Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

 Music News :     ประจำวันที่ 3 พ.ย 05   3 พ.ย. 48    
ได้รับความเอื้อเฟื้อแผ่น CD จาก Universal Music, Warner Music, EMI, Sony BMG, Platinum, United Home Entertainment,Virtuoso, Smallroom, S.stack กีตาร์ไทยขอขอบพระคุณอย่างสูง


Artist : Thrice
Album : Vheissu
Style : Rock / Post Hardcore
Label : Universal Music

อัลบัมชุดใหม่จากวงที่เล่นได้หนักไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน พวกเขาเป็นเป็นวงดนตรี 4 ชีวิตที่นำสไตล์ร็อกแต่เอาบีทและความแรงแบบฮาร์ดคอร์ผสม ในส่วนของดนตรีนั้นพวกเขาทำได้หนักแน่นอย่างยิ่ง

Image Of Invisible เพลงที่เหมือนกับการขับรถที่ค่อยๆอุ่นเครื่องเพื่อรอการเร่งขึ้นให้เร็ว เช่นกันเริ่มต้นค่อยๆสร้างอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นมา Between The End And Where We Lie มาเป็นแบบอิเล็กทรอนิก้าร์ฟังแล้วเหมือน Linkin Park อยู่เหมือนกัน The Earth Will Shake และ For Miles เพลงช้าที่ออกมาโทนๆพวก Creed ครับ แต่ไม่เหมือนทั้งหมด Hold Fast Hope สำหรับผมแล้วพวกเขาควรหนักแน่นอย่างเพลงนี้ ที่เป็นฮาร์ดคอร์หรือพวกนิวเมตัลเต็มๆ Stand And Feel Your Worth เพลงช้าเหงาๆ ที่ดูลึกลับเอาการครับ ปิดท้ายด้วย Red Sky ซึ่งเป็นเพลงช้าอีกเพลง ประมาณฟิลของพวก Cold Play

พวกเขาน่าจะถูกจัดให้เข้ากับกลุ่มของเพลงอินดี้ เพราะดูจากการทำเพลงแล้วไม่ค่อยสนใจกับความเป็นไปของวงรอบข้างที่เกิดขึ้นมามากมาย ส่วนหนึ่งเขาทั้งสี่ก็มีไอเดียในการทำเพลงที่ดูเป็นสไตล์เฉพาะตัวอยู่แล้ว ดังนั้นกลุ่มแฟนเพลงที่ชอบเพลงที่ไม่ค่อยออกเป็นตลาฃดทั่วไปก็น่าจะลองอัลบัมชุดนี้ครับ

Track Lists
1. Image of the Invisible
2. Between the End and Where We Lie
3. Earth Will Shake
4. Atlantic
5. For Miles
6. Hold Fast Hope
7. Music Box
8. Like Moths to Flame
9. Of Dust and Nations
10. Stand and Feel Your Worth
11. Red Sky




Artist : Dew - Scented
Album : Issue VI
Style : Metal / Thrash
Label : Platinum

Dew – Scented วงดนตรีจากเมืองนาซีที่ใส่ไม่ยั้ง รับรองได้ว่าเต็มไปด้วยความมันส์อย่างยิ่ง ชื่อเสียงของเขากับคอเพลงหนักๆนั้นนับว่าอยู่ในชั้นแนวหน้าของวงการ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ไปเป็นงวเปิดให้กับ Slayer , Morbid Angle , Edge Of Sanity , Arch Enemy จนปัจจุบันนี้พวกเขาดังไปทั้วยุโรปแล้วครับ

งานเพลงของพวกเขานั้นเป็นแทรชที่หวดไม่ยั้ง Processing life กลองนำร่องขึ้นมาก่อนครับ เอาแบบสปีดที่เหนือมนุษย์ครับ ออกเมโลดิกเมตัลผสมอยู่ด้วยครับ กีต้าร์โซโล่แบบสุดๆ Turn To Ash ทั้งริฟและจังหวะนั้นสุดๆครับ The Prison Of Reason เปลี่ยนจังหวะลงมาหน่อยแต่ไม่ทิ้งห่างกันมาก ยังมันส์เหมือนเดิมแต่หน่วงขึ้น กีต้าร์ได้โชว์โซโล่มากขึ้น Conceptual End ต้องยกนิ้วให้มือกลองครับโชว์พลังที่เหนือมากๆ กระเดื่องคู่ที่สับไม่หยุด

อัลบัมชุดนี้จริงแล้วไม่อยากพูดอะไรที่มากมาย นักเพราะของอย่างนี้ต้องลิ้มรสเองครับถึงจะเข้าใจ เพราะในสายตาคนทั่วๆไปมักจะมองว่าไม่ว่ากี่เพลงต่อกี่เพลงมันก็ออกมาเหมือนๆกัน แต่จริงๆแล้วมันมีรายละเอียดมากกว่านั้นครับ ถ้าจะให้ดีต้องฟังเวลาเล่นสดแล้วจะรู้ว่าวงที่ฝึกกันอย่างหนักจะมีผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นไรครับ แต่ตอนนี้ผมรู้อย่างเดียวว่า ผมยกให้เป็นเบอร์ 2 รองจาก Pantera แล้วครับ

Track Lists
1. Processing Life
2. Rituals Of Time
3. Turn To Ash
4. Ruins Of Hope
5. Out Of The Self
6. The Prison Of Reason
7. Bled Dry
8. In Defeat
9. Never To Return
10. Vortex
11. Conceptual End
12. Evil Dead




Artist : Jamie Culum
Album : Catching Tales
Style : Jazz / Soul / Hip Hop
Label : Universal Music

นักร้องนักแต่งเพลงที่รักในดนตรีแจ็สรุ่นใหม่อีกคนที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆด้วยการนำเสนอไอเดียเท่ห์ๆ ในแบบคนรุ่นใหม่ที่นำดนตรีสไตล์อื่นๆมาผสมกับแจ็ส ซึ่งเราจะได้เห็นและฟังเขามาจากอัลบัมชุดแรกมาแล้ว ซึ่งเป็นอัลบัมที่ได้รับความสำเร็จและได้การตอบรับจากแฟนเพลงอย่างสูง

และการกลับมาในชุดนี้แค่พอรู้ว่าจะออกอัลบัมก็เป็นที่น่าสนใจของใครต่อใครอีกหลายๆคนแล้วครับ Get Your Way หลายคนคงจะได้เห็นมิวสิคตัวนี้กันไปแล้ว ซึ่งเจ๋งทีเดียวครับ เพลงนี้มีการเรียบเรียงเครื่องเป่าแบบ Big Band และกรู๊ฟแบบฮิพฮอพผสม London Skies มาเป็นป็อปสบายๆ Photograph เพลงจังหวะกลางๆ ที่เป็นป็อปแจ็สเสียงเปียโนนุ่มๆ I Only Have Eyes For You เพลงบัลลาดแจ็สยุคใหม่ Nothing I Do มาเป็นสวิงสนุกๆ Mind Trick คอนเท็มโพรารี่แจ็ส ที่มีโซลผสม หลายๆคนน่าจะชอบ I’m Glad There Is You บัลลาดเย็นๆ สบายๆ เหมาะกับการฟังก่อนนอน Oh God , 7 Days To Change Your Life บัลลาดที่มีสีสันของเครื่องดนตรีมากขึ้น โดยเฉพาะเสียงไลด์และเสียงไม้กลองแบบบรัช และเสียงเปียโนแบบเลาด์ Our Days Will Come มาเป็นแบบชิลล์ๆ มีกลิ่นไอแบบแซมบ้านิดๆ My Yard อะคูสติกเบาๆที่ออกสำเนียงบลูส์

การกลับมาในตครั้งนี้ของเขาไม่ทำให้แฟนเพลงต้องผิดหวังอย่างที่ตั้งใจรออย่างแน่นอน ทั้งงานเพลงและการเรียบเรียงที่ละเมียดละไมและความทันสมัย จึงเป็นอัลบัมที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

Track Lists
1. Get Your Way
2. London Skies
3. Photograph
4. I Only Have Eyes for You
5. Nothing I Do
6. Mind Trick
7. 21st Century Kid
8. I'm Glad There Is You
9. Oh God
10. Catch the Sun
11. 7 Days To Change Your Life
12. Our Day Will Come
13. Back To The Ground
14. My Yard




Artist : Les Paul
Album : Les Paul & Friends
Style : Blues / Rock
Label : EMI

อัลบัมชุดนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออย่างยิ่งที่จะได้มีโอกาสได้ฟังมือกีต้าร์ระดับตำนานอย่าง Les Paul อีกครั้งเมื่อตอนอายุย่างเข้า 90 จะจับกีต้าร์ขึ้นมาเล่นด้วยสำเนียงรุ่นใหญ่ และครั้งนี้ Les Paul ก็ไม่ได้มาเพียงคนเดียวเขายังพาเพื่อนฝูงในวงการอีกหลายๆคนมาร่วมแจมด้วย (ใช้คอนเซปต์เดียวกันกับ B.B.King )

ด้วยความที่เพื่อนฝูงหลากหลายสไตล์มาร่วมเล่นในชุดนี้จึงมีสไตล์ที่แตกต่างกันมากมาย Love Sneakin’ Up On You ที่มาแบบสำเนียงบลูส์ร็อกผสมโซลเพลงนี้ได้ Joss Stone และ Sting มาร่วมแจมครับ Joss Stone นั้นโชว์พลังได้อย่างยอดเยี่ยมส่วน Sting นั้นแทบไม่ต้องพูดถึงเลยครับ Rock & Roll,Hoochie Koo เป็นเพลงที่น่าฟังอย่างยิ่งเพราะได้มือกีต้าร์รุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Kenny Wayne Shepherd และ Edgar Winter และ Noah Hunt มาร่วมแจม ตัวเพลงจะออกไปทาง Kenny Wayne Shepherd ทำอยู่ ฟังโซโล่แล้วชวนให้นึกถึง Stevie Ray Vaughn อย่างแรง Somebody Ease My Troublin’Mind เพลงสโลว์บลูส์ที่ได้อารมณ์อย่างสุดๆ งานนี้ได้มือกีต้าร์รุ่นใหญ่มารวมส่งสำเนียง Slow Hand อย่าง Eric Clapton ทั้งสำเนียงและวิธีโซโล่หายห่วงครับ How High The Moon เพลงแสตนดาร์ดแจ็สที่นำมาเล่นใหม่ออกเป็นฮิพฮอพนิดๆ (Ain’t That) Good News มาในบรรยากาสแบบ blues glass เล่นโดย Jeff Beck เพลงต่อมา Let Me Roll It ความรู้สึกของเพลงนี้มันคือ Bon Jovi ดีๆนี่เอง และยังได้ Richie Sambora มาเล่น Caravan เพลงแสตนดาร์ดอีกเพลงที่งานนี้ Les Paul ลงมาเล่นเองครับ Good Morning , Little Schoolgirl เพลงบลูส์โจ๊ะๆ ที่ได้ Buddy Guy และ Keith Richard มาร่วมแจม

อัลบัมชุดนี้น่าจะเป็นอีกชุดดที่น่าฟังอย่างมาก ทั้งเรื่องของฝีมือของ Les Paul ที่นอกจะมีความสามารถในการออกแบบกีต้าร์ทรง Les Paul ที่เป็นที่นิยมไปแล้วทั่วบ้านทั่วเมืองตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันและอนาคต เขาก็ยังไว้ลวดลายของรุ่นใหญ่วัย 90 ได้เป็นอย่างดี

Track Lists
1. Intro
2. Love Sneakin' Up On You - Sting & Joss Stone
3. Rock and Roll Hoochie Koo - Kenny Wayne Shepherd & Edgar Winter
4. Somebody Ease My Troublin' Mind - Eric Clapton & Sam Cooke
5. So Into You - Peter Frampton
6. How High The Moon - Les Paul & Alsou
7. Bad Case Of Lovin' You - Billy Gibbons (of ZZ Top)
8. I Wanna Know You - Neal Schon & Beth Hart
9. Good News - Jeff Beck & Sam Cooke
10. Let Me Roll It - Richie Sambora
11. Caravan - Les Paul
12. Good Morning Little Schoolgirl - Buddy Guy, Keith Richards, Rick Derringer
13. All I Want Is You - Johnny Rzeznik (of Goo Goo Dolls)
14. 69 Freedom Special - Les Paul & Friends All Star Jam
15. Fly Like An Eagle (2005) - Steve Miller
16. I Love You More Than You'll Ever Know - Joe Perry & Mick Hucknall (of Simply Red)




Artist : Shirley Horn
Album : But Beautiful The Best Of Shirley Horn
Style : Jazz
Label : Universal Music

นักร้องในสายของแสตนด์ดาร์ดแจ็สถ้านับไล่ลงมาจาก Billy Holiday ,Sarah Vaughan หรือ Ella Fitzgerald ที่จะเห็นแววว่าสืบต่อเจตนารมณ์ทางสายนี้ได้ดีก็น่าจะมีชื่อของ Shirley Horn อย่างแน่นอน

งานเพลงชุดนี้เป็นงานที่รวบรวมเพลงเยี่ยมๆไว้ถึง 14 เพลง โดยที่ 11 เพลงจะเป็นเพลงเก่าทั้งสิ้นและอีกสามเพลงนับต่อไป จะเป็นโบนัสพิเศษเป็นเพลงที่ได้บันทึกเสียงมากจากการแสดงสดที่ Au Bar เมื่อเดือนมกราคมปี 2005 ซึ่งงานนี้ได้ Ed Howard มาเล่นเบส ,Roy Hargove เล่นทัมเป็ต , Steve William เล่นกลองและ George Mesterhazy เล่นกีต้าร์และเธอเองในหน้าที่ร้องนำและเปียโน ทุกอย่างออกมายอดเยี่ยมและลงตัวมาก

งานนี้ในส่วนของร่วมเพลงมีเพลงที่นับว่าเป็นเพลงพเศษที่รับรองได้ว่าหาฟังยากแน่นอนนั้นคือเพลง You Won’t Forget Me ความพิเศษอยู่ที่มี Miles Davis มาเล่นทรัมเป็ตให้ด้วย ซึ่งไม่มีทางจะหาฟังได้จากที่ไหนอีกแล้ว ผมว่าเพลงนี้นับว่าเป็นเพลงที่มีค่าและความหมายอย่างยิ่งสำหรับคนแจ็ส เพลงทั้งหมดในชุดนี้ต่างได้บอกรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนว่ามีใครเล่นในตำแหน่งอะไรและนำมาจากอัลบัมชุดไหนบ้าง อัลบัมชุดนี้สำหรับคอแจ็สจัดว่าเป็นชุดที่น่าฟังอย่างยิ่ง

Track Lists
1. I Just Found Out About Love
2. You Won't Forget Me
3. You Don't Know Me
4. The Great City
5. Fever
6. If You Love Me
7. A Time For Love
8. Come Dance With Me
9. Nice 'N' Easy
10. But Beautiful
11. Here's To Life
12. Jelly, Jelly
13. Loads Of Love
14. I Didn't Know What Time It Was




Artist : Will Downing
Album : Soul Symphony
Style : Contemporary Jazz / R&B / Soul
Label : Universal Music

งานเพลงในสายแจ็สที่เป็นพวกสมูธแจ็สหรือคอนเท็มโพรารี่แจ็สนั้นก็คงหนีไม่พ้นงานที่ออกมาจากค่าย GRP อย่างแน่นอน และอัลบัมชุดนี้ก็เป็นผลผลิตจากค่ายนี้เช่นกัน งานเพลงในชุดนี้มาแบบในบรรยากาศที่สุดแสนจะสบายอย่างยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟ กับเพลงแจ็สนุ่มๆที่มีการผสมเอาโซลและอาร์แอนด์บีเข้าไป

Will Downing นักร้องผิวดำที่มาพร้อมกับเสียงร้องนุ่มๆตามแบบคนดำที่ร้องโซล อย่าง Baby Face เป็นต้น Put Me On เพลงสบายๆแบบอาร์แอนด์บี ซาวด์ช่างชวนให้รู้สึกลอยละล่องจริงๆ Soul Steppin เพลงจังหวะโซลผสมฟังกี้อ่อนๆพอที่จะขยับแข็งขาได้ Crazy Love , Make Time For Love , Super Star สามเพลงโซลอาร์แอนด์บีที่จังหวะเนิบๆชานหลับสบาย A Promise เพลงช้าเหงาๆที่น่าเอาไว้ฟังในยามดึก Heart Of Mind โซลนุ่มๆที่เอาไว้ปิดท้ายอัลบัม

งานเพลงชุดนี้เป็นงานที่เต็มไปด้วยซาวด์และเสียงร้องที่ช่างละเมียดละไมอย่างยิ่ง แม้ว่าขจะไม่มีโซโล่หรืออะไรที่หวือหวาแต่เพียงแค่เสียงร้องเพราะๆก็สุดยอดแล้วครับ ยิ่งฟังแบบช่วงเวลาที่รถติดหรือต้องการที่จะหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองและอยากอยู่เงียบกับเพลงเพราะๆในยามค่ำคืนอัลบัมชุดนี้ทำหน้าที่นั้นได้ดีครับ

Track Lists
1. Put Me On
2. Crazy Love
3. What's It Gonna be
4. A Promise
5. Make Time For Love
6. Soul Steppin'
7. Will Still Loves You
8. Superstar
9. Heart Of Mine




Artist : Stevie Wonder
Album : A Love Time For You
Style : R&B / Soul
Label : Universal Music

อัลบัมชุดใหม่ของศิลปินอัจฉริยะอีกคนของวงการเพลงโซล ชุดนี้กลิ่นไอแห่งเพลงโซลยังคงตลบอบอวล เพื่อไม่เป็นการที่ดูเอาเปรียบแฟนเพลงมากเกินไปอัลบัมชุดนี้จึงอัดแน่นไปด้วยเพลงถึง 15 เพลงด้วยกัน

If Your Love Can’t Not Be Moved เพลงโซลที่ออกเป็นแขกๆหน่อย มี Kim Burrell มาร่วมแจมด้วย Moon Blue เพลงช้าที่เรียบเรียงเสียงประสานได้เยี่ยมมาก From The Bottom Of My Heart มาแล้วครับเพลงสไตล์โซลเพราะๆ หวานๆในแบบ Stevie Wonder จริงๆ เมโลดีโดนใจคนฟังอย่างยิ่ง How Will I Know เพลงช้าที่มาแบบบัลลาดแจ็ส มีนักร้องสาวอย่าง Arisha Morris มาร่วมร้องด้วย และ True Love อีกเพลงที่เป็นแจ็สนุ่มๆ My Love Is On Fire อัพจังหวะขึ้นมาเป็นฟังกี้อ่อน เท่ห์ทีเดียวครับทั้งจะหวะและทางคอร์ด ไม่ซับซ้อนแต่ดูดี รวมถึง Tell Your Heart I Love You , So What The Fuss , Positive สามพลงที่ยังคงจังหวะของฟังกี้เอาไว้ ให้ขยับโยกย้ายกันมันส์ Can’t Imagine Love Without You โซลเย็นๆแบบสัญลักษณ์ของโมทาวด์ A Time To Love โซลที่ออกแบบแขกๆอีกแล้วครับ มีทั้งเพอคัสชั่นและเสียงประสานที่เข้ามาตลอดเวลา และยังมีความยาวถึง 9 นาทีกว่า

สิ่งสำคัญที่ตัว Stevie Wonder มีก็คือมาตรฐานที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นศิลปินอีกหนึ่งท่านที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน Stevie Wonder ก็ไม่เคยรู้จักกับคำว่าออกอัลบัมมาแล้วจะไม่มีคนฟัง เช่นเดียวกับอัลบัมชุดนี้ที่คอเพลงโซลย่อมไม่น่าพลาดฝีมือเขาอย่างแน่

Track Lists
1. If Your Love Cannot Be Moved
2. Sweetest Somebody I Know
3. Moon Blue
4. From the Bottom of My Heart
5. Please Don't Hurt My Baby
6. How Will I Know
7. My Love Is On Fire
8. Passionate Raindrops
9. Tell Your Heart I Love You
10. True Love
11. Shelter In the Rain
12. So What The Fuss
13. Can't Imagine Love Without You
14. Positivity
15. A Time To Love




Artist : The Cardigans
Album : Super Extra Gravity
Style : Pop Rock
Label : Universal Music

วงดนตรีป็อปร็อกจากสวีเดนที่เคยสร้างความโด่งดังอย่างมากกับเพลงประกอบหนังภาพยนตร์เรื่อง Romeo & Juliet นั่นคือเพลง Love Fool และหลังจากนั้นทั้งวงก็หายหน้าหายตาไปจากวงการนานพอสมควร และเมื่อกลับมาครั้งนี้ก็น่าจะเป็นฤกษ์ดีสำหรับแฟนเพลง

Losing A Friend อินโทรเริ่มมาพร้อมกับทางคอร์ดที่คุ้นกันเป็นอย่างดี ทั้งเสียงของเอฟเฟ็กและซาวด์ที่เข้ามาใช้อย่างมากมาย เมโลดีออกไปทาง The Beatles อย่างชัดเจน God Spell โมเดิร์นร็อกในแบบของ The Cardigans เมโลดีง่ายๆชัดเจนและติดหู Overload เพลงช้าที่มาเป็นจังหวะชัตเฟิล I Need Some Fine Wine And You , You Need To Be Nicer เร่งจังหวะสนุกขึ้นมา ตัวเพลงน่ารักแบบป็อป Good Morning Joan เพลงช้าเท่ห์ที่พวกเขาถนัดอย่างยิ่ง มีความเป็นโฟล์กเยอะพอสมควร

เพลงส่วนใหญ่ในอัลบัมชุดนี้ออกจะเป็นเพลงในจังหวะกลางๆอย่างที่พวกเขาชอบทำเป็นอย่างยิ่ง อาจจะไม่มีเพลงที่ออกมาแบบตูมเดียวอย่าง Love Fool แต่มาตรฐานที่เคยได้สร้างไว้ก็ยังอยู่ในชุดนี้อย่างแน่นอน ฉะนั้นคอเพลงในแนวป็อปที่ต้องการอะไรพิเศษมากกว่าป้อทั่วๆไปอัลบัมชุดนี้มีให้ฟังครับ

Track Lists
1. Losing A Friend
2. Godspel
3. Drip Drop Teardrop
4. Overload
5. I Need Some Fine Wine And You, You Need To Be Nicer
6. Don't Blame Your Daughter (Diamonds)
7. Little Black Cloud
8. In The Round
9. Holy Love
10. Good Morning Joan
11. And Then You Kissed Me




Artist : Robbie Williams
Album : Intensive Care
Style : Pop Rock
Label : EMI

หลังจากที่หายหน้าไปจากวงการดนตรีพอสมควรเขาก็กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมกับมาดกวนๆที่เป็นเอกลักษณ์ แต่การกลับมาครั้งนี้จากที่ฟังผ่านเสียงเพลงในชุดดูท่าจะมีอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไปมากมาย ทั้งดนตรีที่เคยสนุกกลับกลายเป็นดนตรีที่นุ่มขึ้นและเต็มไปด้วยรายละเอียดของดนตรีที่ประณีตมากขึ้น ทั้งเครื่องสาย,เสียงซินท์ดิไซเซอร์,ลูปกลอง,เครื่องเป่าที่มาจากคีย์บอร์ด เป็นต้น

Tripping เพลงที่มีจังหวะอยู่บนพื้นฐานของเร็กเก้ ช่วงกลางมีเปลี่ยนจังหวะเป็นแซมบ้าเล็กน้อย Make Me Pure เพลงช้าในแบบที่เขาถนัด มีกลิ่นไอของโฟล์คและเสียงประสานที่เพราะด้วยครับ Your Grey Friend มาเป็นโมเดิร์นร็อก Random Acts Of Kindness เพลงแบบ Let Love Be Energy ซึ่งเป็นงานเก่าของเขา น่าจะเป็นเพลงฮิตอีกหนึ่งเพลงของชุดนี้ A Place To Clash เพลงเร็วที่ออกบลุส์ร็อกนิดๆ King Of Broke And Bird เพลงช้าเหงาๆที่มีความยาวรวม 6 นาที ซึ่งรวมเอาเสียงดนตรีบรรเลงไว้ราวๆสองนาที

การกลับมาครั้งนี้ทุกอย่างดูเหนือชั้นกับวัยที่มากขึ้น แนวความคิดในการทำงานเพลงที่เก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดี สำหรับแฟนเพลงเดิมๆไม่น่าผิดหวังกับตัวเขาอย่างแน่นอนครับ

Track Lists
1. Ghosts
2. Tripping
3. Make Me Pure
4. Spread Your Wings
5. Advertising Space
6. Pleasa Don't Die
7. Your Gay Friend
8. Sin Sin Sin
9. Random Acts Of Kindness
10. The Trouble With Me
11. a Place To Crash
12. King Of Bloke And Brid




Artist : Brie Larson
Album : Finally Out Of P.E
Style : Pop
Label : Universal Music

เห็นหน้าปกก็คงพอจะเดากันได้ถูกว่าเธอคนนี้จะมากับแนวเพลงสไตล์ไหน ภาพรวมทั้งหมดที่สื่อออกทางปกนั้นหนีไม่พ้นป็อปอย่างแน่นอน อัลบัมของเธอนั้นออกเป็นป็อปที่ติดกลิ่นไอของร็อกเข้าไปเสริมให้บรรยากาศพอสนุกสนานขึ้น

Life After You เพลงแรกเปิดอัลบัม ถือว่าเป็นเพลงที่ดีอีกหนึ่งเพลงและเข้าขั้นมาตรฐานของเพลงในแนวนี้ที่เน้นไปที่ท่อนฮุคเป็นหลัก Done With Like เพลงสนุกๆอีกเพลงออกเป็นพังก์นิดๆ และ Finally Out Of P.E ที่ออกเป็นอัลเทอเนทีพขึ้นมาหน่อย Shoebox เพลงจังหวะกลางๆ เพลงประมาณพวกประกอบหนังวัยรุ่นอเมริกัน She Shall Remain Nameless เริ่มต้นดนตรีเป็นพังก์แต่วิธีการร้องยังเป็นป็อป Falling Into History , Go Goodbye และ Ugly สามเพลงช้าที่น่าจะโดนสำหรับวัยโจ๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลงสุดท้าย ที่ลงตัวอย่างยิ่ง She Said เพลงจังหวะเรื่อยๆ หรือกลางๆนั่นเอง เอาไว้ฟังคั่นเวลา Hope Has Wings เพลงพิเศษที่แถมมาแต่ดูท่าจะน่าเป็นเพลงฮิตมากกว่าเพลงในอัลบัมซะอีก เพราะทั้งเมโลดีและดนตรีลงตัวมากๆ

อัลบัมชุดนี้ภาพรวมทั้งหมดนั้นออกมาเหมือนกับอัลบัมที่เหมาะกับพวกวัยรุ่นของอเมริกาที่ยังอยู่ในช่วงไฮสคูลหรือหากเทียบกับบ้านเราก็คงพวกเด็กเซ็นเตอร์พอยด์ที่ไม่หลงงมงายในเพลงป็อปไทยๆที่หลอกเด็ก เพราะอัลบัมชุดนี้น่าจะเหนือกว่าเยอะครับ

Track Lists
1. Life After You
2. Whatever
3. Shoebox
4. Falling Into History
5. Done With Like
6. Loser In Me
7. Finally Out of P.E.
8. She Shall Remain Nameless
9. She Said
10. Invisible Girl
11. Go Goodbye
12. Ugly
13. Hope Has Wings




Artist : Rev Run
Album : Distortion
Style : Hip Hop
Label : Universal Music

Rev Run ศิลปินฮิพฮอพอีกหนึ่งคนที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะวิธีร้องของเขานั้นร้องได้มันส์มากอีกคน ทั้งสำเนียงที่ร้องแบบเหล่าบรรดาแก็งสเตอร์ทั้งหลาย การมาในครั้งนี้มาแบบเป็นท่านเคาต์แห่งประสาทอะไรซักอย่าง แต่ดูแล้วตลกไม่น้อย

อัลบัมชุดนี้นับว่าเป็นความโชคดีของคอเพลงฮิพฮอพอย่างยิ่งเพราะว่า พี่เขามีเนื้อเพลงมาให้ด้วย ซึ่งนับว่าน้อยมากกับเพลงแนวนี้ ดนตรีในชุดนี้มีหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นฮิพฮอพ,อิเล็กทรอนิก้าร์,ดรัมแอนด์เบสรวมไปถึงกึ่งฮาร์ดคอร์เช่นเพลง The Way และ Distortion ที่ฟังแล้วเป็นน้องๆ Rage Against The Machine อ่อนๆครับ โดยเฉพาะเพลงหลังครับ

ถ้าไม่เป็นการเชียร์จนออกนอกหน้านอกตาจนเกินไปผมว่าอัลบัมชุดนี้เป็นฮิพฮอพที่เยี่ยมที่เดียวครับ ทั้งในแง่ของสำเนียงและดนตรี ฟังแล้วจะทำให้เกิดอาการมันส์กับวิธีการร้องอย่างสุดยอดครับ

Track Lists
1. I Used To Think I Was Run
2. Home Sweet Home
3. Boom Ditty
4. Breaktime
5. High and Mighty Joe
6. The Way
7. Don’t Stop Y’all
8. Mind On The Road
9. Take A Tour




Artist : Ashlee Simpson
Album : I Am me
Style : Pop Rock
Label : Universal Music

ศิลปินสาวอีกหนึ่งคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าดำเนินตามรอยทางของ Avri Lavigne สาวพังก์ร็อกที่เป็นขวัญใจแก่นขาโจ๋ทั้งหลาย แล้วด้วยความที่เธอเป็นน้องสาวของ Jessica Simpson ผู้พี่ซึ่งโด่งดังพอสมควร เลยเป็นที่หลายๆต้องจับตามองเป็นพิเศษว่างานนี้เข้าวงการมาได้เพราะความสามารถหรือว่าเส้นของพี่สาว

อัลบัมชุดแรกที่เคยออกมานั้นสามารถเป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าที่ยืนอยู่จุดนี้เพราะความสามารถในอย่างที่เธอเป็น และการกลับมาในครั้งนี้กับอัลบัมชุดที่สองเธอก็มาพร้อมสไตล์เพลงป็อปที่เน้นร็อกมากขึ้น

Boyfriend เพลงเร็วที่ออกพังก์และอัลเทอเนทีพ In Another Life ผ่อนจังหวะลงมาหน่อยแพ็ทเทิร์นของกลองทำให้เพลงดูหนักแน่นขึ้น เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงขายของเธออย่างแน่นอน และด้วยส่วนตัวผมแล้วกลับคิดว่าเธอเหมาะกับเพลงจังหวะประมาณนี้มากกว่า Beautifully Broken เพลงช้าที่มาตามสูตรของการวางเพลงในอัลบัม เอาใจวัยรุ่นกันน่าดูเหมือนกันครับ Coming Back For More กับเร็วอีกครั้ง น่าจะติดชาร์ตเพลงได้ไม่ยาก ทางคอร์ดออกเป็นกรันนิดๆ พร้อมให้โดดกันในท่อนฮุค Catch me When I Fall เพลงช้าที่ฉีกแนวในชุดนี้ไปเยอะเหมือนกัน เพราะจากที่ใช้เสียงแตกของเอฟเฟคผ่านกีต้าร์มาตลอด เปลี่ยนมาเป็นเปียโนนุ่มๆเป็นหลัก และ Say Goodbye ซึ่งเป็นเพลงช้าอีกเพลง ที่แตกต่างกันแต่ยังไม่มากเท่า กลับมาที่ Kicking And Screaming ร็อกที่หนักขึ้นมาน่าจะเป็นเพลงที่หนักที่สุดในอัลบัมแล้วครับ ร้องยังเป็นสำเนียงแบบพั้งก์ๆ ถ้าใส่เสียงซินท์ให้มากกว่านี้เป็นอินดัสเทรียลได้สบายๆครับ

ครั้งนี้กับอัลบัมที่น่าจะเป็นร็อกที่จัดจ้านมากขึ้นอย่างน้อยๆก็มากกว่าศิลปินอีกหลายๆคนที่มาในแนวร็อกไฮสคูล และในชุดนี้เธอน่าจะเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น หากถ้าตามมุมมองของสไตล์นี้เธอทำได้ไม่แพ้ Avri Lavigne อย่างที่หลายๆคนมักจะเอาเธอไปเปรียบ

Track Lists
1. Boyfriend
2. In Another Life
3. Beautifully Broken
4. L.O.V.E.
5. Coming Back for More
6. Dancing Alone
7. Burnin Up
8. Catch Me When I Fall
9. I Am Me
10. Eyes Wide Open
11. Say Goodbye




Artist : Anggun
Album : Luminescence
Style : Pop / Electronica / World Music
Label : Universal Music

เป็นศิลปินอีกคนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง หากมองแบบผิวเผินเธออาจจะดูเหมือนศิลปินหญิงที่มาแบบฮิพฮอพอย่างที่ศิลปินยุคใหม่ชอบทำกัน แต่ถ้าลองได้ฟังงานของเธอแล้วไม่ใช่อย่างแน่นอนครับ เธอสร้างชื่อได้ระดับหนึ่งจากการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Transporting และจากอัลบัมชุดที่ผ่านมา
เธอเป็นนักร้องสาวสัญชาติอินโดครับงานเพลงของเธอมีความเป็นเวิลล์มิวสิกและอิเล็กทรอนิก้าผสมอยู่ อัลบัมชุดนี้เธอเหมาหน้าที่เขียนเนื้อร้องทั้งหมด และเสียงร้องและวิธีการร้องและสำเนียงของเธอนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เธอร้องได้แข็งแรงมาก สำเนียงการร้องเพลงของเธอนั้นอยากให้นึกถึงคุณริกศิลปินอีกคนของบ้านเราที่โกอินเตอร์ได้อย่างสบายๆ เธอร้องใกล้เคียงกันนั้นแหละครับ หลายๆเพลงเธอใช้วิธีร้องแบบมีสำเนียงแขกเช่นนี้ผสมด้วย

In Your mind เพลงเร็วที่ออกเป็นฮิพฮอพ รับรองว่าเหมือนกับศิลปินฮิพฮอพคนอื่นๆครับ Undress Me เพลงช้าที่ไม่ต้องใช้คำให้มากมายเพียงแต่ทำท่อนฮุคให้ดีก็พอแล้ว เพราะเมโลดีและดนตรีส่งมาให้ดีอยู่แล้ว มีความเป็นเวิล์ลมิวสิคผสมอยู่ด้วย Breath In Water เพลงช้าอีกเพลงที่เป็นเพลงฮิตแน่ๆครับ ไม่มีคำพูดไหนจะอธิบายได้ แต่ด้วยสัญชาตญาณบอกว่าเป็นเพลงฮิตอย่างแน่ ตัวเพลงมีบรรยากาศของเอเชียอย่างเต็มที่ Captivity และ Saviour เพลงนี้ฉีกแนวไปทางพวกเฮ้าร์ลอยๆ โดยเฉพาะเพลงหลังที่ท่อนฮุคเธอร้องได้เยี่ยมมากๆ ร้องแบบสำเนียงที่ริกร้องเลยครับ Painted เพลงสูตรอีกหนึ่งเพลงที่ทำออกมาได้เท่ห์ทีเดียวครับ นอกจากเพลงที่มีในอัลบัมแล้วสำหรับชุดนี้มีโบนัสแทร็คมาให้ฟังกันอีกถึง 5 เพลง โดยที่มีสามเพลงนั้นคือ เพลง Saviour ที่มาในแบบสามเวอร์ชั่นและร้องเป็นภาษาฝรั่งเศสโดยใช้ชื่อเพลงว่า Mantra และเพลง In Your Mind ที่เป็นเวอร์ชั่นรีมิกซ์

Anggun เป็นศิลปินอีกหนึ่งคนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งด้วยวิธีการเขียนเพลงและวิธีที่ร้องเพลงที่ไม่เป็นการร้องแบบหลอกเด็กอย่างแน่นอน ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าคนฟังจะยอมรับเธอมากน้อยแค่ไหนถ้าไม่มีการโปรโมตศิลปินอย่างที่บ้านเราชอบทำกัน

Track Lists
1. In Your Mind
2. Undress Me
3. Evil And Angel
4. Breathe In Water
5. Saviour
6. Surrender
7. Captivity
8. Cover
9. Something Sublime
10. Devil In My Mind
11. Painted
12. Human
13. Go

Exclusive Bonus Tracks
14. Mantra (Single Version)
15. Mantra ( A Capella Version)
16. Mantra ( Instrumental)
17. In Your Mind ( Indian Remix)
18. In Your Mind (FBcool Extended Club Mix)




Artist : Various Artist
Album : Incredible India
Style : World Music
Label : Universal Music

อัลบัมชุดนี้หากตามความคิดผมแล้วนับว่าเป็นงานอีกหนึ่งชุดที่น่าฟังเอามากๆ แต่ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่ามันอาจจะออกน่าเบื่อไปซักหน่อยสำหรับคนที่พึ่งจะเริ่มหันมาฟังเพลงในแนวอื่นๆที่ไม่ใช่อย่างที่ตัวเองฟังอยู่เป็นประจำ เพราะมันค่อนข้างต้องใช้สมาธิฟังมากพอสมควร เช่นเดียวกับแจ็ส

อัลบัมชุดนี้ไม่มีความหวือหวาแต่อย่างใดแต่เป็นการขายอารมณ์ของการเล่นและการสื่อความหมายของแต่ละเพลงและผู้เล่นในแต่ละคนด้วย เพลงทั้งหมดทั้ง 14 เป็นเพลงที่รวมจากศิลปินในอินเดียหมดครับ เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากสำหรับผู้ที่เริ่มต้นฟัง แต่รับรองได้ว่าเหล่าบรรดาคนที่เล่นเครื่องเสียงหรือว่าคอเพลงเวิล์ลมิวสิคยิ้มไม่หยุดแน่ครับเมื่อเจออัลบัมชุดนี้ ยิ่งคุณจะได้ฟังศิลปินชั้นนำจากอินเดีย

สาเหตุนั้นก็เพราะตัวเพลงมันมักจะมีรายละเอียดที่ซ่อนอยู่มากมายอย่างที่เครื่องเสียงธรรมดาไม่สามารถขับมันออกมาได้ เพราะฉะนั้นการฟังเพลงเหล่านี้เมื่อได้เจอเครื่องเสียงดีและ เจอคนฟังที่ชอบจริงๆนับว่าเป็นชุดที่สุดยอดมาก หรือไม่อย่างนั้นหากคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงประกอบหนังจำพวกที่เป็นเพลงสกอร์หนัง อัลบัมชุดนี้ก็เจ๋งเช่นกัน

การฟังเพลงในชุดนี้ค่อนข้างที่จะต้องปล่อยอารมณ์ในการฟังในแต่ละเพลง เพราะตัวผู้เล่นจะค่อยๆสร้างอารมณ์ในการเล่นออกมาที่ละนิด ดังนั้นจากการฟังชุดนี้ค่อนข้างจะเป็นอารมณ์แบบผ่อนคลายในแบบบรรยากาศของเวิล์ลมิวสิคแบบอินเดีย,บรรยากาศชิลเอาด์สบายๆและเพอคัสชั่นและเสียงซีต้าร์ และรับรองได้ว่าอัลบัมชุดนี้สามารถดึงคุณเข้าสู่อีกหนึ่งมิติของดนตรีได้อย่างสบายๆ เพียงแต่คุณอาจจะต้องใช้สมาธิและอารมณ์ในการฟังที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิม




Artist : Various Artist
Album : Hip Hop Sexy Girls Collection
Style : Hip Hop
Label : Universal Music

หลังจากที่พิจารณาและพินิจเพ่งหน้าปกอัลบัมชุดนี้แล้วชาวหวาดเสียงทีเดียว หากดูผิดอาจจะเข้าจะว่าเป็นหนังอะไรแน่ๆ เพราะมันช่างเรียกความสนใจได้ไม่น้อยทีเดียวครับ แต่จริงๆแล้วอัลบัมชุดนี้เป็นงานรวมเพลงที่นำสาวๆที่เป็น Girl Next Door ของนิตยสาร FHM ทั้ง 8 และดร.เลิพ หากใครที่ได้อ่านนิตยสารเล่มนี้จะรู้จักเป็นอย่างดี และอีกคนที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ดร.ปกรณ์ ตันศิริที่มาร่วมมานั่งคัดเพลงสไตล์ฮิพฮอพที่พวกเขาและเธอชอบทั้งหลาย มาคนละ 2 เพลง

เพลงส่วนใหญ่นั้นจะเป็นฮิพฮอพรุ่นใหม่ทันสมัยซึ่งรวมมาด้วยกันทั้งสิ้น 20 เพลงด้วยกัน และในปกอัลบัมนั้นยังมีเหตุผลว่าทำไม่พวกเธอเหล่านั้นต่างเลือกเพลงพวกนี้ อัลบัมชุดนี้หากพูดตามความจริงแล้วก็คือคุ้มค่าพอตัวเลยครับเพราะศิลปินแต่ละคนนั้นอยู่ชั้นแนวหน้าทั้งนั้น เรียกว่านอกจากจะได้ฟังเพลงดีๆแล้วยังได้ของแถมเป็นรูปสาวๆที่อยู่ข้างในด้วยครับ

Track Lists
1. Gwen Stefani - Hollaback Girl
2. Will Smith - Switch
3. Memphis Bleek - Like That
4. Nelly - N Day Say
5. Bobby Valentino - Slow Down
6. Baby Bash Feat. Akon - Baby I'm Back
7. Beyonce - Naughty Girl
8. Jamelia - Superstar
9. Mary J. Blige - Family Affair
10. Kelis - Milkshake
11. LL Cool J - Move Somethin
12. Ludacris - Get Back
13. Ja Rule Feat. Lloyd - Caught Up
14. Lloyd Feat. Ashanti - Southside
15. Cam' Ron Feat. Mona Lisa - Girls
16. Destiny's Child - Independent Woman Part.1
17. Christina Milian Feat. Wil Pan - Dip It Low
18. Nitty - Nasty Girl
19. Chingy - Balla Baby
20. 50 Cent Feat. Nate Dogg - 21 Questions




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket