Main Menu
  Home
  login / Member
  Chord / lyrics
  Artist Gear
  Articles
  Webboard
  Classifieds
  Review & Test
  Music News
  Event
  Cools Links
 
  About Us

33232
 Recording     เทคนิคในการเลือกซื้อกีตาร์    21/10/3097    Vintage Studio
สวัสดีครับเพื่อนๆชาว guitarthai.com ทุกท่าน บทความเรื่องเกี่ยวกับ Recording จาก วินเทจ สตูดิโอ คราวนี้เราจะมาแนะนำกันเรื่อง การเลือกซื้อกีตาร์ ซึ่งอันที่จริงก็รวมไปถึงการเลือกใช้ด้วยครับ ว่าเราควรจะเลือกกีตาร์อย่างไร หลายๆท่านอาจจะมีมุมมองมากมายและหลากหลายอยู่แล้ว บางท่านชอบ Fender บางท่านชอบ Gibson แต่ในบทความนี้เราจะไม่พูดถึงลักษณะทางกายภาพของมันว่าเป็นอย่างไร คือเราจะไม่ได้พูดถึงเรื่องของไม้ เรื่องของ Pick up เรื่องของทรง และไม่ได้พูดถึงยี่ห้อ แต่เราจะมองกีตาร์เพื่อการใช้งานว่าควรจะมีลักษณะอย่างไรที่เราควรจะเลือกซื้อหรือเลือกใช้


1. เหมาะกับมือของเรา ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ ถ้าเล่นไม่ถนัดมือ ไม่ต้องมองข้ออื่นเปลี่ยนตัวได้เลย เนื่องจากเราไม่มีทางเล่นกีตาร์ได้ดีถ้าเล่นไม่ถนัด เหนือสิ่งดื่นใดในการเล่นเราต้องการโชว์ตัวตนของนักดนตรีครับ ไม่ใช่โชว์ตัวตนของเครื่องดนตรี และนี่เป็นเหตุให้ นักดนตรีต่างประเทศทุกคนไม่ได้เล่นรุ่น ท็อปทั้งหมดบางคนเล่นรุ่นกลางๆก็มี ( แต่ก็รุ่นสุดยอดทั้งนั้นนะครับที่เขาเล่นแต่มันก็หลากหลายมากๆครับ ) เพราะเขาเอาความถนัดเป็นหลัก ไอ้กีตาร์พันธุ์ Signature ทั้งหลายก็มีจุดเริ่มต้นจากการหาความถนัดหรือความต้องการของนักดนตรีคนนั้นละครับ ถ้าเราได้กีตาร์ถนัดมือจะเหมือนได้เพื่อนรู้ใจหรือรองเท้าคู่ใจทีเดียวสามารถบุกตะลุยถึงไหนถึงกัน แต่ถ้ากีตาร์ไม่ถนัด เหมือนกับใส่รองเท้าแล้วรองเท้ากัด จะไปวิ่งแข่งก็สู้ใครเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่รู้ว่ากีตาร์อะไรเหมาะกับเราที่สุดก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่กูรูที่ไหน เพราะคุณเองเท่านั้นที่จะรู้ว่ามันเหมาะกับมือของคุณมั๊ย ดังนั้นข้อแรกของการเลือกกีตาร์คือความถนัดของมือ ไม่ใช่ราคาครับ ของแพงอาจจะไม่เข้ากับเราเสมอไปครับ

2. มีความสมดุลระหว่างสายทั้ง 6 อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญรองลงมาแต่นักกีตาร์เวลาลองเล่นกีตาร์มักจะไม่ให้ความสำคัญนักบางคนฟังแล้วยังงงว่ามันคืออะไร ขออธิบายอย่างนี้ครับ คือกีตาร์ทั้ง 6 สายของทุกตัวจะมีโทนเสียงที่ต่างกันออกไปบ้างและความไวต่อการตอบสนองในการเล่นไม่เท่ากัน เช่น สายที่ 1 ดีดออกยากกว่าสายที่สอง หรือ โทนเสียงสายที่ 3 ต่างกับโทนเสียงสายที่ 4 เรื่องอย่างนี้จะก่อให้เกิดปัญหาในการเล่นมากครับ กีตาร์ที่มีปัญหาบางตัวคนละสายเหมือนเล่นกีตาร์คนละตัวก็มี ส่วนใหญ่อาการอย่างนี้จะเกิดกับคนที่ไปเปลี่ยน pick up ข้ามพันธุ์ เช่นจากเดิมกีตาร์เป็น Single coil ไปเปลี่ยนเป็น Humbucking หรือไปโมมา ส่วนใหญ่ถ้าเป็นกีตาร์ใหม่ๆไม่ได้ไปโมอะไรไม่ได้เป็นปัญหาถึงขนาดรู้สึกว่าเล่นกีตาร์คนละตัว แต่ก็ยังมีความผิดเพี้ยนให้เห็นได้ยาก คือแต่ละสายเสียงที่ออกมาโทนเสียงและน้ำหนักไม่เท่ากัน วิธีลอง ให้ลอง เล่นสเกลล์ไปเรื่อยๆพอข้ามสายแล้วดูว่าด้วยน้ำหนักเท่าเดิมเสียงเปลี่ยนไปมากแค่ไหน กีตาร์ทีดีต้องเปลี่ยนน้อยครับ คือโทนเสียงและน้ำหนักเสียงของแต่ละสายต้องใกล้เคียงกันที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรื่องนี้ประยุกต์ใช้กับเครื่องดนตรีได้ทุกประเภทครับ ไม่ว่าจะเป็นเบสหรือเลยไปถึงเปียโนก็ต้องให้ความสำคัญจุดนี้เช่นกัน ปัญหาของกีตาร์ที่จะเกิดบ่อยที่สุดคือ สาย 1 ไม่ออกครับ เวลาตีคอร์ดต้องเผื่อน้ำหนักไปที่สาย 1 ด้วยอันนี้เป็นอาการของกีตาร์ที่คุณภาพไม่ดี ของดีจะไม่มีอาการนี้ครับ อย่างกีตาร์ยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกัน บาลานส์ของแต่ละสายไม่เท่ากันนะครับ ต้องดูเป็นรายตัวไป จะไปเหมาว่ารุ่นไหนดีหรือไม่ดีคงไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่พวกกีตาร์หลักแสนที่มันแพงก็ส่วนเหนึ่งมันมีความสมดุลของสายนี่เองครับ

3. มี Dynamic Range ที่กว้าง กีตาร์ที่ดีควรเล่นแล้วตอบสนองได้ตามมือ คือเวลาเล่นจากเบาไปหาหนัก หรือจากหนักมาหาเบา ก็จะให้เสียงตามน้ำหนักอย่างชัดเจน กีตาร์ที่ไม่ดี เล่นยังไงก็ออกมาความดังเท่าๆกันอันนี้ไม่ดีครับ ให้ลองเล่นจากเบาไปหาหนัก จากหนักมาหาเบา กีตาร์ที่ดีจะตอบสนองการเล่นได้เบามากยันดังมากได้ครับอันนี้เรียกว่ามี Dynamic Range ที่กว้าง เราจะสามารถเล่นได้อารมณ์หรือใส่อารมณ์เพลงได้ดีกว่ากีตาร์ที่เล่นได้น้ำหนักเดียวมากๆครับ บางท่านอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเรื่อง Dynamic Range เป็นเรื่องของดนตรี Classic เท่านั้นซึ่งไม่จริงเลย กีตาร์แพงๆโดยมาถูกพัฒนา ให้ Dynamic Range ที่ตอบสนองได้ตามมือมากๆครับ เรียกว่าเล่นดีก็จะโชว์ออกมาอย่างชัดเจนเล่นแย่ก็ฟ้องตัวตนคนเล่นเลยทีเดียวครับ เวลาลองกีตาร์อย่างลองแต่เล่นโซโลครับ ให้ลอง Dynamic Range ด้วย

4. มี Sustain ที่นิ่ง เรื่องนี้มักจะเข้าใจคลาดเคลี่ยนกันเล็กน้อยครับ คือโดยมากมีกีตาร์มักจะต้องการ Sustain ที่ยาวหรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าต้องการหางเสียงที่ยาว แต่นั่นไม่ถูกทั้งหมด แน่นอนครับหางเสียงที่ยาวนั้นดีครับใครๆก็ชอบแต่มันไม่ได้ขึ้นกับคุณภาพของกีตาร์อย่างเดียวมันขึ้นกับทรงหรือชนิดของกีตาร์ด้วยครับ ยกตัวอย่าง กีตาร์ Telecaster กับ Lespaul ยังไงกีตาร์ทรง Lespaul ก็มักจะ Sustain ยาวกว่า แต่เราบอกไม่ได้ครับว่า Lespaul ดีกว่า Telecaster ดังนั้นถ้าจะเปรียบเทียบความยาว ต้องเปรียบเทียบกับพันธุ์เดียวกันครับ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าความยาวคือ ความนิ่ง Sustain ที่ดีต้องเบาลงช้าๆและไม่แกว่ง ถ้าแกว่ง บอกได้เลยว่าไม่ดีครับ อย่าเลือกกีตาร์ที่ Sustain แกว่ง ไม่ว่าเราจะชอบันแค่ไหนก็ตาม อย่าเลือกกีตาร์มาเพื่อซ่อมครับ บางท่านอาจจะคิดว่าช่างสามารถซ่อมได้ ต้องบอกว่าบางเรื่องมันเป็นมาจากโครงสร้างของตัวกีตาร์ทีเดียว อาจจะซ่อมไม่ได้ ดังนั้นทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาควรได้มาเลยไม่ควรต้องไปซ่อมครับ

5. เหมาะกับแนวที่จะเล่น บางท่านบอกผมว่าเพิ่งเริ่มเล่นและยังไม่รู้แนวตัวเอง ก็ต้องแนะนำว่าให้เลือกกีตาร์ที่เล่นได้หลายแนว ส่วนท่านที่รู้ว่าตัวเองชอบเล่นแนวไหนก็เลือกง่ายหน่อยครับ อย่าเลือกตามความเท่ห์หรือสีสันเพียงอย่างเดียว ให้เลือกที่เสียงด้วยครับ ผมเคยเจอน้องบางคนไปซื้อกีตาร์พันธุ์ขาโหดมาเลยเพราะชอบตรงมันเท่ห์ดี แต่เล่นแนวฟังสบาย แล้วมานั่งกุมขมับเพราะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี กรณีนี้เจอบ่อยมากๆครับ บางท่านเอามาโมก็ทำให้สมดุลของโทนเสียงระหว่างสายเปลี่ยนอีกกลายเป็นปัญหางูกินหางครับ ดังนั้นถ้ารู้แนวเพลงที่ตัวเองชอบก็ให้เลือกกีตาร์ที่สามารถเล่นแนวนั้นได้ ผมใช้คำว่ากีตาร์ไม่ใช้คำว่าทรงกีตาร์เพราะกีตาร์แต่ละทรงมักจะเล่นได้หลายแนวอย่ายึดติดกับเรื่องทรงครับ ให้ฟังเสียงเอาดีกว่า ยกตัวอย่าง กีตาร์ Semi Hollow หลายๆท่านจะเข้าใจว่าเป็นกีตาร์แจ๊สซึ่งไม่ผิด แต่พวก Semi Hollow ที่มี Body บางอย่าง Gibson ES-335 ก็สามารถเล่นเพลงร็อคได้ดีเช่นกัน ดังนั้นเลือกกีตาร์ที่สามารถเล่นได้หลายแนวหรือเล่นแนวที่เราชอบได้ครับ

6. เหมาะกับอุปกรณ์เสริมที่เรามี หลายๆท่านมีเอฟเฟ็ค บางท่านมีแอมป์ กีตาร์ที่เอามาก็ควรจะมีสำเนียงไปกับสิ่งที่เราได้ อย่างกีตาร์แพงๆกับแอมป์แพงๆบางตัว มันเสียงไปกันไม่ค่อยได้ก็มีครับ ถ้าเราได้แอมป์กับกีตาร์ที่เข้ากันมันเหมือนกีตาร์ได้คู่ชีวิตเลยทีเดียวครับ อย่างเช่น Fender Stratocaster กับ Fender Twin Reverb หรือ Fender Vibro King นี่ลงตัวกันสุดๆครับ หรืออย่าง Gibson Lespaul ก็ไปได้ดีกับ Marshall มากๆ และมีอีกหลายคู่ทีเดียวครับที่ลงตัว ให้ลองหาดูครับว่าอะไรเหมาะกับกีตาร์คุณ หรือถ้ามีอุปกรณ์เหล่านั้นอยู่แล้วก็ควรเอาไปลองกับกีตาร์ที่จะซื้อใหม่ด้วยว่ามันลงตัวกันแค่ไหนครับ

ท่านใดมีข้อสงสัยสามารถเข้าไปสอบถามใน Facebook ของวินเทจได้เลยครับ Search คำว่า vintagestudio Thailand แล้วสอบถามได้เต็มที่เลยครับ มีชาววินเทจมากมายคอยตอบคำถามครับ หรือท่านใดสะดวกส่ง Email ก็ mail มาที่ billvintage@yahoo.com หรือโทรมาที่ 086-774-0077 ได้เลยครับ พบกันตอนหน้าครับ


any comments, please e-mail   webmaster@guitarthai.com (นายดู๋ดี๋)
© All rights reserved 1999 - 2012. All contents in this web site are the properties of www.guitarthai.com and Saratoon Suttaket