Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

 Music News :     ประจำวันที่ 16 พ.ย. 06   16 พ.ย. 49    
ได้รับความเอื้อเฟื้อแผ่น CD จาก Universal Music, Warner Music, EMI, Sony BMG, Platinum, United Home Entertainment,Virtuoso, Smallroom, S.stack กีตาร์ไทยขอขอบพระคุณอย่างสูง



Artist :The Best Of Sepultura & Fear Factory
Album : The Best Of
Style : Metal
Label : Sony BMG

สำหรับอัลบั้มสองชุดนี้ทุกอย่างมาเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกัน*ดังนั้นจึงขอนำมารวมเข้าไว้ด้วยกันซะเลย ทั้ง Sepultura และ Fear Factory นั้นต่างก็เป็นหัวหอกและกำลังสำคัญสำหรับวงการเมตัลยุค90อย่างแรงทั้งคู่สร้างความเปลี่ยนแปลงไว้อย่างมากมาย ความหนักแน่นและดุดันนั้นคงหนีไม่พ้น Sepultura ส่วน Fear Factory นั้นต้องขอยกไว้ว่าเป็นจ้าวพ่อแห่งอินดัสเทรียลเมตัล ที่นอกเหนือจาก NIN และ White Zombie แล้ว วงนี้แหละก็ชัดเจนในตัวเองไม่แพ้กัน และปัจจุบันงานของทั้งคู่นั้นก็ค่อนข้างจะหาฟังกันยาก ดังนั้นเมื่อทางต้นสังกัดได้ทำการรวมเพลงออกมาขายอีกครั้งจึงไม่น่าพลาดแต่อย่างใด*ทั้งสองอัลบั้มเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังค้นหารากเหง้าแห่งเพลงเมตัล และทังคู่ก็มีแนวทางที่ชัดเจนหากเป็นไปได้งานสองชุดนี้สามารถเก็บขึ้นไว้บูชาได้โดยไม่มีข้อกังขาอย่างแน่นอน

** Recommend Of The Week By Guitarthai.com **





Artist : In Flame
Album : The Jester – Black -Ash Inheritance
Style : Metal
Label : Platinum

อัลบั้มชุดนี้เป็นงานที่เคยออกมาแล้ว แต่ครั้งนี้ด้วยอานิสงค์ของต้นสังกัดทำให้เราได้ฟังในรูปแบบที่ออกมาขายอีกรอบโดยนอกจากจะเป็นอัลบั้มเต็มแล้วยังมีการเพิ่มเติมในส่วนของ EP ไปอีก 4เพลงเต็มด้วยกัน เป็น Special Edition ในส่วนของอัลบั้ม The Jester นั้นเป็นเหมือนการนำเอา Iron Maiden, Dio , Black Sabbath และ Judas Priest มาผสมรวมกัน ดังนั้นเรื่องของความมันส์และหนักแน่นนั้นหายห่วง และ In Flame เองก็เป็นวงที่มีแฟนเพลงชาวไทยอยู่เหนียวแน่นจนน่าจะพอมีลุ้นได้ดูคอนเสิร์ตกับเขาบ้าง สำหรับงานในปี 96 ชุดนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งชุดที่ต้องเก็บไว้สำหรับคอเพลง Heavy Metal อย่างแน่นอน




Artist : Voivod
Album : Katorz
Style : Metal
Label : Platinum

วงดนตรีที่แตกหน่อยึดมั่นในเมตัล กำลังสำคัญที่ทำให้หลายๆคนต่างพากันสนใจและพุ่งมาที่วงนี้ก็คงหนีไม่พ้นชื่อของ Jason Newsted มือเบสจาก Metalica นั้นเอง แต่เพลงของเขาไม่ใช้แค่ดังเพราะความเป็นร็อกสตาร์เท่านั้น คุณภาพน่าจะเป็นเรื่องที่มาก่อนด้วยซ้ำ ดูได้จากงานชุดเก่าๆเป็นตัวการันตีได้เป็นอย่างดาห้วงเวลาแห่งดนตรียุค 80 ซาวด์และสไตล์ค่อนข้างจะได้อารมณ์ในยุคนั้น แม้จะเป็นเมตัลแต่ก็มีกลิ่นของความเป็นพังก์ผสมอยู่บ้าง เพลงส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวะปานกลาง เอาพอโยกกันมันส์ๆ ยกเว้น The Getaway เพลงที่เปิดตัวอัลบั้มเพลงแรก เพลงนี้นับว่าเป็นสิ่งที่แฟนเพลงเมตัลยุค 80 เรียกหาเลยทีเดียว ส่วนเลงช้านั้นไม่ต้องคิดครับ เพราะเขาไม่มีให้ฟังกันแน่ ยกเว้นแต่หากคุณโหยหาเสียงแตกพร่าๆดิบๆ ในแบบเมตัลผสมพังก์อ่อนรับรองได้ติดใจแน่นอน





Artist : Napalm Death
Album : Smear Campaign
Style : Grind Core
Label : Platinum

อีกหนึ่งวงที่เป็นรากให้กับวงการเมตัลในแบบ Extreme และ Grind จากยุค 80 นับจนถึงทุกวันนี้ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าในสไตล์ พวกเขาก็ยังคงทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนเพลงอยู่เรื่อยๆ Smear Campaign ยังคงเป็นงานที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและรุนแรง "Sink Fast, Let Go" และ "Freedom Is the Wage of Sin” คือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นพลังในการร้อง และดนตรีที่อัดอย่างไม่ยั้งมือ ทุกครั้งที่พวกเขากลับมาหรือทำงานซักชุดนั้นยังหมายถึงการกลับมาทวงบัลลังค์อย่างสมศักดิ์ศรี กระเดื่องคู่ที่พร้อมสับไปพร้อมกับริฟจากกีต้าร์ นั้นยังคงไว้สำหรับแฟนเพลงหนักกระโหลกตัวจริงเท่านั้น รับรองได้ว่าชื่อของ Napalm Death ยังคงเชื่อใจได้เสมอ





Artist :Bill Sharpe
Album : Close To My Heart
Style : Jazz
Label : Platinum

มือคีย์บอร์ดและเปียโนฝีมือดีและยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวง Shakatak ครั้งนี้กับงานชุดใหม่ที่ค่อนข้างเข้าขั้นว่าเยี่ยมทีเดียว แม้ว่าจะเป็นการนำเพลงเก่าๆของ Shakatak มาเล่นใหม่ก็ตาม แต่ก็เป็นอัลบั้มที่น่าฟังเพราะการนำมาเล่นใหม่ครั้งนี้เขานำมาเล่นด้วยการโซโล่เปียโนตัวเดียว และด้วยสำเนียงที่เล่นออกมาก็ค่อนข้างหนักไปทางแจ็สอย่างเต็มที่ เรียกว่า 12 เพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์แบบป็อปแจ็สอย่างที่เคยสมัผัสนั้นผลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เพลงอย่าง Invitation , Night Bird , Street Walkin , Dark Is The Night กลายเป็นแจ็สจากเปียโนตัวเดียวที่เล่นได้อย่างพริ้วและนุ่มนวล 12 เพลงในอัลบั้มชุดนี้บอกได้เลยครับว่าสามารถฟังได้อย่างเรื่อยๆ โดนไม่มีความรู้สึกน่าเบื่อ อีกทั้งยังสามารถขับกล่อมอารมณ์ได้อย่างดีอีกด้วย




Artist : Masato Honda
Album : Voice Of Elements
Style : Jazz
Label : Platinum

อดีตมือแซ็กจาก T –Square คนนี้ยังคงมีงานและโปรเจ็คต่างๆออกมาให้ฟังกันอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย งานชุดนี้ยังคงความเป็นฟิวชั่นแจ็สสำเนียงญี่ปุ่น วงครั้งนี้ประกอบด้วยกลอง ,เบส,แซ็ก และคีย์บอร์ด ที่เป็นตัวช่วยอุ้มซาวด์วงได้เป็นอย่างดี เขายังคงนำเสนอฟิวชั่นสนุกๆที่ผสมเอาแซมบ้ามาใช้อย่างที่ชอบทำ เมโลดีในหลายๆเพลงยังเป็นอะไรที่ฟังง่ายสำหรับคอเพลงฟิวชั่น หรือจะเป็นเรื่องของการอิมโพรไวส์ก็ตามแต่ก็เป็นเรื่องดี สำหรับเบสกับกลองที่ทำหน้าที่ริทึ่มในอัลบั้มชุดนี้ ดูเหมือนว่าจะมีความตั้งใจสูงในการพยายามดึงอารมณ์กับคนฟังในแง่ของริทึ่ม แต่แม้ว่าความนิยมในตัวของ Masato สำหรับคนเอเชีย จะมากเพียงใด เขาก็ยังน่าจะหาทางหลีกเลี่ยงสไตล์การเล่นแบบเดิมๆที่พอจะเดาแนวทางได้ อาจเป็นเพราสำเนียงความเป็นญี่ปุ่นด้วยส่วนหนึ่ง แต่หากใครที่ชอบแจ็สง่ายๆ สนุกๆ เมโลดีฟังง่าย อิมโพรไวส์สบาย ชื่อของ Masato Honda ยังคงไว้ใจได้เสมอครับ





Artist : Tony Bennett
Album : Duets An American Classic
Style : Jazz
Label : Sony BMG

อัลบั้มชุดใหม่จากศิลปินแจ็สรุ่นใหญ่ที่ครั้งนี้เขากลับมาพร้อมกับเพลงในแบบฉบับอเมริกันนิยม พร้อมกันนั้นยังเป็นการกลับมาโดยที่เขาพาเหล่าเพื่อนพ้องศิลปินมาร่วมแจมด้วย นับรายชื่อรวมแล้วก็ 20 คน 20 เพลงพอดี และแต่ละคนนั้นที่มาแจมบารมีในวงการดนตรีก็ไม่น้อยหน้าใครเลย ไม่ว่าจะเป็น Dixie Chicks , Barbara Streisand , James Taylor , Paul McCartney , Elton John , Bono , Sting และอีกคนที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็เข้ามารวมด้วยนั้นคือ Wang Leehom ในแต่ละเพลงนั้นยังคงความเป็นแจ็สไว้อย่างเต็มร้อย ที่แตกต่างก็คงเป็นเรื่องของการร้องที่ปล่อยเต็มที่ในแบบฉบับและสไตล์ของแต่ละคนเรียกว่าใครมีดีอะไรก็ใส่กันไม่ยั้ง อีกทั้งยังคงความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างเต็มที่ ภาคดนตรีที่เป็นแจ็สนั้นยังคงความละเมียดละไมด้วยองค์ประกอบของวงออเคสตร้าขนาดใหญ่ ส่วนเจ้าของงานนั้นไม่ต้องห่วงเรียกว่าเชื่อขนมยายได้เลย นับว่าเป็นงานแจ็สนุ่มๆที่น่าฟังอีกหนึ่งชุดในตอนนี้





Artist : Basement Jaxx
Album : Crazy Itch Radio
Style : Electronica
Label : Platinum

อัลบั้มชุดใหม่จากสองสิงห์อิเล็กทรอนิก Simon Ratcliffe และ Felix Buxton ทั้งคู่มาในแบบที่ไม่อาจคาดคิดได้กับเรื่องของซาวด์ที่เน้นไปที่อารมณ์สนุกมากกว่าการที่อัดด้วยบีทแบบอิเล็กทรอนิก้าร์แบบเดิมที่เคยสร้างไว้ ครั้งนี้พวกเขามาด้วยบีทเต้นรำและดนตรีแบบโซลฟั้งกี้และฮิปฮอป ซิงเกิ้ลอย่าง Hush Boy น่าจะเป็นเพลงที่ถูกใจขาปาร์ตี้ทั้งหลาย และอีกอย่างที่น่าสนใจกับอัลบั้มชุดนี้คือการวางคอนเซ็ปต์อัลบั้มคล้ายกับการนั่งฟังเพลงจากรายการวิทยุจากสถานีใดสถานีหนึ่ง โดยมีการแทรกเสียงพูดคล้ายดีเจเข้าไป และพยายามต่อเพลงด้วยฟิลที่สนุกและที่สำคัญดูเหมือนว่าเขาทั้งคู่กำลังสนใจบีทและดนตรีสไตล์แถมอินเดียอยู่พอตัว ดังนั้นก็เลยมีเพลงสไตล์นี้มาแทรกอยู่ในเพลงให้ฟังกันอยู่เป็นระยะๆ ว่าง่ายๆ Crazy Itch Radio ของ Basement Jaxx ชุดนี้มีไว้เพื่อคนชอบปาร์ตี้ไม่ว่าจะสนุกสุดเหวี่ยงหรือจะเป็นงานแบบชิลๆก็เยี่ยม




Artist : Arling & Cameron
Album : Hi-Fi Underground
Style : Electronica
Label : Small Room

คู่หูอีกหนึ่งคู่ในแนวอิเล็กทรอนิกที่น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับแฟนเพลงพวกเขาเป็นศิลปินจากฝั่งยุโรป*ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นเรื่องแปลกใจเลยว่าเพลงสไตล์นี้ที่พวกเขาทำอยู่นั้นจะเป็นงานที่จัดว่าอยู่ในขั้นมาตรีฐานที่ดีของแถบนั้น*โดยธรรมดาแล้วงานของเขาทั้งคู่เป็นการผสมผสานระหว่าง lounge/dance/pop พร้อมเสียงจากซินดิไซเซอร์เข้าด้วยกันไว้อย่างสมบูรณ์แบบ*แต่ก็ยังมีความเป็นดนตรีแบบป็อปอยู่พอตัว สิ่งหนึ่งที่พวกเขานำเสนอได้ดีก็คือเรื่องดนตรี และน่าจะเป็นงานที่เรียกว่าค่อนข้างครีเอทอย่างแรงทั้งการดิไซด์ซาวด์และการเลือกใช้เครื่องดนตรี*แต่มีข้อเสียอยู่นิดนึงตรงท่พวกเขาใช้ซินดิไซด์เซอร์มากเกินความจำเป็น งานอิเล็กทรอนิก้าร์จากฝั่งยุโรปนั้นเป็นงานที่ไว้ใจได้อยู่เสมอ*หากอยากอินเทรนด์ทางดนตรีงานชิลๆชุดนี้ก็คำตอบได้ดีเช่นกันครับ





Artist : Bob Dylan
Album : Modern Times
Style : Folk / Folk Rock
Label : Sony BMG

เมื่อศิลปินผู้ยิ่งใหญ่สไตล์โฟล์คนึกอยากสนุกขึ้นมาทำงานแบบโจ๊ะๆกับเขาบ้าง เลยกลายมาเป็นงานโฟล์คร็อกจังหวะจิ๊กโก๋ อัลบั้มขุดนี้สไตล์อย่างร็อก บลูหรือร็อกอะบิลลี่รวมถึงคันทรี่ร็อกจะมีให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม บรรยากาศคล้ายกับชาวอเมริกันตั้งวงดื่มเหล้า หลังเลิกงานในท้องทุ่ง แต่เป็นร็อกที่ไม่โฉ่งฉ่างกลับเต็มไปด้วยอารมณ์นุ่มลึกแบบศิลปินผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย หลายๆเพลงในอัลบั้มนี้พาย้อนยุคทำให้นึกถึงวงอย่าง Willie Dixon อยู่พอตัว เพลงหนักๆในสไตล์ร็อกที่เด่นเลยก็คงหนีไม่พ้น Thunder Of The Mountain ร็อกอะบิลลี่สมัยแรกเริ่ม ในอัลบั้มชุดนี้สิ่งที่อยากให้ฟังมากๆเลยก็คือ เพลงช้า ที่กล้าบอกได้เลยว่าทุกเพลงเพราะหมด ทั้งซาวด์และสไตล์ทุกอย่างลงตัว แม้จะเป็นการใช้ทางคอร์ดง่าย แต่ก็ยังทำให้นักฟังเพลงทั้งหลายชอบได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่างานชุดนี้จะเป็นอัลบั้มที่ฉีกไปจากแบบเดิมๆที่ Bob ทำไว้แต่รัยบรองว่างานที่ออกมาไม่มีคำว่าห่วยแน่ๆ





Artist : The Righteous Brothers
Album : Gold
Style : Pop
Label : Universal Music

อีกหนึ่งผลงานในซี่รี่ย์ Gold ครั้งนี้กับคู่หูในสไตล์ป็อปยุครุ่นบุกเบิก ยุคสมัยหนึ่งพวกเขาทั้งคู่นั้นโด่งดังไม่แพ้ใครเลย งานชุดนี้ยังเป็นคอนเซ็ปต์เดิมนั้นคือนำเพลงฮิตมารวมเอาไว้ ในซีดีสองแผ่นคู่ สำหรับคู่หูวงนี้กับเพลงที่รวมมาทั้งสิ้น 48 เพลงด้วยกัน เพลงดังๆยังคงมีให้ฟังไม่ว่าจะเป็น Unchained Melody , Just Once In My Life , (I Love You ) For Sentimental Reason , Georgia On My Mine , Only You (And You Alone) สำหรับใครที่อยากจะย้อนยุคไปสู่ต้นฉบับของเพลงป็อป The Righteous Brothers ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี





Artist : Various Artist
Album : The Number One All Times Hits @ Pub & Restaurant
Style : /////////
Label : Universal Music

งานเพลงสไตล์รวมฮิตยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับอัลบั้มชุดนี้ ที่รวมเอาเพลงที่นิยมเล่นและเปิดในผับต่างๆ งานนี้รวมเพลงเอาไว้ถึง 18 เพลง ก็ยังคงเป็นเพลงที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Zombie , I Will Survive , Bad Day , The Reason ,Kiss Me , Love Fool , More Than Word และอีกหลายเพลง แต่จุดสังเกตุนิดนึง หากใครที่เคยมีเพลงเหล่านี้แล้วก็ข้ามไปได้เลยครับ เพราะมันก็เป็นเวอร์ชั่นเดิมๆ แต่หากยังไม่เคยมัลบั้มรวมเพลงฮิตๆอย่างนี้ไว้ในครอบครอง อัลบั้มชุดนี้เป็นงานที่ดีมากชุดหนึ่งเลยครับ




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket