Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

27722


 Review & Test     Fender American Deluxe Series Ash Stratocaster     10/1/2006    
คราวนี้เรามา Review Fender กันบ้างครับ เป็นรุ่น American Deluxe Series Ash Stratocaster ซึ่งเจ้า Fender ตัวนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างจาก Stratocaster รุ่นอื่นๆหลายอย่างครับ เนื่องจากคำว่า Deluxe นี่แหละมันต้องหมายถึงความ หรูหรา หรือมีความพิเศษกว่าทั่วๆไป ซึ่งครั้งแรกที่เห็นก็ชัดเลย งานจะปราณีต เรียบร้อยมาก แทบไม่เห็นที่ติ สีจะสวยมาก ลายไม้เห็นได้ชัด วัสดุทุกอย่างที่ใช้เป็น เกรด A หมด รวมถึงการเลือกใช้ Hardware ต่างๆจะดูลงตัวและคำนึงถึงความเข้ากันได้ในเรื่องของ Design และความสวยงามด้วยครับ เรามาดูรายละเอียดลึกๆกันดีกว่าครับ

Specification
กีตาร์ตัวนี้ Body ทำจากไม้ Ash ที่คอจะเป็น Maple และเป็นแบบ "C" Shape และจุดสำคัญ Pickup เป็น Noiseless รุ่นใหม่ ซึ่งมีความพิเศษแค่ไหนค่อยมาดูกันครับ

Body : Solid Ash Body
Neck : Modern "C" Shape Maple Neck
Pickups : 3 New Samarian Cobalt Noiseless
Bridge : 2- Point Synchronized Tremolo Bridge
Fingerboard : Maple
Fret : 22 Medium Jumbo Frets

รูปลักษณ์ทั่วๆไป
สังเกตุที่ Logo นะครับจะไม่ใช่ Sticker แบบเดิมแต่มันจะเป็นเหมือนโลหะแปะลงไป เพื่อแสดงความเป็น Deluxe ครับ ส่วนด้านหลังก็มี Serial No. และ Made in USA

ผมว่าดูเรียบร้อย และมีความหรูหราดีครับ มันเงาสะท้อนแว็บๆ ดีครับแปลกตาดี

ที่ตัว ลูกบิดจะใช้แบบ Sperzel Locking Tuner คือจะสอดสายเข้าไป ดึงให้ตึงแล้วหมุนลูกบิดด้านใต้เพื่อ Lock สายให้แน่น แล้วก็ตั้งสายได้เลยครับ สะดวกครับ สำหรับ Fret จะเป็นแบบ Medium Jumbo ซึ่งผมว่ากำลังดีครับเล่นง่าย กำลังลื่นไหลเลย ที่ Inlay ฝังมุกสวยครับ


ที่ Body จะเป็นไม้ Ash ซึ่งลงสีและเคลือบแล็คเกอร์ไว้บางดีครับ เห็นลายไม้ชัดดีมากๆเลย สวยครับมันดูตัดกันดีกับ Pickguard และคอ Maple สีขาวนวล เข้ากันได้ดีครับ

ด้านหลังบริเวณแผ่น Neck plate และใกล้บริเวณคัทอะเวย์ล่าง จะทำเว้าเข้ามาเพื่อใหล้วงมือเข้าไปเล่นใน Fret ท้ายๆ ได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ ส่วนด้านหลังก็เห็นลายไม้ชัดดีครับ

เริ่มทดสอบเสียง และระบบ Pickup
ระบบ Pickup ใหม่นี้จะต่างจาก Noiseless รุ่นก่อนๆ คือมีการออกแบบวงจรใหม่ รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ใข้ควบคุมเสียงต่างจากเดิม ซึ่งกีตาร์ตัวนี้จะสามารถรองรับแนวเพลงได้กว้างมากๆ ครับ เป็นอย่างไรมาดูกันต่อ

 

ถ้าสังเกตุที่ ปุ่มVolume จะเห็นได้ว่าตรง Master Volume จะมีปุ่มกดที่ตัว Volume ลงไปได้อีก เพื่อlให้ Switch ไปใช้ Capacitor ที่ออกแบบมาพิเศษ ที่เพิ่มเสียงกลางและเสียง Bass ให้เพิ่มขั้นทำให้เหมือนการ Boost เสียงให้หนาขึ้น แต่มันไม่ได้ทำเพียงแค่นั้นครับ แบบนี้มันธรรมดาเกินไป มันมีการออกแบบวงจรและ System ใหม่ให้ได้แบบเสียงทั้งหมด 10 แบบครับ เรามาดูการทดสอบหลักๆกันดูนะครับ

แบบยังไม่กด Switch ที่ Master Volume
1. ทดสอบ Switch ตัวที่ 5 ใกล้ Bridge ที่สุดจะเป็น Bridge Tone ให้เสียงแหลม ซึ่งเสียงที่ได้แหลมแต่นวลครับ
2. Switch ที่ 4 จะได้เสียง Twang ชัดๆเลย สับคอร์ด เพราะมากครับ ซึ่งจะเป็นการทำงานของ Pickup ตัว Mid และ Bridge
3. ทดสอบ Switch ตัวที่ ใกล้ Neck เลยได้เสียงทุ้มนวล จะเป็นการทำงานของ Pickup ตัว Neck อย่างเดียว

ทดสอบแบบกด Switch ที่ Master Volume
1. ทดสอบ Switch ตัวที่ 5 ใกล้ Bridge จะเสียงหนามาเลยครับ เพราะเป็นการผสมเสียง Pickup ตัว Mid และ Bridge แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเหมือนกับแบบ ไม่กด Switch ที่ปรับ ไปที่ Switch 4 นะครับแบบนั้นเป็นการทำงาน Parallel แต่แบบนี้วงจรออกแบบมาให้นำเสียงมารวมกันครับ Sound ที่ได้ไม่เหมือนกันครับ ค่า EQ ต่างกันเลยครับ
2. ทดสอบ Switch ตัวที่ 2 จะใช้ Pickup ตัว Neck และ Mid ทำงาน Parallel กัน และเพิ่มตัว Special Capacitor เข้ามาด้วยทำให้ เสียงออกมาทุ้มและพุ่งขึ้นมาชัดเลยครับ ปรับกันสนุกเลยครับ ยังมีลูกเล่นอีกเยอะครับ

   

การทดสอบในครั้งนี้ผมใช้ Amp Fender 65 วัตต์ ซึ่งในภาคเสียง Clean จะไม่มีเสียงกลาง ซึ่งลองเจ้า Deluxe และใช้ Switch Down ที่ Master Volume ได้เสียงกลางขึ้นมาช่วยเยอะเลยครับ

และเค้ามีของแถมด้วยนะครับ เป็นชุดทำความสะอาด เคลือบเงาด้วยที่ Mequiars ที่เป็นชุดดูแลสีรถยนต์เบอร์ 1 ของอเมริกาแล้วทำให้ Fender ด้วยครับ แบบนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเราเอากีตาร์ไปขัดเคลือบเงาที่ ศูนย์ Mequiars จะเหมือนกันไม๊ ใครลองแล้วก็ได้ผลอย่างไรบอกด้วย แต่ผมยังไม่กล้าไปทำหรอกนะ ฮ่าๆๆๆ

สรุป
กีตาร์ตัวนี้ออกแบบในเรื่องความสวยงามได้ดูดีมากครับ สมชื่อ Deluxe และให้ Style เสียงที่กว้างเล่นได้ทั้ง Sound สมัยใหม่ๆ รวมถึงไม่ได้ทิ้งความเป็น Vintage ไปด้วยครับ ถือว่าเป็น Innovative ของกีตาร์ก็ว่าได้เลยครับเป็นการสร้างสรรค์จริงๆครับ ถ้าใครกำลังมองหากีตาร์ที่ดีกว่า Standard แต่ไม่ต้องถึงพวก Signature ผมว่า Deluxe เป็นทางเลือกที่ดีครับ

ตัวแทนจำหน่าย
Music Concept อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ชั้น 3 โทร 0-2255-6448-9
ห้างดนตรี เบ๊เงียบเส็ง 02 2225281,02 2218303


ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน
www.harmonythai.com



any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket