Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

22025


 Review & Test     กีตาร์ Washburn N4 ของ เอ๋ Wizard    2/2/2005    Santasak.k

หลังจากที่ผมได้สัมภาษณ์ เอ๋ Wizard ก็มีการถ่ายรูปกันใน action ต่างๆซึ่งก็สร้างความสนุกสนานเป็นอย่างมากเพราะเราต่างเป็นมือใหม่ในการ post ท่า วันนั้นเอ๋ได้นำเอากีตาร์มาประกอบการถ่ายรูป 2 ตัวด้วยกัน คือ Fender strat ปี 77 กับ Washburn N4 ผมรู้สึกสะดุดตากับ N4ของเอ๋มากเพราะมันไม่เหมือนกับ N4 ตัวที่ผมเคยเห็นๆมาผมจึงสนใจที่จะนำเอาเจ้า Washburn Nuno Bettecourt N4 Relic (Vintage) มา Review โดยผ่านถ้อยคำของเอ๋ Wizard เองเลย

ผมได้กีตาร์ตัวนี้มาในกลางปีที่แล้ว (2004) ตัวนี้ผมซื้อที่ร้าน Music Collection มี Serial No. # 0309021 หมายความว่าผลิตในปี 2003 ตัวที่ 9,021 หลายๆบริษัทกีตาร์เมื่อเขามีกีตาร์รุ่นไหนที่ได้รับความนิยมถึงขีดสุด หรือเป็นรุ่นที่คลาสสิกของบริษัทนั้นๆ เขาก็มักจะเอารุ่นนั้นมาทำเป็นรุ่น Relic ก็คือทำให้กีตาร์ดูเหมือนเก่า เหมือนผ่านการเล่นมาสาหัสและยาวนาน โดยใน N4 Relic นี้จะเลียนแบบ N4 ตัวออริจินัลของ Nuno แทบจะทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นความเก่าที่เกิดจากเนื้อไม้ที่ดูดซับเอาคราบควันบุหรี่ คราบเหงื่อ ฯลฯ เอาไว้

ความน่าสนใจของรุ่นนี้อยู่ที่บอดี้จะทำด้วยไม้อัลเดอร์ 2 ชิ้น คอเป็นไม้ Birdeye Maple สำหรับตัวของผมนั้นจะเป็นลาย Birdeye Flame โชคดีจริงๆครับ สำหรับฟิงเกอร์บอร์ดทำด้วยไม้อีโบนี ปิ้กอัพตัวบริดจ์ใช้ Bill Lawrence L-500 ส่วนปิ้กอัพคอใช้เป็น Seymour Duncan 59 คันโยกจะใช้ยี่ห้อ Floyd Rose แต่โดยปรกติ Washburn N4 ทั่วไปที่ทำขายจะใช้คันโยกยี่ห้อ Schaller บริเวณปุ่มปรับวอลลุ่มจะมีสกรูบอกตำแหน่งเหมือนตัวของ Nuno ด้วย แน่นอนว่าตัวนี้ยังคงใช้ระบบ Stephen’s Extended Cutaway ซึ่งก็คือการต่อคอที่ใช้น็อต 5 ตัวในการต่อและมีการคว้านเนื้อไม้เพื่อให้สามารถเข้ามาเล่นเฟร็ตลึกๆได้ง่ายขึ้น

บริเวณฝาครอบสวิตช์เลือกปิ้กอัพจะเป็นเหล็ก แต่ไม่มีฝาครอบสปริงคันโยก ปิ้กอัพบริดจ์จะถูกยึดจากน็อตด้านใต้ แต่ตัวของผม ผมก็กลับมายึดไว้ด้านบนเหมือนปรกติเพื่อให้สามารถขยับขึ้นลงได้ง่ายขึ้น สำหรับรุ่น Relic นี้จะมีสายสะพาย DiMarzio แบบคลิพล้อคและสติกเกอร์ N4 ติดมากับกีตาร์เลย

   


สำหรับกล่องจะเป็นรุ่น GC31R หรือเรียกว่า Nuno Case ตัวกล่องจะเป็นสีเงินคล้ายกล่องเครื่องสำอางค์ โดยส่วนตัวผมจะชอบกีตาร์ประเภทที่บอดี้ไม่เคลือบสีหรือลงแล็กเกอร์เลย ซึ่งอย่าง N4 ก็จะมีแค่การเคลือบ Oil บางๆ ข้อดีก็คือจะทำให้มีหางเสียงหรือซัสเทนที่ยาวขึ้น ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ชอบก็คือบริเวณคอ คอในลักษณะแบบนี้เรียกกันว่าคอแบบ “Fast Neck” จะมีลักษณะเหมือนตรงบอดี้คือจะเคลือบ Oil บางๆ ซึ่งถ้าเราสังเกตดูกีตาร์บางรุ่นจะเคลือบสีหรือแล็กเกอร์หนามาก เมื่อผสมกับเหงื่อที่มือจะทำให้เกิดความเหนียวหนืดเวลาเล่น ส่งผลให้การเคลื่อนตัวบนคอเป็นไปได้ยากขึ้น ทั้งเรื่องบอดี้และคออันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวบวกกับการค้นคว้าของผมเอง

   


โดยปรกติแล้วผมชอบซาวด์ปิ้กอัพของ Seymour Duncan 59 เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะว่ามันให้ซาวด์ที่วินเทจดีและติดอยู่บนกีตาร์ 5150 ของ Eddie Van Halen อีกด้วย สำหรับ Bill Lawrence L-500 นั้น ก็ยิ่งตรงใจผมตรงที่ว่าผมต้องการปิ้กอัพตัวบริดจ์ที่เป็นฮัมบักกิ้งที่ให้เสียงหนา แต่ต้องมีเสียงไบรท์ เสียงกัดในแบบซาวด์ซิงเกิลคอยล์ของ Fender อยู่ด้วย ซึ่งตรงจุดนี้ L-500 สามารถตอบสนองผมได้ดีมาก ผมเป็นคนที่ชอบกีตาร์ Fender และ Gibson มาก และผมก็คิดว่า N4 เป็นกีตาร์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างกีตาร์อมตะสองยี่ห้อนี้ N4 จึงเป็นกีตาร์ที่ผมใช้มามากกว่า 12-13 ปีแล้ว

สำหรับตัว Relic นี้ผมได้ใช้ในการทัวร์และเวิร์คช็อพช่วงหลังของ Wizard รวมถึงการบันทึกเสียงในอัลบั้มใหม่ และที่สำคัญ มันยังถูกใช้ในงานที่ผมเล่น Tribute ให้กับ Scorpions โดยมีสมาชิก Scorpions ร่วมนั่งฟังอยู่ด้วย...

ถ้าพี่ๆน้องๆคนใดอยากพูดคุยซักถามเกี่ยวกับกีตาร์กับเอ๋ Wizard ไปที่ www.get.to/aewizard ได้เลยเอ๋ยินดีตอบทุกคำถามครับ Santhasak & เอ๋ Wizard Special thanks : 35 Studio



ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน
www.harmonythai.com



any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket