 |
|
 |
|
Jazz กับแนวคิดของข้าพเจ้า... |
|
|
|
|
|
*****โน๊ตในคอร์ดแต่ละชนิต****** ให้เลือกโน๊ตจากเสกลเมเจอร์ เช่น คอร์ดC ก็ใช้เสกลC C D E F G A B C.........สูงไปเรื่อย 1 2 3 4 5 6 7 8..........สูงไปเรื่อย **คอร์ดอื่นก็ใช้เสกลอื่น เช่น คอร์ด D ก็ใช้สเกลD คอร์ด Em ก็ใช้เสกล E (เมเจอร์หมด) ***คอร์ด3เสียง*** Major = 1-3-5 เช่น คอร์ด C = C-E-G
Minor = 1-3b-5 เช่น คอร์ด Cm = C-Eb-G
augmented(+) = 1-3-5# เช่น คอร์ด C+ = C-E-G#
diminished(dim) = 1-3b-5b เช่น คอร์ด Cdim = C-Eb-Gb
***คอร์ด4เสียง*** major seventh(maj7) = 1-3-5-7 เช่น คอร์ด Cmaj7 = C-E-G-B
minor seventh(m7) = 1-3b-5-7b เช่น คอร์ด Cm7 = C-Eb-G-Bb minor sixth(m6) = 1-3b-5-6 เช่น Cm6 = C-Eb-G-A
augmented seventh(+7) = 1-3-5#-7b เช่น คอร์ด C+7 = C-E-G#-Bb
diminished seventh(dim7) =1-3b-5b-7bb(6) (ตัวที่7มันbสองทีเลยกลายเป็น6แทนที่จะเขียน 1-3-5-6 ไปเลย ทำไม่ได้เพราะ มันจะกลายเป็น dim6 ซึ่งมันไม่มีคอร์ดนี้ และที่สำคัญมันยังให้ซาวด์ที่เป็น7อยู่ ถ้าจะใส่แค่bเดียว มันก็ดันจะกลายเป็น m7b5 เลยกลายเป็นแบบนี้...) เช่น คอร์ด Cdim7= C-Eb-Gb-A
seventh(7) = 1-3-7b เช่น คอร์ด C7 =C-E-Bb
sixth(6) = 1-3-5-6 เช่น C6 = C-E-G-A
***คอร์ด5เสียง*** คอร์ด5เสียงขึ้นไป จะใช้โน๊ตจากคอร์ด4เสียงด้านบนเป็นหลัก แล้วเพิ่มไปอีกเป็น 5ตัว ขึ้นไป
major ninth(maj9) = 1-3-5-7-9 เช่น Cmaj9 = C-E-G-B-D (สังเกตุดูว่าตัว9ก็คือตัว2นั่นแหละเพราะเสกลมันมีแค่7ตัวเท่านั้น แต่เหตุผลที่ว่า ทำไมไม่เป็น maj2 ก็เพราะว่า โน๊ตที่เขาเพิ่มเนี่ยเขาต้องการเสียงที่สูงขึ้นไปอีกออคเตฟนึง เพื่อให้มันเด่นขึ้นมา เวลาเล่นก็ต้องเล่นให้โน๊ตนี้ชัดๆ นี่แหละสำคัญมาก)
minor ninth(m9) = 1-3b-5-7b-9 เช่น Cm9 = C-Eb-G-Bb-D
minor sixth,added ninth(m69) = 1-3b-5-6-9 เช่น Cm69 = C-Eb-G-A-D (ถ้าเขาเขียนกำกับมาเลยว่าเป็นm6หน้า9แสดงว่า เขาต้องการให้ใช้ฐานโน๊ตของคอร์ด m6แล้วต่อด้วย9 ถ้าเขียนเป็นm9 ไม่กำหนดว่า6 มาแสดงว่า ให้รู้กันว่า ฐานคือคอร์ด m7เติม9 หรือ maj7เติม9 หรือ7เติม9....)
Sixth,added ninth(69) = 1-3-5-6-9 เช่น C69 = 1-3-5-6-9 (นี่ก็เหมือนกันกำกับว่า69แสดงว่าใช้ฐานคอร์ดของ6แล้วเติม9)
major seventh, flat fifth(maj7(b5)) = 1-3-5-7-5b minor seventh, flat fifth(m7(b5)) = 1-3b-5-7b-5b (ก็เหมือนเดิมแค่เพิ่มb5)
ต่อมาเป็นทางคอร์ดของ dominant seventh มีฐานคือ 1-3-5-7b จะใส่ได้เยอะ+ง่ายกว่า major และ minor ninth(9) = 1-3-5-7b-9 เช่น C9 = C-E-G-Bb-D (ฐานคอร์ดมาจาก7แล้วเติม9) seventh, flat fifth [7(b5)] 1 3 5 7b 5b seventh, flat ninth[7(b9)] 1 3 5 7b 9b seventh. sharp ninth[7(#9)] 1 3 5 7b #9
***คอร์ด6เสียง*** คอร์ด6เสียงก็คือ คอร์ด eleventh [ 11 ] จะใช้ฐานคอร์ดจาก คอร์ด9(คอร์ด5เสียง) เช่น Cmaj11 = 1-3-5-7-9-11 ก็คือคอร์ดCmaj9+11 หรือ Cmaj7+9+11 Cm11 = 1-3b-5-7b-9-11 ก็คือคอร์ด Cm9+11 หรือ Cm7+9+11 C11 = 1-3-5-7b-9-11 ก็คือคอร์ด C9+11 หรือ C7+9+11 ***คอร์ด7เสียง(ใหญ่ที่สุด)*** ก็คือคอร์ดทาง7ที่ใส่ตัว6ในออคเตฟสูงเพื่อให้เสียงเด่นชัดก็คือ13 เช่น Cmaj13 =1-3-5-7-9-11-13 ก็คือคอร์ด Cmaj11+13 หรือ Cmaj7+9+11+13 Cm13 = 1-3b-5-7b-9-11-13 ก็คือคอร์ด Cm11+13 หรือ Cm7+9+11+13 C13 = 1-3-5-7b-9-11-13 ก็คือคอร์ด C11+13 หรือ C7+9+11+13
***voicing for guitar***
มันมีอยู่หลายวิธี เอาวิธีที่ผมรู้แล้วใช้กับคอร์ดเพลงนี้ก่อนละกันครับ ให้เราเลือกรูทก่อน รูทก็คือโน๊ตแรกของคอร์ด ว่าจะไว้ที่สาย 6 หรือ 5
แบบแรก รูทที่สาย6 ถ้าเราเลือกรูทหรือเบสอยู่สาย6 สาย5เราจะไม่เล่น ไปเริ่มที่สาย4เลย ยกตัวอย่างคอร์ด Cmaj7 มี 1-3-5-7 ให้ตัด5ออกไปเลยหรือไว้ท้ายสุด(เป็นผมตัดไปเลยเหลือนิ้วไว้ใส่ tension (โน๊ตที่ใส่เพิ่มเสียงในคอร์ดเดิมผมจะเรียกว่า tension หมด) แล้วเอาตัว7 มาไว้ตัวที่2ที่สาย4 จากนั้นต่อด้วยตัว3 ที่สายต่อไปคือสาย3 จับแค่3ตัว จับน้อยๆจะทำให้ เสียง7หรือtension จะออกมาชัด และคล่องตัวเวลาเล่นคอร์ดเยอะๆ
แบบ2 รูทหรือเบส สาย5 เลือกโน๊ตตัวแรก คือรูท ไว้ที่สาย5 สาย4เล่นตัวที่3 ตัวที่5ตัดทิ้ง สายที่3เล่นตัว7 เช่นคอร์ด Cm7 1-3b-5-7b =C-Eb-G-Bb สาย5เล่นตัวC สาย4เล่นตัวEb ตัดGทิ้ง สาย3เล่นตัวBb จับ3ตัวเช่นกัน นิ้วก้อยที่เหลือ ไว้ใส่ tension
****ที่กล่าวมา แค่เบื้องต้นครับ มันดิ้นได้มากกว่านี้อีกในดนตรีjazz อิสระมากมายนัก เป็นวิธีคิดที่ผมเข้าใจ บางทีคนอื่นอาจเข้าใจด้วย หรืองงหนักกว่าเดิม ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม อิอิ ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วย ถ้าชอบกันคราวหน้าจะมาพูดเรื่อง tension chordmelody การsolo การimprovise ในเพลง Autumn Leaves ว่ากันเป็นเพลงๆไป จะได้ฝึกกันเป็นเพลงๆจะได้ไม่ปนกันมั่ว *0*
๐ป๋าเบ้น๐
8 พ.ย. 53
เวลา 15:02:00
พิมพ์
แจ้งลบ IP = 124.122.114.122
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 1 |
|
|
|
...
๐ป๋าเบ้น๐
8 พ.ย. 53
เวลา 15:04:00 IP = 124.122.114.122
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 3 |
|
|
ผมคิดว่าทฤษฏีเป็นอะไรที่น่าปวดหัวมาก ไม่ค่อยgetกับแนวคิดแบบJazz พวกCromatic Note ก็ดูประหลาดๆ Modeก็ดูแปลกๆ
redwine1990
8 พ.ย. 53
เวลา 15:31:00 IP = 125.25.228.133
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 5 |
|
|
เป็นแค่เรื่องคอร์ดเองครับ บางทีเห็นตัวหนังสือเยอะๆ ตัวเลขเยอะๆ วงเล็บเยอะๆ มันทำให้ปวดหัว ซึ่งผมก็เป็น
jazz มันแปลก เพราะมันเล่นอะไรก็ได้น่ะครับ มันไม่มีขอบเขต เลยแปลก วิธีคิดมันก็จะเยอะมากๆ เลยทำให้คนยังไม่เข้าใจปวดหัว คูณ2 555+ ค่อยๆอ่านดูครับอาจจะไม่ยากนะฮะ
๐ป๋าเบ้น๐
8 พ.ย. 53
เวลา 15:38:00 IP = 124.122.114.122
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 6 |
|
|
แจ่มเลย
bbling
8 พ.ย. 53
เวลา 15:45:00 IP = 203.155.54.251
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 7 |
|
|
ธรรมชาติของมนุษย์ เราจะออกเสียงหรือพูดได้ก่อน อ่าน เราพูดว่า ปู ได้ก่อนอ่านคำว่า ปู ได้
ดนตรีก็เหมือนกัน เราควรจะเล่นได้ก่อนที่จะอ่านมันออก เพราะถ้าเราอ่านมันออกแต่พูดไม่ได้ แสดงว่าเรารู้ไม่จริง...
๐ป๋าเบ้น๐
8 พ.ย. 53
เวลา 15:48:00 IP = 124.122.114.122
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 8 |
|
|
มาลงชื่ออ่านครับ
ขอบคุณครับ
jazz นี่มันอิสระ กว้างขวางมากจริงๆ
ringjaw
8 พ.ย. 53
เวลา 16:22:00 IP = 58.8.175.121
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 9 |
|
|
ปกติเล่นแต่Classic พอมาเจอJazzก็เลยคิดว่าJazzมันแปล่งๆ
redwine1990
8 พ.ย. 53
เวลา 16:48:00 IP = 125.25.228.133
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 11 |
|
|
|
swing rhythm & mood
ต่อจากคลิปที่แล้ว หลังจากเราจับคอร์ดได้แล้ว ก็เริ่มมาเล่นกับจังหวะ สวิง แล้วคลิปนี้พูดถึงการเปลี่ยน อารมณ์ของ จังหวะด้วยเทคนิคมือขวา+มือซ้าย ลองศึกษากันดูนะครับ..
๐ป๋าเบ้น๐
9 พ.ย. 53
เวลา 23:28:00 IP = 124.120.93.65
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 12 |
|
|
เสริมอีกนิด การเล่นเน้นจังหวะ 2,4 นั้น เป็นการเล่นในสไตร์ อเมริกันมิวสิค ไม่ว่าจะ คันทรี่ หรือบลุส์ จะเล่นเน้น 2,4 หมด แล้วถ้าจะให้ได้สำเนียงแบบคนดำ จริงๆ มันจะต้องเล่นให้มันลงเหลื่อมๆ ช้านิดๆเพี้ยนๆนิดๆในจังหวะ2,4 เหมือนชัฟเฟิลในบลูส์ ฉะนั้นคนที่เคยเล่นบลุส์มาก่อนจะได้เปรียบ เข้าใจ ฟิวการเล่นลักษณะนี้มากกว่าคนไม่เคยเล่น...
๐ป๋าเบ้น๐
9 พ.ย. 53
เวลา 23:40:00 IP = 124.120.93.65
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 13 |
|
|
ขอบคุณครับ
tamikooh
11 พ.ย. 53
เวลา 1:14:00 IP = 110.168.109.145
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 14 |
|
|
ขอบคุณครับ
audy1978
11 พ.ย. 53
เวลา 11:39:00 IP = 61.19.210.250
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 15 |
|
|
ชอบครับ แต่ถ้าจะศึกษาจริงๆ ก็กินเวลามากพอสมควรครับ
ขอบคุณครับ
FOTOBEER
12 พ.ย. 53
เวลา 15:03:00 IP = 118.172.225.193
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 16 |
|
|
แจ่มครับ ขอติดตามครับ
โหน่ง บัวตอง
16 พ.ย. 53
เวลา 9:45:00 IP = 125.27.184.206
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 17 |
|
|
ผมขอเรียกพี่ว่า เทพ ครับ
BenX
16 พ.ย. 53
เวลา 19:35:00 IP = 115.87.16.192
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 18 |
|
|
|
การใส่ tension กับคอร์ดในเพลง autumn leaves
การใส่ tension ก็คือการทำให้คอร์ดมันใหญ่ขึ้นหรือเปลี่ยนจากตัวtensionเดิม เพื่อ ให้เสียงมันตึงเครียด,แซ่บ,นัว,แล้วที่สำคัญต้องการให้คอร์ดมันมีเมโลดี้(ซึ่งมันก็คือคอร์ดเมโลดี้ ไว้พูดอีกทีในไอเดียการอิมเพอร์ไวส์) ที่จะบอกต่อไปนี้ ไม่ได้หมายความว่าทำได้แค่นี้ หรือทำตามนี้แล้วดีที่สุด มันแค่เป็นสิ่งที่ผมชอบเล่นเป็นประจำ คอร์ดที่มีในเพลง ประกอบด้วย Am7,D7,Gmaj7,Cmaj7,F#m7b5,B7,Em,B7b9,Em7,Eb7,Dm7,Db7
Am7 ใส่tension เป็น Am9,Am13 D7 ใส่tension เป็น D9,D7b9,D7#9,D13 Gmaj7 ใส่tension เป็น Gmaj9,Gmaj13 ,69 Cmaj7 ใส่tension เป็น Cmaj9,Cmaj13 ,69 F#m7b5 ใส่tension เป็น F#m7b5b9 เนื่องจากคอร์ด F#m7b5เป็นคอร์ดใหญ่อยู่แล้วบางทีถ้าเพิ่มอีกอาจรกไป เราใช้วิธีเปลี่ยนคอร์ดเป็น F#13 หรือจับคอร์ดเดิม B7 ใส่tension เป็น B9,B13,B7b9,B7#9 Em ใส่tension เป็น อย่างที่บอกครั้งที่แล้วเขาไม่เล่นคอร์ด3เสียงกันจะจับเป็น Em7เป็นพื้นฐานโดยอัตโนมัติ ใส่tension ก็เป็น Em9 B7b9 ใส่tension เป็น B7b9#5 เนื่องจากคอร์ด B7b9เป็นคอร์ดใหญ่อยู่แล้วบางทีถ้าเพิ่มอีกอาจรกไป เราใช้วิธีเปลี่ยนคอร์ดเป็น B7#9 หรือจับคอร์ดเดิม Eb7 ใส่tension เป็น Eb9,Eb13,Eb7b9,Eb7#9 Dm7 ใส่tension เป็น Dm9 Db7 ใส่tension เป็น Db9,Db13,Db7b9,Db7#9
สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น maj จะใส่ maj7,maj9,maj13,69 สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น minor จะใส่ m9 สังเกตุจะเห็นว่าทางคอร์ดที่เป็น dominant seven จะใส่ 9,13,b9,#9
**ไม่ต้องแคร์หรอกว่า มันคือคอร์ดอะไร นิ้วไหนเหลือ เกี่ยวไป กดไป แล้วใช้หูฟัง ก็ฟังแล้วโอเค ชอบ ก็จัดไปอย่าได้กลัว เพราะถ้าสมมุติว่าเราจับฟอร์ม minor7 นิ้วก้อยเหลือพาดไปโดนตัวไหนก็คือ+ตัวนั้นไปเช่น จับฟอร์ม Em7 นิ้วก้อยพาดไป 9 ก็เป็นEm9 ถ้าพาดไป#9 ก็เป็น Em7#9 ถ้าพาดไปโดน #5 ก็เป็น Em7#5 **ผมยังยืนยันคำเดิมคือ jazz จะมาบอกว่าต้องเล่นแบบนี้ แบบนั้นไม่ได้ อยู่ที่คนเล่นชอบ กฏของjazz มีข้อเดียวคือ ต้องเล่นในจังหวะของเพลงนั้นๆ...
๐ป๋าเบ้น๐
24 พ.ย. 53
เวลา 1:21:00 IP = 124.120.206.70
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 19 |
|
|
ยอดเลยครับ
Oldman40
24 พ.ย. 53
เวลา 11:33:00 IP = 124.121.216.49
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 20 |
|
|
สุดยอดเลยครับท่าน ๐ป๋าเบ้น๐ ขอบคุณมากครับ :)
jia
24 พ.ย. 53
เวลา 13:28:00 IP = 118.174.53.227
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 22 |
|
|
เสริมนิดครับลืมบอกไป
การใส่ tension คือการเพิ่มโน๊ตเข้าไปให้คอร์ดใหญ่ขึ้น อย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว แต่โน๊ตที่เพิ่มนั้น จะต้องไม่ใช้ โน๊ตในคอร์ด หรือก็คือ การเพิ่ม tension คือการเพิ่มโน๊ตที่ไม่ใช่โน๊ตในคอร์ดหลัก(4เสียง 1-3-5-7) เช่น เขาจะไม่ใส่ ตัว 10 เพราะตัว10ก็คือตัว 3 ไม่ใส่ตัว 12 เพราะตัว12ก็คือตัว 5 ไม่ใส่ตัว 14 เพราะตัว14ก็คือตัว 7 **ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า ต้องตายตัวแบบนี้นะ แค่ส่วนใหญ่เท่านั้นครับ
๐ป๋าเบ้น๐
25 พ.ย. 53
เวลา 22:29:00 IP = 124.120.237.22
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 23 |
|
|
พี่ครับขอคลิปวิธีการอิมโพไวส์ วิธีการคิดของพี่หน่อยครับ และการจบเพลงจะจบยังไง
Pol
26 พ.ย. 53
เวลา 12:38:00 IP = 125.27.208.84
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 24 |
|
|
เดี๋ยวทำต่ออีก การsolo การเปลี่ยนmood ของการอิมแต่ละท่อน chord melody การล้อmelody บานตะไท เดี๋ยวรอฟิลก่อน ศิลปินต้องรอฟิลครับ
(ไม่ใช่ไรรอขยันๆน่ะ55+) ขอบคุณที่ติดตามครับ อีกวันสองวันจัดต่อแน่ครับ...
๐ป๋าเบ้น๐
27 พ.ย. 53
เวลา 0:14:00 IP = 124.121.223.128
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 25 |
|
|
nkj
nathsine
27 พ.ย. 53
เวลา 0:46:00 IP = 125.25.111.137
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 26 |
|
|
*0*
SweetZeeDZa
28 พ.ย. 53
เวลา 0:30:00 IP = 124.121.196.221
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 27 |
|
|
ขอบคุณมากครับ ดูแล้วทำให้คิดอย่างเป็นระบบดีครับ เอาไปใช้กับการเล่นได้ครับ (อื่นๆก็ได้) ส่วนเรื่อง feel คงต้องไปฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกที
ธรรมกร
28 พ.ย. 53
เวลา 14:12:00 IP = 124.122.169.44
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 28 |
|
|
ชอบการสอนของพี่มากครับ ผมจะรอติดตามทุกตอนเลย ขอบคุณครับ
Pol
29 พ.ย. 53
เวลา 15:20:00 IP = 125.27.221.138
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 29 |
|
|
อยากไปเรียนกับพี่มากครับ ขอเก็บตังก่อน ^^
unfunmun
2 ธ.ค. 53
เวลา 23:54:00 IP = 180.180.103.12
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 30 |
|
|
|
โน๊ตที่ตกพร้อมกับคอร์ดคือโน๊ตที่สำคัญ เหมาะแก่การเน้น และใช้สำหรับจบวลีนะครับ มันจะบอกคอร์ดไปในตัวคล้ายๆกับเวลาเราเล่น คอร์ดโทน แต่วิธีนี้จะบอกเมโลดี้+บอกคอร์ด ในตัวของมันเอง ***วิธีนี้ ได้จากการ เรียน ศึกษา จากนักดนตรีรุ่นพี่หลายๆท่าน รวมทั้งค้นพบเองด้วยการฟังเพลงของหลายนักดนตรีแจ๊ส ระดับโลก.... โน๊ตที่สำคัญ(โน๊ตที่ตกพร้อมคอร์ด) จะเรียงตามคอร์ดเพลงเลยนะครับ ดูโน๊ตประกอบตามนะครับ ท่อน A ห้องที่1 Am7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C ห้องที่2 D7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่3 Gmaj7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ B ห้องที่4 Cmaj7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่5 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A ห้องที่6(ประทุน1) B7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F# ห้องที่7 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ G ห้องที่8 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก วนกลับมาเล่นห้อง1-5ใหม่ เข้าประทุน2 ห้องที่9(ประทุน2) B7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F# ห้องที่10 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ E ห้องที่11 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
ท่อน B ห้องที่12 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F# ห้องที่13 B7b9 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่14 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ G ห้องที่15 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่16 Am7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A ห้องที่17 D7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่18 Gmaj7(คอร์ดนี้ห้องนี้สำคัญมากเป็นตัวบอกห้องกันหลงได้เป็นอย่างดีเล่นให้ชัดๆ)เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ B ห้องที่19 Gmaj เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่20 F#m7b5 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C ห้องที่21 B7b9 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F# ห้องที่22 Em7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ C ห้องที่22 Eb7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่23 Dm7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่23 Db7 เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก ห้องที่24 Cmaj7 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ A ห้องที่25 B7b9 เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ F# ห้องที่26 Em เมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญที่ตกคือ E ห้องที่27 Em เป็นคอร์ดผ่านไม่มีเมโลดี้หรือโน๊ตสำคัญตก
*** ถ้าสังเกตุดู โน๊ตที่สำคัญดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตในคอร์ด 1 3 5 7 หรือตัวเทนชั่น(9 b9 #9 11 13 ฯลฯ) มันก็เหมือนกับการเล่นคอร์ดโทนที่เล่นโน๊ตในคอร์ด (คล้ายอเพจจิโอ้) ****เมโลดี้นั้นจะเป็นตัวกำหนดว่า เราควรเล่นโน๊ตไหนในกลุ่ม โน๊ตในคอร์ด 1 3 5 7 หรือตัวเทนชั่น(9 b9 #9 11 13 ฯลฯ) หรือแม่กระทั้ง ใส่เทนชั่นตัวไหน ใช้คอร์ดไหนแทนได้บ้าง ถ้าใส่มันในเชิงเมโลดี้อย่างที่กล่าวมา มันจะฟังดูเข้า ไพเราะที่ (นอกเสียจากว่าเราต้องการแหกคอก อวกาศ บิน เพี้ยน กัด ก็อีกเรื่อง)
***ผมเป็นคนที่ใช้วิธีนี้เล่นแทนการเล่นคอร์ดโทน เพราะ คอร์ดโทนจะบอกแค่ว่าคือคอร์ดอะไร แต่การเล่นตัวเมโลดี้โน๊ตตัวตกคอร์ด มันจะบอก ทั้งว่าคอร์ดอะไร อยู่ช่วงไหนของท่อนในเพลง จะทำให้เราไม่ต้องมานั่งนับห้อง ไม่ต้องเปิดโน๊ตแล้วอิมเพอร์ไวส์ไป ดูโน๊ตไปว่าถึงห้องไหนคอร์ดไหนแล้ว ซึ่งมันเป็นที่มาของการที่ทำให้เรานั้นเล่นไร้สำเนียง !!! เพราะมัวแต่ดูโน๊ต ดูคอร์ด ดูห้อง ดูท่อน!!
***สำคัญมากๆๆๆ
จงเล่นเมโลดี้ให้จำขึ้นใจ ฮัมได้ เดินไปไหนมาไหน ก็เดินฮัมไปได้ จำขึ้นใจ เข้าเส้น อย่า!! ข้ามการท่องเมโลดี้ไป เพราะมันเมโลดี้คือ หัวใจของดนตรีแจ๊ส!!!
สงสัยอะไร คุยกันในmsnได้นะครับ amp0004@hotmail.com
๐ป๋าเบ้น๐
6 ธ.ค. 53
เวลา 21:15:00 IP = 115.87.96.65
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 31 |
|
|
ขอบคุณพี่ครับ จะรอติดตามจนจบครับ
Pol
7 ธ.ค. 53
เวลา 11:58:00 IP = 125.27.213.71
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 33 |
|
|
|
ก่อนจะฝึกอิมเพอร์ไวส์ในแจ๊ส ควรจะต้องอิมเพอร์ไวส์ในเพลงคีย์ง่ายๆ อย่างพวก pop rock ให้ได้ก่อนนะครับ เพราะผมไม่ได้พูดถึงการอิมเพอร์ไวส์พื้นฐาน เอาไว้ถ้าอยากรู้กันจะทำแยกอีกเรื่องละกันครับ เพลง นี้คอร์ดยังไม่ได้หักมุมมากนัก ใช้สเกลเดียวในการเล่นก่อนได้ไม่ยากนัก
ไม่รู้จะเข้าใจกันไหม... งงก็ถามได้เหมือนเดิมครับ
๐ป๋าเบ้น๐
8 ธ.ค. 53
เวลา 0:11:00 IP = 115.87.112.59
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 34 |
|
|
|
อันนี้ตอน2 หลังจากที่เราอิมเพอร์ไวส์ ไหลไปตามจังหวะสวิงได้แล้ว บางทีฟังดูอาจจะ นัวๆเกินไป มั่วไป ก็จะกลับมาเล่นตัวตกเมโลดี้ในแต่ละคอร์ด จะทำให้เราได้ยินเสียงคอร์ดและ รู้ว่าเราเล่นอยู่ช่วงไหนของเพลง ลองดูครับ
๐ป๋าเบ้น๐
8 ธ.ค. 53
เวลา 0:54:00 IP = 124.120.76.28
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 35 |
|
|
พี่ครับการล้อ Melody ตัวโน๊ตที่ตกคือตัวเมโลดี้ที่อยู่ในคอร์ดใช่มั้ยครับ
Pol
8 ธ.ค. 53
เวลา 13:29:00 IP = 125.27.224.254
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 36 |
|
|
โน๊ตที่สำคัญดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตในคอร์ด 1 3 5 7 หรือตัวเทนชั่น(9 b9 #9 11 13 ฯลฯ)
ใช่ครับ แต่บางทีมันก็เป็นตัวเทนชั่นครับ ถ้าเราไปเล่นมัน มันจะฟ้องคอร์ดกับช่วงท่อนที่เรากำลังอิมเพอร์ไวส์ครับ
เพราะเล่นแจ๊ส บ่อยครั้ง บางทีเล่นสวิงเร็วมากๆ เราจะฟังเบสฟังคอร์ดไม่ทันครับ ต้องอาศัยเมโลดี้เป็นตัวนำทาง
๐ป๋าเบ้น๐
8 ธ.ค. 53
เวลา 14:45:00 IP = 124.122.138.252
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 37 |
|
|
ถ้าเป็นการล้อ melody มันจะต้องมีวลี ด้วยนะครับ การเล่นไหลไปกับสวิงบีท กับการล้อ melody มันคนละฟิลกันครับ
การล้อ melody มันเหมือนคล้ายๆกับ เป็นการตบแต่งเมโลดี้ เพิ่มขึ้นหรือตัดออก เข่น เมโลดี้ของเพลงนี้ตอนขึ้น E F# G C คอร์ดAm7คอร์ดแรกของเพลงนั้นจะลงพร้อมกับโน๊ตตัวC ถ้าเราจะล้ออาจจะเล่นเป็น E D B C จะเห็นได้ว่า วิ่งโน๊ตมา3ตัวเหมือนกับเมโลดี้ แต่ก็วงกลับมาตกที่ตัว เมโลดี้ก็คือ C พร้อมกับคอร์ดAm7
ก็เหมือนการแต่งประโยคเช่น ประโยคหลักจะเป็น "ผมเจอสาวสวยคนนึงนั่งกินส้มตำร้านเดียวกับผม" อาจแต่งประโยคนี้เพิ่มเป็น "ผมเจอสาวนุ่งสั่นขาวหมวยผมยาวนั่งกินส้มตำร้านเดียวกับผม" จะเห็นได้ว่าประโยคยืดยาวขึ้นแต่ความหมายที่จะสื่อเหมือนเดิม หรืออาจจะทำให้มันสั้นก็ได้ แล้วแต่ชอบแล้วแต่ใคร่อยากจะให้มันเป็น.. ไม่มีหลักอันใดเอย...
๐ป๋าเบ้น๐
8 ธ.ค. 53
เวลา 15:04:00 IP = 124.122.138.252
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 38 |
|
|
ขอบคุณครับ
po-ke bend
8 ธ.ค. 53
เวลา 16:07:00 IP = 58.8.9.141
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 39 |
|
|
ขอบคุณมากครับพี่
Pol
8 ธ.ค. 53
เวลา 16:26:00 IP = 125.27.224.254
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 40 |
|
|
จากที่ผมลองฝึกมาแล้ว อเพจิโอ ต่อเนื่อง ช่วยได้เยอะ
หนูหลอด
8 ธ.ค. 53
เวลา 19:46:00 IP = 125.27.214.226
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 41 |
|
|
ขอบคุณที่ติดตาม หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้างนะครับ
แนวคิดที่ผมสอนไปนั้น ผมจะคิดจาก เรื่องพื้นฐานที่ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว สเกลง่ายๆปกติ เรื่องคอร์ดพื้นๆที่ทุกคนรู้ แล้วต่อเติมให้เป็นแจ๊ส
เพราะผมก็เป็นคนนึงที่ ก่อนจะเล่นแจ๊ส ก็หาหนังสือตำรามาฝึก แล้วเกิดอาการที่เรียกว่า งง ไม่รู้เรื่อง และไม่ชอบเล่นอะไรที่มันมีกฏเกณ ไม่ชอบจำ ผมคิดว่า คนที่เป็นแบบผม น่าจะชอบการแนะนำการเล่นของผม
๐ป๋าเบ้น๐
9 ธ.ค. 53
เวลา 0:37:00 IP = 124.120.208.50
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 42 |
|
|
พี่ครับช่วยแนะนำการอิมโพไวร์พื้นฐานหน่อยครับ
Pol
13 ธ.ค. 53
เวลา 14:42:00 IP = 118.173.240.117
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 43 |
|
|
ขอบคุณมากๆๆ ครับ ขอให้ทำเรื่อยๆ ค๊าบ สิ่งดีดี
เด็กไร้ปริญญา
16 ธ.ค. 53
เวลา 23:27:00 IP = 117.47.209.171
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 44 |
|
|
|
การเล่นหรือเลือกใช้ chord melody เป็นอะไรที่ลึกล้ำ ไม่มีหลักการณ์อะไรมากำหนด นอกจากฟังจากหู+รสนิยมผู้เล่น ซึ่งผมก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากนัก ก็บอกได้เท่าที่ทราบ
หวังว่าจะได้ประโยชน์จากคลิปที่ผมทำมาทั้งหมด จริงๆแล้วมันมีอะไรอีกหลายเรื่อง ที่มันลึกลงไปอีก แต่ผมไม่ขอพูด เพราะว่า ถ้าผมพูดแล้วมันจะทำให้ฟุ้งซ่าน ผมอยากให้ผุ้ที่เริ่มหัดเล่นแจ๊ซ เล่นสิ่งที่ผมได้บอกไว้ในคลิป ซึ่งมันเป็นพื้นฐานในการเล่นแจ๊ส แบบของผม ถ้าเล่นได้ตามที่ผมบอกได้ทุกคลิปอย่างคล่องแคล่ว ผมคิดว่า ไม่ยากที่จะแตกแยกความคิดไปได้อีก
เอาทุกอย่างที่ผมแนะนำในคลิปมาลอง อิมเพอร์ไวส์ดู ไม่ว่าเรื่อง การจับคอร์ด/การในจังหวะสวิง/การเปลี่ยนมูดของริทึ่มด้วยมือขวา/การเล่นเมโลดี้/การล้อเมโลดี้/เล่นให้ไหลลื่นในจังหวะสวิง/เล่นส่วนขัดในสวิง/การใส่โครเมติก/การเล่นแล้วกลับไปโน๊ตเมโลดี้เผื่อให้ได้ยินเสียงคอร์ดและรู้ว่าเราเล่นอยู่ท่อนไหน/การเล่นคอร์ดเมโลดี้/การเล่นออคเตฟ/
ถ้าเล่นได้คล่องทั้งหมด ผมคิดว่าเรื่องที่ต่อไปจากนี้คงหาวิธีเล่นหรือวิธีคิดต่อไปได้ไม่ยากนัก....
๐ป๋าเบ้น๐
20 ธ.ค. 53
เวลา 20:18:00 IP = 124.122.98.200
|
|
|
 |
|
 |
 |
|
 |
|
คำตอบที่ 46 |
|
|
ขอบคุณมากครับ เจ๋งจริงๆ ชอบครับ สนับสนุนให้ทำอีกครับ จะติดตามไปเรื่อยๆเลยครับ
baanpoh
14 ม.ค. 54
เวลา 2:39:00 IP = 110.168.98.22
|
|
|
 |
|
 |
|
|