(609 Views)
John Petrucci กับการเดินทางของกีตาร์ MAJESTY 20TH   24 ส.ค. 65

John Petrucci กับการเดินทางของกีตาร์ MAJESTY 20TH





John Petrucci มือกีตาร์วง Dream Theater
เล่าไว้ว่า ตลอดเวลาที่ผมเล่นและฝึกกีตาร์ ผมมักมีคำถามตลอดว่าจะทำยังไงให้การออกแบบกีตาร์มันสมบูรณ์แบบที่สุด ถ้าเราปรับตรงนั้นแก้ตรงนี้ เพื่อช่วยให้เข้ากับสรีระร่างกายเราหละ

ผมคิดทุกเรื่องเลย องศาคอ เฟร็ตที่ใช้ ทำให้เล่นด้านในคอกีตาร์ให้สบายที่สุด ผมเก็บทุกๆคอมเม้นต์จากคนเล่นกีตาร์หลายๆคน ร่วมถึงผมได้คุยกับมือกีตาร์มากมายว่า ที่ได้เล่นกีตาร์ซิกเนเจอร์ผมว่ารู้สึกอย่างไร ซึ่งการออกแบกีตาร์ของผมก็ได้ไอเดียมาจากพวกเขาเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเลยนะ เวลามันผ่านไป 20 ปีแล้วนับตั้งแต่ผมเริ่มคุยโปรเจ็คกีตาร์กับ Music Man มันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆเลยนะกับการออกแบบกีตาร์อย่างนี้ เพราะผมมีไอเดียมากมายเสนอกับ Ernie Ball และพวกเขาก็รับฟังผมอย่างดี

ย้อนกลับไปในตอนนั้น Mark Snyder กีตาร์เทคนิคเชี่ยนของผม ก็เคยบอกผมว่า ถ้าคุณอยากเป็นสุดยอดมือกีตาร์ คุณต้องเล่นกีตาร์ Music Man แล้วหละ John นี่คือจุดแรกที่เขาจูงใจผม

John ย้อนวันเวลาที่นานมาแล้ว จุดเริ่มต้นของทั้งหมด เริ่มจากผมเคยได้พบ Sterling Ball (มือเบส และ นักออกแบบเบสระดับโลก ลูกชายของ Ernie Ball ) เจ้าของ Ernie Ball Musicman และเราได้คุยกันนิดหน่อย แต่หลังจากนั้น ไม่นาน นัก John ก็ให้ Steve Blucher จาก Dimazio ช่วยติดต่อ Sterling Ball และบอกว่า John สนใจอยากจะใช้กีตาร์ Ernie Ball Musicman

หลังจากนั้นผมก็ได้คุยรายละเอียดเบื้องต้นถึงไอเดียการทำกีตาร์กับ Sterling Ball และเขายินดีทุกอย่างกับไอเดียของผม ซึ่งนับจนถึงปัจจุบัน Sterling ก็ยังให้ผมออกแบบทุกอย่างกับกีตาร์เหมือนเดิม

และช่วงปี 2000 กีตาร์ตัวแรกผมกับ Ernie Ball Musicman ก็ออกมา ซึ่งผมใช้ตัวที่เป็นต้นฉบับไปจนถึงทัวร์ Scene From Memory และ Live Scenes In Nee York เลยนะ มันคือตัวที่คุณเห็นใน ดีวีดีครับ และหลังจากนั้นผมก็เริ่มพูดคุยกับทีมของ Ernie Ball Musicman ถึงการค่อยๆแก้รายละเอียดจากกีตาร์ตัวแรกที่ออกมา

ปัญหาแรกของผมกับกีตาร์คือ สวิตคอนโทรล ปิ๊กอัพบนตัวกีตาร์ไม่เหมาะกับ สรีระแขนของผม ผมเลยใช้วิธีใช้ดินสอผูกกับแขนและลองเหวี่ยงแขนเล่นบนกีตาร์ และเราก็มาร์คจุดการเคลื่อนไหวจากแขนของผม บนบอดี้กีตาร์ ว่ามันควรย้ายมาอยู่จุดไหนที่เหมาะที่สุด เมื่อต้องการปรับสวิต

เราใช้ไม้ทำมาทดลองทำกีตาร์มากมายเลยนะ กว่าจะหาจุดลงตัว และต่อมา วันนึง Sterling ก็มาบอกผมถึงอันเดียที่มหัศจรรย์มากๆ เขาบอกว่าตรงบอดี้กีตาร์ควรมี Bevel ซึ่งสามารถเป็นเว้าพักแขนบนบอดี้กีตาร์ได้ ซึ่งไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนนะ ซึ่งเราเริ่มต้นทำครั้งแรกกับรุ่น JP6

วิธีการหาจุดทำ Bevel นั้นก็สุดยอดมากเลยนะ ผมใช้โลชั่นทาที่แขน แล้วก็ลองเล่นกีตาร์ และมันก็จะเห็นเป็นรอยที่บอดี้ว่า องศาแขนของผมนั้นเหวี่ยงไปที่จุดไหน และเราก็ได้ Bevel บนบอดี้มา

และเรื่องต่อคือการแก้ไขเรื่องของ คอกีตาร์ ผมต้องการคอกีตาร์ที่เล็กที่สุด และทุกตัวต้องเป็นเหมือนกันหมด เหตุผลนึงคือ เวลาที่ผมไปทัวร์คอนเสิร์ตทั่วทั้งโลก ผมสามารถจะหยิบกีตาร์รุ่นนี้จากที่ไหนก้ได้ เพื่อเล่นบนเวทีคอนเสิร์ตได้เลยทุกที่

และในกีตาร์ทุกๆรุ่นของผม ผมจะมีการปรับแก้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆเรื่องการเข้ากับสรีระของผมเรื่อยๆ เราไม่เคยหยุดการคิดค้นสิ่งที่ดีๆกับกีตาร์รุ่นของผมเลย และหลังจากช่วงปี 2007 เราก็ออก BFR F1 และเวลาก็ผ่านมาถึงปี 2010 เราก็ออกกีตาร์รุ่น JPX 10 Annivasery ตามมาด้วยปี 2013 กับ JP13
ในแต่ละรุ่นคุณจะเห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยของกีตาร์ซิกเนเจอร์ของผม และเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างเรื่องของสี , เฟร็ต , ฮาร์ดแวร์ต่างๆ การทำแชมเบอร์ที่บอดี้ และอีกมากมาย

และในปี 2014 ผมก็ได้ออกกีตาร์รุ่น Majesty มา ซึ่งมันมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างเลยทีเดียว รุ่นนี้ก็มีทั้ง 6 และ 7 สายด้วย กีตาร์รุ่นนี้มันคือนวัตรกรรมที่ล้ำยุคมากๆ

ตลอดเวลาที่ผมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกผมจะมีไอเดียใหม่มากมายและผมจะคอยโทรหา Sterling ตลอดเวลา เพื่อบอกไอเดียมากมาย
เช่นไอเดียของ Majesty นั้นผมมีไอเดียอยากทำกีตาร์ที่เล่นได้เร็วที่สุด และเป็นกีตาร์ที่ลื่นมือในการเล่น ไม่มีการสะดุดเลย แรกเลยผมตั้งชื่อรหัสลับมันว่า Stallion ( ม้าป่า )

ผมจึงทดลองวัสดุต่างๆมากมายในกีตาร์ตัวนี้ และ โลโก้นั้น ผมก็นำมาจาก โลโก้ของ Dream Theater ที่เรียกว่า Majesty

วัสดุคาร์บอนกีตาร์ นี้แจ๋วมาก ผมได้ไอเดียจากความที่ผมชอบรถ BMW เลยนะ วันนึงผมไปที่โชว์รูม ผมเห็นรถรุ่น M6 ที่มีสีขาวและมีวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีดำตัด มันสวยมากๆเลยนะ ผมเลยอยากแบบนี้มาอยู่บนกีตาร์ของผมทันที

ผมและทางทีม Ernie Ball ทดลองกันอย่างหนักเลย เพราะสิ่งที่เราต้องการคือ วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มาอยู่บนกีตาร์และต้องการให้มันมีเสียงแบบไม้จริงๆ

สุดท้ายเราเลยได้ไอเดียนึง ถ้าเราทำบอร์ดี้กีตาร์ ให้มันออกมาหน้าตาเหมือนกับคาร์บอนไฟเบอร์ หละ

ผมเลยเสนอให้ Sterling ซื้อเครื่องแกะสลักสำหรับทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย

และในที่สุด ทีม Ernie Ball ก็ใช้เลเซอร์ตัดไม้ออกมาได้เหมือน คาร์บอนไฟเบอร์มากๆ และพวกเขาก็แต่งมันด้วยการเพ้นท์สีให้เหมือน คาร์บอนไฟเบอร์ ให้มากที่สุดบนบอดี้เมเปิ้ล

และจากเดิมกีตาร์ผมจะเป็น Bolt On ก็มีการเปลี่ยนเป็น Neck Through แทนใน Majesty

และในที่สุด Ernie Ball Musicman ก็ก้าวมาถึงครบรอบ20 ปี และผมก็ภูมิใจมากที่ได้ไขปริศนาและการทำกีตาร์ที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองคนเล่นได้อย่างสุดยอดออกมากับ Ernie Ball John Petrucci 20th Anniversary

การที่ผมตัดสินใจโทรหา Sterling ในวันนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตการเป็นมือกีตาร์และนักดนตรีอาชีพ
John Petrucci กล่าว



Advertisment






บทความดนตรีที่น่าสนใจ


1/73   [ย้อนกลับ]  [หน้าต่อไป]

Advertisment




(เพจ: โรงเรียนกีตาร์ไทย)


(เพจ: Guitarthai.com)
any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com
All rights reserved 1999 - 2019. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com