Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

16721


 Review & Test     กีต้าร์ยิปซี ยี่ห้อ Gitane รุ่น DG-250M ของบริษัท Saga Musical Instrument แห่งอเมริกา    2/8/2005    Santhasak K.
จากที่เราเคย REVIEW กีตาร์ยิปซี GITANE DG D-500 ไปเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมาตอนนี้ญาติของมันได้เดินทางมาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วโดยผ่านทาง ร้าน PETERSON เจ้าเก่า โดยครั้งนี้ต้องให้โรงงานทำขึ้นมาใหม่ เพื่อส่งตรงมายังเมืองไทยโดยตรง เพราะของหมด สต๊อค พอมาถึงเมืองไทยวันแรกก็ตรงดิ่งไปรับของทันที มันมาพร้อมกับกล่องกระดาษ หยิบออกมาลองดีดดูก็พบว่า ACTION ของสายสูงไปหน่อย แต่เสียงที่ออกมาจากตัวกีตาร์นั้น เหมือนที่ฟัง CD ของวงพวก GYPSY JAZZ เลยกีตาร์ตัวนี้ผลิตโดยบริษัท Saga Musical Instrument เป็นบริษัทที่ผลิตและขายเครื่องดนตรีประเภท Acoustic ของอเมริกา
แต่มีโรงงานทำกีต้าร์โปร่งตั้งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งนอกจากจะผลิตกีต้าร์โปร่งยี่ห้อ Blueridge ที่นำเข้ามาขายในประเทศไทยโดยบริษัท Peterson Piano แล้ว ยังผลิตกีต้าร์ยิปซีแจ็สยี่ห้อ Gitane ที่มีราคายอมรับได้ออกมาหลายรุ่น แต่ละรุ่นล้วนเป็นกีต้าร์ที่ลอกแบบมาจากกีต้าร์ยิปซีแจ็สรุ่นประวัติศาสตร์ที่ผลิตโดยบริษัท Selmer แห่งฝรั่งเศส อันเป็นรุ่นที่ใช้เล่นโดย Django Reinhardt นักกีต้าร์ยิปซีแจ็สที่โด่งดังมากในยุคปี ค.ศ. ‘30s ถึง ‘40s
กีต้าร์ Gitane รุ่น DG-250M ที่จะพูดถึงนี้ เป็นชนิด Oval-hole (รูเสียงเป็นรูปวงรีขนาดเล็กวงกลมมาตรฐานของกีต้าร์โปร่งทั่วไป) ทรง Cut-away ที่ลอกแบบมาจาก กีต้าร์ Selmer ที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัดในช่วงปี ค.ศ. ‘40s และมีนักกีต้าร์ไทยที่ไม่ประสงค์จะออกนามคนหนึ่งต้องการได้มาเล่นจริง (ไม่ใช่เอามาสะสม) จึงวานให้คุณประสิทธิ์แห่งบริษัท Peterson Piano สั่งให้ ซึ่งคุณประสิทธิ์ก็ใจดีสั่งมา แม้จะมีอาการงงๆ อยู่สักหน่อยว่าจะสั่งมาทำไมกันกีต้าร์ประหลาดแบบนี้
   

แผ่นหน้าหรือ Top ของ DG-250M เป็น Solid Spruce สีเหลืองทอง สีคล้ายกับ Back และ Side ซึ่งเป็น Laminated Birds-eye Maple สวยงามมาก ทำให้ตัวกีต้าร์ดูสว่าง เหลืองขาวไปทั้งตัว อักษร M ในชื่อรุ่นก็คือ Maple นั่นเอง ไม่ต้องสงสัย ที่น่าสงสัยคือ DG ไม่รู้ย่อมาจากอะไร อาจจะเป็น Django ก็ได้ อันนี้ไม่ยืนยัน
คอและ Headstock เป็น Birds-eye Maple เช่นกัน ส่วน Fingerboard เป็น Ebony มี 21 Frets เชื่อมกับลำตัวตรง Fret ที่ 14 มี Scale Length ขนาด 26 5/8 นิ้ว ซึ่งถือว่าค่อนข้างยาว แต่เนื่องจากมีคอแคบและบาง โดยมีความกว้างของคอตรง Nut เท่ากับ 1 ¾ นิ้ว ทำให้เล่นโซโลได้สบายแบบกีตาร์ไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ความยาวของคอทำให้สายตึงมาก ลองให้อาจารย์สอนกีต้าร์คนหนึ่งเล่นโซโลดู แกบอกว่าเล่นแล้วเหนื่อยนิดหน่อย เพราะต้องใช้แรงมาก แต่อาจเป็นเพราะแกไม่ค่อยมีแรงก็เป็นได้

ส่วนที่แตกต่างไปจากมาตรฐานของกีต้าร์ Selmer ฝรั่งเศสต้นฉบับก็คือ Headstock ที่เป็น Solid ไม่ใช่ Slotted เหมือนรุ่นอื่นๆ แต่บริษัทบอกว่าของจริงที่เป็นแบบ Solid นั้นมีอยู่ แม้จะมีไม่กี่ตัว ก็ถือว่าถ้าจะลอกต้องลอกให้เหมือน บน Headstock ติดตั้ง Tuner แบบ Nickel Platted แยกกัน 6 ชุด นอกจากนี้ ส่วนที่เป็นมาตรฐานของกีต้าร์ Selmer ที่ทุกตัวต้องเหมือนกันคือ Zero Fret ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถจับ Barred Chord ตรง Fret 1 ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเมื่อเล่น Open position Chord เสียงสายเปล่าก็จะใสกังวาน อันนี้ลองดูแล้วชัดเจน
มีที่น่าอึดอัดอยู่หนึ่งอย่างคือ Inlay ของ DG-250M นี้ อาจสร้างความปวดหัวให้แก่นักกีต้าร์ทั่วไปอยู่บ้างตรงที่ Inlay ซึ่งปกติควรอยู่ใน Fret ที่ 9 ดันกระโดดไปอยู่ใน Fret ที่ 10 เรื่องนี้บริษัทชี้แจงว่า เป็นการวาง Inlay แบบยุโรปในสมัยนั้น กีต้าร์ Selmer รุ่นปี ‘40s ที่เป็นต้นแบบก็วางเช่นนี้ เรียกว่าถ้าจะลอกแบบ ก็ต้องลอกให้เหมือน บริษัทบอกว่า อย่าตกใจ เล่นไปเรื่อยๆ ก็ชินไปเองนั่นแหละ
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี ค.ศ. 1939-1945) บริษัท Selmer แห่งฝรั่งเศสผลิตกีต้าร์ยิปซีแจ็สรุ่น Oval-hole โดยใช้ไม้ Birds-eye Maple เป็น Back และ Side แบบนี้ ประมาณ 20 ตัวเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Laminated เว้น Top เท่านั้นที่ใช้ไม้ Solid เหตุผลก็เพื่อความแข็งแรงและเพื่อให้กีต้าร์มีน้ำหนักเบา
นักกีต้าร์ยิปซีแจ็สบางคนบอกว่า หากเปรียบเทียบกีต้าร์ยิปซีที่ทำด้วยไม้ Solid ทั้งตัว กับที่ทำด้วยไม้ Solid เฉพาะ Top (Back และ Side เป็น Laminated) แล้ว กีต้าร์ที่ Solid เฉพาะ Top ให้เสียงตรงตามความต้องการมากกว่า โดยเฉพาะเสียงกระโดดอย่างดุเดือดและรุนแรงของกีต้าร์ Selmer ซึ่งหาก Side และ Back เป็น Solid ด้วย Resonance ที่เพิ่มขึ้นจะลดอาการกระโดดอย่างดุเดือดของเสียง กีต้าร์ยิปซีแจ็สลงไป แต่อย่างว่า แบบนี้แล้วแต่ชอบ
ไม้ Maple มีความแข็งมาก เหมาะสำหรับนำมาทำตัวกีต้าร์ยิปซีแจ็ส ซึ่งเมื่อรวมกับคอ Maple ชนิดอย่างแข็งแล้ว DG-250M ก็คือ ดาบลำแสงเลเซอร์ทะลุทะลวงของอัศวินเจไดดีดีนี่เอง อันนี้มีฝรั่งนักเล่นกีต้าร์ยิปซีแจ็สคนหนึ่งว่าไว้ ไม่ได้คิดเอาเอง
แผ่นหน้า (Top) ซึ่งมีความโค้งเล็กน้อย ดูดีดีจะเห็นรายละเอียดของเนื้อไม้ที่บ่งบอกถึงฝีมือการผลิตที่เนียนงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกลายของไม้ หรือการเคลือบเงาที่มันพองาม ให้ความรู้สึกเหมือนผ้าไหม แต่แข็งแรงเหมือนรถถัง
ตัวกีต้าร์ยาว 18 ½ นิ้ว ส่วนกว้างของลำตัวช่วงล่าง (Lower Bout) กว้าง 16 นิ้ว และส่วนกว้างของลำตัวช่วงบน (Upper Bout) กว้าง 11 ¼ นิ้ว
กีต้าร์ตัวนี้มี Tailpiece เหมือนกีต้าร์แจ็สชนิด Archtop ด้วย เป็น Tailpiece ชนิด Gold-Plated รูปร่างคลาสสิกเหมือนต้นแบบ สามารถใส่สายกีต้าร์ได้ทั้งชนิดปลายเป็น Ball และปลายเป็น Loop ข้อด้อยของ Tailpiece นี้มีข้อเดียวคือ แผ่นสีดำตรงกลางทำด้วยพลาสติกดำมัน (กีต้าร์ Selmer ต้นแบบ มีทั้งที่ทำด้วย พลาสติก Ebony และไม้ Rosewood) ดูแล้วมันเกินไป แต่บางคนแก้ไขด้วยการใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียดขัดให้ด้านลงนิดหน่อย ซึ่งมองไกลๆ ดูคล้าย Ebony แต่ถ้าจะดัดแปลงให้ช่างทำไม้ Ebony เข้ามาใส่แทนก็จะดูดีขึ้น
กีต้าร์ที่มี Tailpiece แบบกีต้าร์แจ็ส Archtop จะมีแรงกดของสายตกลงตรง Bridge ซึ่งเป็น Bridge แบบวางไว้เฉยๆ ไม่ได้ติดกาว (Floating Bridge) Top จึงต้องมีแรงต้านแรงกดตรงนี้ ทำให้การทำ Bracing ข้างในตัวกีต้าร์ไม่เหมือนกีต้าร์โปร่งทั่วไป มีช่างทำกีต้าร์ไทยฝีมือดีคนหนึ่งกำลังวิเคราะห์การทำกีต้าร์ยิปซีแจ็สแบบนี้ วันหน้าคงจะได้คุยกัน
สายที่ให้มากับตัวกีต้าร์เป็นสายกีต้าร์โปร่งธรรมดา พวกยิปซีบอกว่าหากต้องการเสียงยิปซีแจ็สจริงๆ ต้องเปลี่ยนไปใช้สายยิปซีแจ็สโดยเฉพาะ เช่น ยี่ห้อ Savarez รุ่น Argentine ของฝรั่งเศส หรือยี่ห้อ Dell’ Arte ของอเมริกา ลักษณะพิเศษของสายกีต้าร์ยิปซีแจ็สคือ เป็นสายเหล็กพันด้วยทองแดงและเคลือบด้วยเงิน มีสองขนาดคือ .10 และ .11 อยากได้ต้องสั่งเข้ามา ไม่ยากและไม่แพงอย่างที่คิด
Bridge ซึ่งเป็นแบบ Float นี้ ทำด้วยไม้ Ebony เป็นชนิด Compensated คือร่องที่เซาะไว้รองรับสาย กีต้าร์ ไม่ได้อยู่แนวเดียวกัน รวมทั้งมี “หนวด” (Mustache) ที่เป็นไม้ Ebony เหมือนกันสองอัน สำหรับติดเข้าไปตรงสองข้าง Bridge แถมมาให้ด้วย เพื่อให้เหมือนต้นแบบจริงๆ ไม่มีผลอะไรต่อเสียง เป็นแค่ของตกแต่ง นัยว่าสื่อไปถึงนาย Django Reinhardt ซึ่งมีหนวดเรียวงามเป็นสัญลักษณ์
รูเสียงแบบ Oval Hole ซึ่งต้นแบบเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Petite Bouche (ปากเล็ก) นั้น เป็นวงรี มีเส้นผ่าศูนย์กลางตามแนวยาว 2 ¼ นิ้วและตามแนวกว้าง 1 1/8 นิ้ว ล้อมรอบด้วย Rosette ที่ทำด้วยไม้สีสะดุดตา Binding ทั้งตัวก็เป็นไม้เช่นกัน (Ebony, Walnut และ Maple)
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกีต้าร์ Gitane รุ่น D-500 ซึ่งเป็นรุ่น D Hole แล้ว รุ่น DG-250M นี้ เสียงดุเดือดกว่า แหลมกว่า และดังกว่า แต่เสียงเบสและเสียงกลางช่วงต่ำมีน้อยกว่า คงเป็นเพราะการใช้งานต่างกัน คือรุ่น DG-250M ตั้งใจทำมาให้ใช้โซโลอย่างเดียว ส่วนรุ่น D-500 ก็ตั้งใจทำมาให้ตีคอร์ดอย่างเดียว นอกจากนั้น DG-250M ยังให้สัมผัสที่แข็งกว่า D-500 เพราะคอยาวกว่า ทำให้แรงตึงของสายมากกว่า ที่น่าสนใจคือ สาย 6 (E ต่ำ) ของ DG-250M ให้เสียงที่เรียกว่า Snap และกระแทก Fret เหมือนเสียงต้นฉบับ อันเป็นผลมาจาก Scale ที่ยาวกว่า ซึ่ง D-500 ไม่มีคุณลักษณะนี้
โดยสรุปแล้ว DG-250M เป็นกีต้าร์ยิปซีแจ็สที่ผลิตขึ้นมาอย่างประณีตมาก มีความสวยงามแทบจะไร้ที่ติ อย่างไรก็ดี สิ่งที่นักกีต้าร์ทั่วไปอาจไม่คุ้นเคยก็คือ Inlay ที่อยู่ผิดที่ และอีกอย่างหนึ่งคือ Action ของสายที่ค่อนข้างสูงมาก อันเป็นลักษณะเฉพาะของกีต้าร์ยิปซี (2.4 มิลลิเมตร ตรง Fret 12 สาย 1) แต่หากไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถฝน Bridge ลงไปได้ แต่ไม่ควรฝนต่ำกว่า 1 มิลลิเมตร เดี๋ยวเอกลักษณ์ของเสียงยิปซีจะหายไป อันนี้ตำราว่าไว้
John Jorgenson เป็นนักกีต้าร์อเมริกัน ซึ่งเล่นกีต้าร์ยิปซีแจ็สด้วย ได้ลองเล่น DG-250M นี้แล้วติดใจ แกบอกว่า ตัวแกมี Selmer ต้นแบบอยู่ตัวหนึ่ง เสียงยังสู้ DG-250M นี้ไม่ได้เลย John ประทับใจฝีมือการผลิตกีต้าร์ของบริษัท Saga Musical Instrument จึงติดต่อขอให้ทำรุ่น Signature ของแกออกมา นั่นคือรุ่น DG-300 ซึ่งถือเป็นรุ่น Top สุดของกีต้าร์ Gitane ใครสนใจติดต่อคุณประสิทธิ์แห่ง Peterson Piano ได้มาแล้วอย่าลืมกระซิบบอกกัน จะได้ขอมา Review อีกที

สุภกิจ นุตสถิตย์ & SANTHASAK K.

ขอบพระคุณ บุษบง นุตสถิตย์ & THE APPLE TRIO & พี่ต๋อย CAFE DE’CING


ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน
www.harmonythai.com



any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket