Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 BuyerBook
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

 Music News :     ประจำวันที่ 2 มิ.ย. 05   2 มิ.ย. 48    
ได้รับความเอื้อเฟื้อแผ่น CD จาก Universal Music, Warner Music, EMI, Sony BMG, Platinum, United Home Entertainment,Virtuoso, Smallroom, S.stack กีตาร์ไทยขอขอบพระคุณอย่างสูง


CD + DVD
Artist : Air Supply
Album : The Very Best Of
Style : Pop / Easy Listening
Label : Sony BMG
Air Supply เป็นวงดนตรีอีกหนึ่งวงที่มีประวัติทางดนตรียาวนานมากๆ ทั้งในส่วนของอัลบัมไม่ว่าจะเป็นอัลบัมเต็มหรือรวมฮิตก็ตาม ขอบอกเลยครับว่าเยอะมาก รวมทั้งอัลบัมชุดนี้ที่เป็นอะไรที่น่าเก็บสะสมเป็นอย่างยิ่ง นั้นก็เพราะเหตุผลเดียวครับคือ มันเป็น Limited Edition มันมีจำนวนจำกัดนั่นเอง
อัลบัมชุดนี้ทำออกมาเป็นกล่องครับประกอบด้วยซีดี สองแผ่นคู่โดยแผ่นหนึ่งเป็นเพลงฮิตๆที่รวมมาและอีกแผ่นก็คือ dvd คาราโอเกะครับ ไอ้แผ่นนี้แหละครับคือความคุ้มค่าอย่างแรง เนื่องจากเป็นการรวบรวมเพลงฮิตๆไว้มากถึง 25 เพลง เรียกว่าร้องให้ตายกันข้างนึงเลย
ในส่วนของแผ่นที่เป็นแผ่นออดิโอนั้นส่วนตัวแล้วผมว่าอาจจะดูด้อยกว่า แผ่นคาราโอเกะวะอีก เพราะหลายๆเพลงดังของพวกเขาไม่ได้ถูกรวมเอาไว้ แต่ก็เอาเถอะยังมีเพลงเพราะให้ฟังกันไม่ว่าจะเป็น Every Woman In The World , The One That You love ,The Power Of Love (You Are My Lady) , Lost In Love (เพลงนี้ช่างถูกใจพี่ไทยเรานักเชียว) , Making Love Out Of Nothing At All , I Can’t Wait Forever หรือสุดยอดเพลงอมตะที่ฟังแล้วต้องติดหูทันทีอย่าง Even The Nights Are Better ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยฟังหรือเคยได้ยินเพลงพวกนี้มาบ้างอย่างแน่นอน แต่ว่าไม่รู้ว่าเป็นเพลงของเขา และจะต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอนเมื่อได้ฟังอย่างจริงจังอีกครั้ง
เพลงเหล่านี้นับว่าเป็นเพลงสุดยอดอมตะที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังสามารถนำกลับมาฟังได้อยู่เสมอ นั้นเป็นเพราะการแต่งเพลงที่ทำอย่างละเอียดและเมโลดีที่ไหลลื่นฟังแล้วไม่รู้สึกขัด และที่สำคัญหลายๆเพลงไม่สามารถเดาทิศทางของคอร์ดและเมโลดีได้อย่างเช่นเพลงทุกวันนี้




Artist : Kotaro Oshio
Album : Be Happy
Style : Finger Style / Acoustic
Label : EMI

ถ้าพูดถึงบุคคลที่เล่นเพลงจำพวก Finger Style ก็คงจะหนีไม่พ้น Tommy Enmanuel หรือ Chet Attkins เป็นต้น หรือจะเป็นประเภทที่ลึกล้ำไปด้วยฮาร์โมนี่ก็ต้องเป็น Truck Andress เป็นต้นซึ่งจริงๆแล้วก็ยังมีอีกหลายต่อหลายคน และครั้งนี้ก็ถือว่าป็นความโชคดีของเราที่จะได้ฟังงานเพลง Finger Style จากชาวเอเชียด้วยกัน
เห็นแค่ชื่อว่า Kotaro Oshio ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งเคยมีผลงานก่อนหน้านี้ถึง 2 ชุด และก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงซะด้วย ต่างกับบ้านเราที่มีคนเล่นแนวนี้อยู่ฝีมือก็ดีซะด้วย แต่ไม่ได้รับความนิยมและไม่มีโอกาส เพราะคนส่วนใหญ่หนีไปฟังเพลงป็อปกันหมด ก็นับว่าเป็นความโชคร้ายของเราแล้วกัน
ส่วนตัวผมแล้วผมว่าเขาสามารถข้ามแดนไปโกอินเตอร์ได้อย่างสบายๆ [ยกเว้นเรื่องของภาษานะครับที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ] เพียงแต่อาจจะมีจุดด้อยก็ตรงที่เซ๊นส์ในเรื่องของเมโลดี้ที่ยังติดความเป็นญี่ปุ่นอยู่ แต่เรื่องของเทคนิคการเล่นหายห่วง จากที่ฟังๆแล้วดูเหมือนว่าเขาน่าจะฝึกพวกเพลงคลาสสิกมาเยอะเหมือนกัน สไตล์การเล่นของเขาไม่ได้ดุดันซักเท่าไหร่ เขาจะเป็นประเภทเล่นออกมาให้ฟังแล้วหวานๆเย็นๆสบายๆ อย่างแทร็คที่ 3 ที่มีกลิ่นไอของบอสซ่าโนว่า หรือจะเป็นแทร็คที่สองที่มาแบบนุ่มลึก แทร็คแรกเป็นเพลงโชว์อย่างเต็มที่ แต่ยังติดตรงความเป็นญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด แทร็คที่แปดมาแบบฟั้งกี้มันส์ๆ แทร็คสิบเป็นฟิวชั่นที่เป็นเพลงเดียวเล่นกับวง มาเป็นแบบกึ่งๆจังหวะบอสซ่าโนว่า ไสตล์แบบประมาณ Earl Kulg
แม้ว่าเขาจะเป็นชาวเอเชียแต่เรื่องของฝีไม้ลายมือก็คงไม่เป็นรองชาวต่างชาติอย่างแน่นอน 11 เพลงในอัลบัมชุดนี้แม้ว่าจะไม่เป็นเพลงร้องเนื้อหาป็อปแต่ก็สามารถสื่อความเพราะได้ด้วยดนตรีที่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระที่เริ่มจะหาฟังยากในยุคปัจจุบัน




Artist : Various Artist
Album : The Very Best .. Live Les Meilleurs Moments Vol.1
Style : Jazz
Label : Universal Music

ว่ากันว่าการที่จะเลือกคอนเสริตในรูปแบบแจ็สดูนั้น ก็นับว่าเลือกยากอยู่เหมือนกันเพราะงานแทบทุกงานต่างก็ดีกันทั้งนั้น แต่หากพูดถึงงานแจ็สงานหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Festival International De Jazz De Montreal หรือชื่อสั้นๆที่รู้จักกันในนามว่า Montreal Jazz นั้นรับรองได้เลยว่างานนี้คุ้มอย่างแน่นอน และคอแจ็สเองก็คงไม่รีรออะไรมากนักที่จะยอมควักสตางค์เพื่อซื้อบัตรเข้าไปดูอย่างแน่นอน และที่พูดมาทั้งหมดผมก็กำลังจะโยงเข้าอัลบัมชุดนี้นั้นเอง
หลังจากที่มีศิลปินแจ็สมากหน้าหลายตาที่ได้เล่นในคอนเสริตนี้ ทำให้ทางสังกัดจึงตัดสินใจรวมเพลงที่เจ๋งๆเข้าไว้ เลยได้ทั้งหมด 13 เพลง ใน Vol .1 ออกมาให้นักฟังเพลงสะสมกัน ในวาระโอกาสที่ครบรอบ 25 ปีของงาน ส่วนศิลปินที่อยู่ในอัลบัมชุดนี้ แต่ละคนนั้นเรียกว่าเชื่อขนมยายได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Dave Holland , Buddy Rich , Roy Hargrove , Christian Mcbride หรือ Diana Krall เป็นต้น
เพลงที่เน้นอิมโพรไวส์หรือพวกเพลงที่อยากให้ฟังก็มีเพลงของ Christian Mcbride มือเบสงานชุกที่คราวนี้มาแบบ 4 ชิ้นกับเพลง McThing ที่เน้นบรรเลง แต่งานนี้โชว์โซโล่กันน้อยไปหน่อย Buddy Rich กับเพลง Time Check เป็นจังหวะ fast swing มันส์แน่นอนครับ Dave Holland กับเพลง Make Believe มาแบบ ballad เรียบง่ายแต่กลับมีรายละเอียดที่ซับซ้อนอยู่ในเพลง เป็นเหมือนการเล่นสนับสนุนซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตน Roy Hargrove งานนี้มาแปลก ฉีกตัวเองจากแจ็สบรรเลงไปเล่นบลูส์แบบเพลงร้องที่ทางคอร์ดออกไปทางร็อกได้อย่างสบายๆ แต่กลับเลือกที่จะทำให้เบาลงเพื่อได้ฟิลของบลูส์แจ็ส อีกคนที่เจ๋งมากและงานหาฟังยากอยู่เหมือนกัน นั้นคือ Holly Cole ที่มากับเพลง On The Sunny Side Of The Street ประมาณว่าหลอกคนฟังเต็มที่ด้วยการเริ่มต้นด้วยสวิงที่เกือบจะเป็นบัลลาด แล้วเร่งเร็วทันที แล้วค่อยกลับมาเป็น มีเดียมสวิงสลับกับฟ้าร์ตสวิง งานนี้คนที่สุดยอดคือมือเบสครับ ต้องคำนับงามๆซักหนึ่งที่ Charles Lloyd มาแบบสมกับเป็นรุ่นใหญ่จริงๆ พี่เขาเล่นเป็น free jazz ครับ ใครที่ไม่คุ้นกับแจ็สสไตล์นี้ หากมาฟังอาจจะเกิดอาการเกลียดแจ็สได้อย่างทันที่ครับ และอีกหนึ่งแทร็คที่อาจจะถูกใจคนฟังอย่างแน่นอน นันคือเพลง I’ll Never Be The Same เพลงบัลลาดเพราะจาก Diana Krall รับรองว่าหลับสบายครับ
อัลบัมชุดนี้ก็มีทั้งแจ็สที่ฟังง่ายและยากอยู่รวมกัน ก็เป็นอัลบัมที่น่าจะให้ประโยชน์กับคนฟังได้อย่างดีเยี่ยม แต่มีข้อที่อยากจะติก็คือว่าน่าจะมีการรวมเป็นเพลงแจ็สของแต่ละยุคด้วยและก็เพิ่มเพลงที่เน้นอิมโพรไวส์อีกซักหน่อยรับรองว่าเยี่ยมครับ




Artist : Rooster
Album : Rooster
Style : Rock
Label : Sony BMG

Rooster เป็นวงร็อครุ่นใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามองอีกวง พวกเขาเป็นวงดนตรีสี่ชิ้น โดยเฉพาะเรื่องของการทำเพลงนั้นเหมือนเป็นการนำเอาสไตล์ฮาร์ดร็อคแบบช่วงยุค 80 แล้ว ที่หาฟังได้ยากในทุกวันนี้ ผสมกับแนวโมเดิร์นร็อค
หน้าที่การร้องนำของ .... เหมือนเป็นการนำสไตล์การร้องของ Rob Tomas แห่ง Matchbox 20 และ ..... จากวง The Calling และเพิ่มวิธีการร้องของพี่ Jon BonJovi แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เหมือนกับการผสมอย่างละนิดละหน่อยเท่านั้นเอง ก็ยังไม่ถึงกับมีเอกลักษณ์เป็นของตัวจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับในเนื้อเสียงของเขาว่าเยี่ยมครับ Joyride เพลงแรกเปิดตัวก็มันส์แล้วครับ พอเข้าฮุคก็เตรียมโดดได้เลยครับ Standing In Line เพลงนี้ชอบส่วนตัวเลยครับ ส่วนหนึ่งที่เจ๋งก็คือการเรียบเรียงเพลงนั่นเองครับ ท่อนก่อนฮุคทำออกมาให้เพลงน่าสนใจขึ้นอีกเยอะครับ เพลงช้าอย่าง Staring At The Sun หรือ Angels Calling โดยเฉพาะเพลง Deep And Meaningless ช่างฟังออกมาแล้วพาให้นึกถึง BonJovi อยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าตัวเพลงยังไม่ติดหูเหมือนกับ BonJovi ทำไว้ Drag The Sunrise Down ทำได้เยี่ยมมากได้ความล้ำยุคของร็อกและสำเนียงแบบฮาร์ดร็อคแบบ Creed ไว้ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าวงนี้อนาคตไกลอย่างแน่นอนและคงจะเห็นได้ชัดมากกว่านี้ทั้งเรื่องของการทำเพลงและความเป็นตัวของตัวเองในชุดที่ 2 ถ้ายังไม่แยกวงกันไปซะก่อนอย่าง The Calling และสัดส่วนของมือกีต้าร์ในเรื่องของการเล่นโซโล่หากลงฝีมือที่ออกจะดูออมๆเอาไว้ให้มากกว่านี้ จะเจ๋งกว่านี้ครับ




Artist : Faithless
Album : Foreverfaithless
Style : Electronica
Label : Sony BMG

วงดนตรี duo ที่ยึดแนวเพลงเต้นรำ โดยที่ต้องยอมรับเลยครับว่าความดังของเขานั้นดังมาก โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปยิ่งตามคลับหรือคอนเสริตแนวนี้หายห่วงเลยว่าคนดูจะไม่มีใครดู เต็มทุกงานครับ อย่างว่าวัฒนธรรมการฟังเพลงพวกเขามักจะชอบดนตรีเต็นรำซะมากกว่าเลยทำให้ต่างคนต่างทำงานดีๆออกมาให้เสพกัน
พวกเขาเป็นชาวอังกฤษครับ และหนึ่งในสมาชิคของวงก็คือพี่สาวของคุณ Dido นั่นเอง และหลังจากที่ออกมอัลบัมมาเยอะพอสมควร เขาก็เลยตัดสินใจออกอัลบัมรวมฮิตมา ซึ่งก็มีแต่เพลงฮิตๆจริงๆ รวมเพลงไว้ถึง 15 เพลงด้วยกัน อย่างเพลง God Is DJ , Don’t Leave เพลงช้าที่ผสมโซลเข้าไป Muhammad Ali เพลงกึ่งฮิปฮอป One Step Too Far เพลงนี้ดังมากๆ และอีกอย่างได้ Dido เข้ามาร่วมแจมอีกด้วย Miss U Les , See You More เพลงเต้นรำเก๋ๆแบบที่ชาวยุโรปชอบ หลายๆเพลงในชุดนี้หากคนที่หัดฟังอาจจะบอกว่ายังไงมันก็ดูเหมือนกันหมด แต่จริงๆแล้วความแตกต่างของมันกลับอยู่ที่สิ่งที่อยู่ในเพลงซะมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของเพลงและบีตและลูกเล่นต่างๆ ยังไงซะก็ต้องเจ๋งบ้างหละไม่งั้นคนจะชอบพวกเขาได้อย่างไร คุณว่าไหมครับ




Artist : Crytal Kay
Album : Crystal Style
Style : Pop Dance / R&B
Label : Sony BMG

อัลบัมชุดนี้หากดูแต่พียงหน้าปกแล้วอาจจะนึกว่าเป็นอัลบัมเพลงป็อปที่มีอยู่ในอเมริกาและยุโรปแต่ผิดครับ กลับเป็นอัลบัมที่เต็มไปด้วยเนื้อเพลงภาษาญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภาพลักษณ์ของเธอที่ดูเป็นชาวอเมริกัน ผมไม่ค่อยมั่นใจซักเท่าไหร่ว่าเธอเป็นคนประเทศไหนกันแน่ เพราะว่าอัลบัมชุดนี้รู้สึกว่าจะทำเป็น 2 เวอร์ชั่นนั่นหมายถึงทำเป็น 2 ภาษานั่นเอง ที่แน่ๆเธอเป็นลูกครึ่งแน่นอน
ในส่วนของเพลงนั้นจะว่าไปแล้วก็เหมือนกับเพลงป็อปทั่วๆไป เพลงเร็วบางเพลงที่ทำออกมาอาจจะดูด้อยกว่าศิลปินอื่นๆอยู่เหมือนกัน แต่เพลงจังหวะปานกลางและเพลงช้านั้นทำได้ดีที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเพลง Bet You Don’t Know หรือ Kiss หรือ &Brand New เพลงอาร์แอนด์บีจังหวะสนุกๆ ที่ได้จังหวะของกลองโปรแกรมแบบกึ่งอิเล็กทรอนิก้าเป็นทั่วคุม อย่างเพลง Baby Cop ถ้าทำเสียงกลองดีๆจะเจ๋งกว่านี้เยอะ เพลงนี้ทำแบบแร็พๆกึ่งฮิบฮอบแล้วใส่ความเป็นฟั้งกี้เข้าไป My Everything หากทำเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษรับรองได้เลยครับ ว่าเป็นเพลงที่โกอินเตอร์ได้แน่นอนครับ จากเพลงโดยรวมทั้งหมดวัดความสามารถในการร้องของเธอซึ่งไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย ด้วยเสียงร้องแบบโซลอาร์แอนด์ ยิ่งหากจะข้ามเขตไปร้องแจ็สเธอเองก็ร้องได้อย่างสบายๆ เพียงแต่ได้ทีมทำเพลงเป็นชาวญี่ปุ่นหรืออาจจะต้องทำขายในญี่ปุ่นก็เลยต้องทำเอาใจคนฟัง ก็เลยได้ความเป็นญี่ปุ่นเต็มที่ หากอัลบัมชุดต่อๆไปทำออกมาเป็นอัลบัมภาษาอังกฤษ นั้นคือความน่าสนใจอย่างยิ่ง ยังไงก็ต้องรอฟังกันต่อไปครับ




any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket