


  คำตอบที่ 23  
 
ขอบคุณ ครับ

   Chatchai53  14 ต.ค. 56   เวลา 12:06:00    IP = 1.0.183.177
 


  คำตอบที่ 24  
 
อ่านกำลังมันส์เลยครับ ขอบคุณมากครับกับเรื่องราวดีๆในวันนี้

   สมาชิกแบบพิเศษ      khakai      14 ต.ค. 56   เวลา 12:16:00    IP = 223.207.251.170
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 25  
 
ขอบคุณมากครับ

   kitarok      14 ต.ค. 56   เวลา 12:52:00    IP = 61.91.249.104
 


  คำตอบที่ 26  
 
สนุกดี

   ja99  14 ต.ค. 56   เวลา 13:12:00    IP = 49.231.15.2
 


  คำตอบที่ 27  
 
Kill_Me_Now สวัสดีครับขอบคุณที่ติดตามครับ

Chatchai53 สวัสดีครับ

khakai ขอบคุณครับอาจารย์ อยากได้แบ็คกิ้งแทรค แบบอาจารย์มาฝึกบ้างจังครับ

kitarok ยินดีมากครับที่มีคนติดตาม

ja99 มีคนชอบผมก็ดีใจแล้วครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 13:31:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 28  
 
มันมากกกกก ขอบคุณครับ

   bushrichmantoy      14 ต.ค. 56   เวลา 13:32:00    IP = 58.11.152.91
 


  คำตอบที่ 29  
 
โหขออภัยรูปใหญ่เกินครับ แฮ่ๆ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 13:37:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 30  
 
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่แบ่งปันครับ

   sakai  14 ต.ค. 56   เวลา 13:40:00    IP = 113.53.132.1
 


  คำตอบที่ 31  
 
bushrichmantoy ยินดีครับที่มีคนสนใจแบบเดียวกัน

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 13:42:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 32  
 
sakai สวัสดีครับขอบคุณครับที่ติดตาม

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 13:44:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 33  
 
ลึกลับสมคบคิดนี่ผมชอบนัก

   plugnaja      14 ต.ค. 56   เวลา 14:16:00    IP = 58.8.87.136
 


  คำตอบที่ 34  
 
..

   plugnaja      14 ต.ค. 56   เวลา 14:16:00    IP = 58.8.87.136
 


  คำตอบที่ 35  
 
...

   plugnaja      14 ต.ค. 56   เวลา 14:18:00    IP = 58.8.87.136
 


  คำตอบที่ 36  
 
plugnaja สวัสดีครับทฤษฎีสมคบคิดนี่ ของส่วนตัวพี่กันเขาเลยครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 14:23:00    IP = 125.26.47.244
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 37  
 
ช่วยบอก เมล์มาด้วยนะครับ เดี๋ยวผมทะยอย ส่ง bt ที่ผมเล่นทุกๆเพลงให้ครับ

   สมาชิกแบบพิเศษ      khakai      14 ต.ค. 56   เวลา 15:59:00    IP = 223.207.251.170
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 38  
 
topwarut@hotmail.com
ขอบคุณมากๆครับ อาจารย์

   สมาชิกแบบพิเศษ      top2513      14 ต.ค. 56   เวลา 19:16:00    IP = 171.101.8.100
สมาชิกแบบพิเศษ  
 


  คำตอบที่ 39  
 
ชอบมากเลยครับ เอามาโพสต์บ่อยๆนะครับ จะติดตามอ่านครับ

   deerpoison      17 ต.ค. 56   เวลา 2:46:00    IP = 49.49.230.59
 
 

Bigtone.in.th Online Music Store

Yamaha



ตั้งกระทู้ Login ก่อน Click ที่นี่
ผู้ตอบ :
รูปภาพ:  ( ไม่เกิน 150 K )
ข้อความ :
 

any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket