Main Menu
 Home หน้าแรก
 login / สมาชิก
 รายการ TV
  คอร์ด / เนื้อเพลง
  วีดีโอ คลิป
  Webboard
  Classifieds
  ข่าวสารดนตรี
  Review & ทดสอบ
  งานคอนเสิร์ต
  บทความดนตรี
  Cools Links
  Artist Gear
 
  About Us

15182


 Review & Test     มารู้จักกีตาร์ Furch    9/2/2007    Acid Head

ขึ้นชื่อว่ากีต้าร์โปร่งนั้นย่อมเป็นของคู่กันกับคนรักเสียงดนตรีอยู่แล้วและยังสามารถพกพาไปไหนได้อย่างสะดวก วันนี้ผมอยากจะพาทุกท่านไปรู้จักกับประวัติความเป็นมาของกีต้าร์โปร่งอีกยี่ห้อหนึ่งที่ ทั้งเนื้อเสียงและงานปราณีตได้คุณภาพอย่างยิ่งนั้นคือ Furch  

เดิมทีเดียวเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่มีสัญลักษณ์ของคำว่า Furch ปรากฎขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1981 ซึ่งเมื่อครั้งนั้น Frantisek Furch  ยังคงเป็นมือเเบนโจที่เล่นอยู่กับวงสไตล์คันทรี่และบลูส์แกรสมาอย่างมากมาย
หลังจากที่เขากลับมาจากการเป็นทหารและสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มที่จะเป็นปรกติ และวงดนตรีของเขาเองก็โดดเด่นเกินกว่าวงที่มีอยู่ทั่วๆไปในตอนนั้น แต่ขณะเดียวกันนั้นวงดนตรีรุ่นใหม่อย่างเขาเองก็ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ และปัญหาที่ว่าในช่วงเวลานั้นก็คือ นักดนตรีมีทางเลือกที่จะหาเครื่องดนตรีดีๆมาใช้น้อยมาก อีกทั้งคุณภายของเครื่องดนตรีก็ค่อนข้างด้อยประสิทธิภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า วัฒนธรรมและระบบสังคมของ Czechoslovakia นั้นเป็นการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ และสิ่งนี้ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้พลเมืองในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบาก และสำหรับชีวิตของนักดนตรีแล้ว เครื่องดนตรีที่จะนำมาเล่นก็คือเครื่องดนตรีที่หาเท่าที่จะหาได้ ณ ตอนนั้น มันไม่มีทางเลือกที่มากนัก และอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถมีเครื่องดนตรีเป็นของตนเองได้ก็คือ “สร้างมันขึ้นมาเอง” เพื่อให้ได้คุณภาพและแข็งแรงทนทานอย่างที่พวกเขาต้องการ และสิ่งเหล่านี้คือการแก้ปัญหาได้อย่างมีคุณภาพ เพราะมันเป็นการที่ทำให้พวกเขามีฝีมือในการทำเครื่องดนตรีได้อย่างดีและพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ Frantisek Furch สร้างขึ้นก็คือ แบนโจ ซึ่งวิธีที่เขาสร้างมันขึ้นก็คือ การค่อยๆจดจำเอารูปภาพของแบนโจ และการได้จับเครื่องดนตรีจริงๆและรวมเอาจากประสพการณ์ทั้งหมดของเขา

ต่อมาช่วงเวลา 1986 – 1987 นับว่าเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ระบบหรือกฎที่เคยเข้มงวด ถูกผ่อนผันและคลายตัวลงเป็นอย่างมาก และจากเหตุการณ์นี้จึงส่งผลให้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในวงการดนตรีภายในประเทศ โดยเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ และยังเป็นการส่งผลให้ กลุ่มตลาดกีต้าร์ภายในนามของ Furch ค่อยๆโตขึ้นช้าๆแต่มั่นคงอีกด้วย

ช่วงปลายปี 1988 เพื่อก้าวเข้าสู่ปี 1989 นั้นนับว่าเป็นช่วงที่ดีขึ้นมากสำหรับการทำธุรกิจส่วนตัว ผลที่ตามมาคือความตั้งใจที่จะทำงานของ Mr.Furch ให้ก้าวหน้าต่อไปนั่นเอง และแล้วเดือนพฤศทจิกายนปี 1989  หลังจากเกิดการปฏิวัติครั้งยิ่งใหญ่ภายในประเทศนั้น จึงเป็นอันยุติของระบบคอมมิวนิสต์และทำให้กำแหงที่ถูกกั้นในหลายๆเรื่องงภายในประเทศได้ทลายลง และเมื่อย่างสู่ปี 1990 นั้น Mr.Furch ได้จัดตั้งในรูปแบบบริษัทและใช้ชื่อว่า FURCH MUSICAL INSTRUMENTS COMPANY

ในช่วงแรกเริ่มนั้น  Furch มีพนักงานเพียงแค่ 2 คน และกีต้าร์ในนาม Furch ก็เริ่มต้นที่จะออกสู่ตลาดโลกเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงเวลานั้นเป็นช่วงของการนำเข้ากีต้าร์ที่ไม่ค่อยมีคุณภาพเข้ามา จุดนี้จึงเป็นช่องว่างให้กับ Furch อย่างเห็นได้ชัด ด้วยคุณภาพและงานที่ประณีตจึงเหนือกว่ายี่ห้ออื่นอย่างโดดเด่น Furch ใช้เวลาในการมีชื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  และด้วยความต้องการที่จะครอบครองกีต้าร์ Furch ของเหล่าบรรดานักดนตรีทั้งหลายมีมากมาย แต่ด้วยแรงงานของ Furch มีไม่เพียงพอ จึงทำให้บริษัทตัดสินใจจ้างคนเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย พร้อมกันนั้นได้ย้ายระบบการทำงานแบบครอบครัวภายใต้โรงรถไปเป็นการหาสถานที่ที่เหมาะเจาะและเป็นกิจลักษณะที่มากขึ้น

ปี 1993 บริษัทได้เพิ่มจำนวนพนักงานขึ้นเป็น 12 คนอีกทั้งังสามารถผลิตกีต้าร์ได้ถึงอาทิตย์ละ 10 ซึ่งจัดได้ว่าเยอะทีเดียว จนสามารถขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นภายในเวลาไม่นาน แต่ถึงกระนั้นกระบวนการผลิตก็ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของนักเล่นกีต้าร์ต่อ Furch  ที่มีอยู่ทั่วโลกได้  และไม่นานนัก Furch ก็ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมในงาน International Fair ซึ่งจัดขึ้นที่ Frankfurt ในประเทศ เยอรมัน  

ต่อมา FURCH MUSICAL INSTRUMENTS COMPANY ได้หุ่นส่วนชาวเยอรมันนี และก็กลับไปร่วมแสดงงาน Frankfurt’s Fairground และยังเป็นการเปิดตัวถึงกีต้าร์ 3 แบบด้วยกันนั่นคือ  กีต้าร์ไม้แท้ (Solid Wooden Guitars),Acoustic Bass Guitar และ Roundback Guitar หรือที่รู้จักกันว่า กีต้าร์หลังเต่านั่นเอง

Furch เริ่มมองไปที่ตลาดต่างชาติมากขึ้น จนสามารถผลิตกีต้าร์เพื่อส่งออกได้อาทิตย์ละ 25 ตัวด้วยกัน  ในประเทศ Holland และ Switzerland  อีกทั้งยังมีการพัฒนาการผลิตกีต้าร์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆรวมถึงการออกแบบคอกีต้าร์แบบใหม่ด้วย เพื่อเป็นการลดปัญหาผลิตและการรอรับกีต้าร์ที่ต้องอาจใช้เสลารอนานถึงครึ่งปีทีเดียว

ภายหลังจากงานแสดงสินค้าที่ Frankfurt’s Fairground บริษัทรับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในระดับเริ่มต้นจนถึงสิค้าที่เป็นระดับท็อปของบริษัท ซึ่งนับได้ว่า Furch กำลังเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง หลายตัวแทนจำหน่ายไม่ว่าจะทั้งใน France,Italy และ Poland ให้ความสนที่จะนำเข้า Furch มาขายอย่างทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Furch เองก็เป็นที่นิยมในประเทศเยอรมันอย่างแรง  โดยเฉพาะรุ่น D.63 Lux ซึ่งเคยถูกนำไปทดสอบโดย Fachblatt Music Magazine ว่าเป็น The Wolf In Sheep’s Clothing หรือความหมายนึงคือ “จิ้งจอกในฝูงแกะ” และในโปแลนด์เองก็เริ่มเป็นที่นิยม และในที่สุด Furch ก็สามารถผลิตกีต้าร์ได้ถึงอาทิตย์ละ 30 ตัว หรือ 1560 ตัวต่อปี   

แม้ว่าความต้องการกีต้าร์บางรุ่นหรือในบางประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่เราก็ได้การตอบรับในประเทศใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ Holland และ Switzerland ซึ่งที่มั่นสำคัญก็ยังเป็นประเทศเยอรมันนีอยู่ และทาง Furch เองก็ได้ผลิตกีต้าร์ขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า Stanford จนทำให้จำนวนการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 40-50 ต่ออาทิตย์ภายในเวลาไม่นานนัก  ต่อมา Furch ได้ออกซี่รีย์ใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยงานทั้งหมดยังคงประณีตและไว้วางใจได้เหมือนเดิม

ทั้งนี้ทั้งนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเลยที่เวลาอันน้อยนิดจะทำให้กีต้าร์ของ Furch ได้ไปอยู่ในมือนักดนตรีทั่วทั้งยุโรปถึง 9000 ตัว ไม่ว่าจะใน Czech Republic, Germany,Sweden,Poland,Netherland,Switzerland,
Italy,France,USA,Slovakia,Denmark,Norway,Taiwan,Slovenia,Lithuania และก็คงมีแต่พระเจ้าเจ้านั้นที่รู้ว่าจะมีที่ไหนอีก

ถึงแม้ว่าในแต่ละช่วงของการขยายตัวของ Furch จะต้องเผชิญกับปัญหาอย่างมากมาย ไม่ว่าเรื่องของจำนวนการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ  แต่ Furch ก็ยังพยายามก่อตั้งแผนกตรวจสอบหรือ QC สำหรับการผลิต  อีกทั้งขยายโชว์รูมไปในประเทศต่างๆอีกด้วย รวมถึงเพิ่มในส่วนของเจ้าที่แผนกซ่อมแซมอีกด้วย

จากสายตาของคนทั่วไปงานแสดงสินค้าที่ยิ่งใหญ่อีกงานนึงคือ  Musikmesse In Frankfurt Germany ซึ่ง Furch ก็ได้เข้าร่วมด้วย และก็ได้การตอบรับเป็นอย่างดีอีกทั้งยังได้คู่ค้ารายใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย  รวมถึงจำนวนสินค้าเองก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ  และก็มีการทดลองสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา  รวมถึงโครงสร้างใหม่ และ Square Bracing ก็ถูกนำมาทดสอบในช่วงต้นปี 2000 นี่เอง จึงทำให้ต้องเกิดการขยายตัวอีกครั้ง  ส่วนในเยอรมันนีนั้นขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของขนาดและรูปแบบไปพอสมควร และยังได้รับการติดต่อจาก Fishman ผู้ผลิต pick up  รายใหญ่รายหนึ่งของโลก ให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายภายในประเทศอีกด้วย

Furch เองก็พร้อมที่จะก้าวหน้าไปยังดินแดนหรือถิ่นที่ไม่เคยรู้จัก นั่นคือการได้เข้าร่วมกับงานแสดงเครื่องดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือ NAAM ใน Anaheim แถบ L.A California ซึ่งโครงสร้างแบบ Sqaure Bracing Construction นั้นก็พร้อมก้าวสู่ตลาดด้วยเช่นกัน  ทั้งนี้ยังเป็นโครงสร้างที่น่าจดจำกับ “Furch Square Bracing – Revolution ” ซึ่งเราก็ได้รับแรงบัลดาลใจจากการออกงานครั้งนี้ รวมถึงการที่ Furch ได้เข่าร่วมชมโรงงาน Taylor  ซึ่งก็ทำให้ Furch เองรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับเครื่องมือและเคราองจักรอันทันสมัย  จนทำให้นึกย้อนไปถึงวันแรกๆ กับเครื่องมือในครั้งเริ่มต้นของ Furch  และจากแรงบัลดาลใจในการเดินทางครั้งนี้ รวมถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทาง Furch เห็นพ้องต้องกันว่าในเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของโครงสร้าง แล้วสิ่งที่ตามมาคือเครื่องไม้เครื่องมือที่มันสมัยมากขึ้น เพื่อทำให้ประสิทธิภาพและการผลิตได้พัฒนาและดีขึ้นด้วย

การได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในสหภาพยุโรปก็เป็นอีกส่วนที่เราได้ มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของสินค้า แต่หากในเรื่องของราคาแล้ว  ทำให้เรามีเสถียรภาพในการทำตลาดแข่งกับกีต้าร์ยี่ห้ออื่นๆได้เป็นอย่างดี  Furch ยังได้มีการติดต่อกับบริษัท Elixir ซึ่งเป็นผู้ผลิตสายกีต้าร์ และ Furch เองก็ได้รับการไวเวางใจอีกครั้งในการเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายและนำไปใช้กับกีต้าร์ของ Furch เองเช่นกัน

จนในที่สุด กระบวนการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้น และจากความสำเร็จครั้งนี้ คงเป็นเพราะความรักในเสียงดนตรีจากผู้ผลิต อีกทั้งระดับงานที่ประณีตบวกกับราคาที่เหมาะสม จึงทำให้ Furch เป็นอีกหนึ่งที่พลิกบทบาทใหม่ของประวัติศาสตร์ของวงการกีต้าร์เลยทีเดียว

ข้อมูลจากร้าน Yellow Mama

www.yellowmama.com
081 750-1177



ร้านขายเครื่องดนตรีออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน
www.harmonythai.com



any comments, please e-mail   guitarthai@gmail.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2015. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket